| การที่กองทัพอเมริกันพยายามนักพยายามหนาที่จะยึดเครื่อง
Enigma มาให้ได้ ก็เพราะว่า เครื่อง Enigma เป็นเครื่องที่ใช้ทำการ
encrypt ข้อความ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างทหารเยอรมัน
ในช่วงสงครามโลกครั้งนั้น การที่จะสามารถตีรหัสลับของพวกนาซีให้แตกได้
ก็จำเป็นต้องมีเครื่อง Enigma นี้ไว้ หน้าตาของเครื่อง
Enigma ก็อย่างที่เห็นในรูปที่ 1นี่แหละครับ ดูเผินๆ ก็เหมือนเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ในกล่องไม้
แต่มีกลไลซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่ากันเยอะ ขนาดของเครื่อง
ก็วัดได้ 34x28x15 เซนติเมตร และก็หนักตั้ง 12 กิโลกรัมแน่ะ
วันนี้เราจะมาดูประวัติ และกลไกการทำงานของเครื่อง Enigma
กันครับ
ไอเดียของเครื่อง Enigma นี้ มาจากวิศวกรไฟฟ้าชาวเยอรมัน
ที่ชื่อ Arthur Scherbius เขาเริ่มประดิษฐ์เครื่อง Enigma
ขึ้นในปี ค.ศ. 1918 เครื่อง Enigma ของเขา ประกอบด้วยสามส่วนใหญ่ๆ
ซึ่งได้แก่ แป้นพิมพ์สำหรับป้อน plaintext หน่วยสลับสับเปลี่ยน
(scramble unit) สำหรับ encrypt แต่ละตัวอักษรของ plaintext
ให้กลายเป็น ciphertext และแป้นแสดงผล ซึ่งประกอบไปด้วย
หลอดไฟเล็กๆ ที่แสดงตัวอักษร ciphertext ทุกครั้งที่ตัวอักษรใน
plaintext ถูกป้อนทางแป้นพิมพ์ (ลองดูรูปที่ 2 ดูนะครับว่าแต่ละส่วนอยู่ตรงไหน)
ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือส่วน scramble unit หรือที่เรียกว่า
rotor ซึ่งประกอบไปด้วย แผ่นจานกลมๆ ที่มีแผงสายไฟ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าตัวอักษรใดสลับกับตัวอักษรใด
เราลองมาดู กลไกของมันในรูปที่ 3 กันนะครับ เพื่อความง่ายในการอธิบายกลไกของส่วนนี้
เราจะลดจำนวนตัวอักษรบนแป้นพิมพ์ และแป้นแสดงผลลงเหลือหกตัว
คือ a, b, c, d, e, f สมมุติว่าเริ่มแรก ตัว rotor
ถูกตั้งไว้ให้ a->B (หมายถึง ถ้าแป้นพิมพ์ตัวอักษร a
ถูกกด จะทำให้แป้นแสดงตัวอักษร B สว่าง ซึ่งหมายความว่า
ตัวอักษร a ถูก encrypt เป็น ตัวอักษร B), b->A, c->D,
d->F, e->E, f->C ซึ่งดูแล้ว น่าจะเหมือนกับ ระบบรหัสลับแบบสับเปลี่ยน
(monoalphabetic substitution cipher) ธรรมดาๆ แต่ความไม่ธรรมดาของเครื่องนี้
อยู่ที่ว่า เมื่อแป้นพิมพ์ถูกกดครั้งหนึ่ง ตัว rotor
จะหมุนไป 1/6 รอบ ทำให้เกิดการสับเปลี่ยนตัวอักษรที่ต่างจากเดิม
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ตารางสับเปลี่ยนถูกเปลี่ยนไปทุกครั้งที่แป้นพิมพ์ถูกกด
อย่างในตัวอย่างจากรูปที่ 3 ตารางสับเปลี่ยน จะเปลี่ยนเป็น
{a->D, b->C, c->B, d->E, e->A, f->F} และ {a->A, b->E,
c->D, d->C, e->F, f->B} ตามลำดับ ดังนั้น เมื่อผมกดแป้นตัวอักษร
b 3 ครั้งติดๆกันตั้งแต่เริ่มแรก ตัวอักษรที่สว่างก็จะเป็น
A, C, E ตามลำดับ
|
 |
รูปที่ 1 เครื่อง Enigma
|