ไปเที่ยวกันไหม

ไปเที่ยวกันไหม

ไปสัมผัสความเป็นสเปนมากกว่าการนั่งดูเว็บ อยู่กับบ้าน เสพความสุขแบบแห้งๆ เราไปดูของจริงกันเลยดีกว่า การเดินทางไม่ใช่เรื่องยาก มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า ในประเทศ นอกประเทศ นอกโลกก็ยังทำได้ กรณีนี้ต้องมีมันนี่เยอะหน่อย

ผู้เขียน naraiya ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

ความเหมือนและแตกต่างระหว่างไทยกับสเปน

การที่คนเราเกิดมาใช้ชีวิตบนโลกเบี้ยวๆใบนี้ แน่นอนย่อมไม่เห็นกันทั้งหน้าตา สีผิว สีผม นิสัย ความเป้นอยู่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม แต่ในความต่างย่อมมีความเหมือนเช่นกัน ลองดูตัวอย่างสิว่าคนไทยกับคนสเปนอยู่ห่างไกลกันขนาดไหนแต่ยังมีสิ่งที่เหมือนกัน เช่น ชอบเฮฮาปารืตี้เหมือนคนไทย บ้านเราชายไทยตกเย็นก็ตั้งวง กินเหล้าขาวเชี่ยงชุนกัน (ตอนี้เปลี่ยนเป็นเหล้า(ชื่อนอก) หรือเบียร์) สาเหตุการกินของเราเพราะว่าสังสรรค์และเป็นยากระสัยก่อนกินข้าว หรือ แสดงตัว ว่าเป็นผู้มีวัฒนธรรมกับเขาบ้าง(คิดได้ไงเนี่ยแบบเนี้ย สงสารประเทศไทย) หรือแสดงว่าฉันมีตังค์นะ ฉันกินได้ (แต่ที่เห็นพวกก่อสร้างก็นั่งกินกันทุกวัน เขาก็ไม่ได้มีเยอะสักหน่อย ) แต่พวกเขา(สเปน)กินเพราะ บ้านเขามีอากาศที่หนาวเย็น และน้ำดื่มแพงมากจึงกินเบียร์กันเป็นว่าเล่น แต่น้อยกว่าคนเยอรมัน นี่ไงความเหมือนในความแตกต่างข้อแรกมีผมสีดำเหมือนคนไทย สีผมที่เรามีสีดำหรือน้ำตาลคล้ายๆกันเพราะพี่ไทยเป็นคนเอเชีย แต่พี่เปนเป็นยุโรปแต่มีเชื้อสายของแขผสมลงไปทำให้คนส่วนใหญ่มีผมสีดำเหมือนเราสีผิวอันนี้แตกต่างกันพอสมควรเพราะของพี่เปนผิวสีน้ำผึ้ง กับผิวขาวถึงขาวมากแต่ไม่ซีดเหมือนเกาหลี จีน ญี่ปุ่น นอกจากนี้ก็ยังเป็นผิวแห้งเพราะฉะนั้นถ้าพี่เปนไม่ดูแลผิวตัวเองก็จะกลายเป็นงูลอกคราบไง ส่นพี่ไทยก็ผิวมันแลผิวผสม มีสีเหลืองบ้าง น้ำผึ้งบ้างแต่เนียนกว่าพี่เปนมาก เวลาอาบแดดพี่ไทยก็วิ่งเข้าร่มก่อนเพราะอย่างน้อย2-3เดือนผิวถึงจะกลับมาเหมือนเดิม แตพี่เปนแค่ 2-3 วันเท่านั้น นี่ก็คือความเหมือนและต่างอีกข้อมีปลาร้าเหมือนคนภาคอีสานของไทยกิน( แต่กลิ่นไม่เหม็นเหมือนบ้านเรานะ)บ้านเราเรียก ปลาร้า(ปลาแดก)บ้านเขาเรียก บากาเล้า ( BACALAO )ของเราบรรจุในไฮอย่างดี ของเขาใส่กระป็องเหมือนปลากระป๋องสวยงามรสชาติเค็มจัดส่วนใหญ่ก็นำไปทำสลัด บ้านเราก็เช่นกันใช้ทำสลัด เหมือนกันเลย ก็ส้มตำไทย -ปู -ปลาร้าไง ทำลืมไปได้วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วจะนำเรื่องราวความเหมือนและต่างของคน 2 ชาติมาให้อ่านกันอีก

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา