Key love รักฉบับฉันแล้ว(นาย)จะทำไม?

Key love รักฉบับฉันแล้ว(นาย)จะทำไม?

รักที่ฉันได้มาครอบครองแต่แล้วฉันก็ต้องปล่อยมันไปเพราะไม่เคยได้รู้ความต้องการที่แท้จริงของหัวใจตัวเอง...(ป.ล. นามปากกานี้แต่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกค่ะช่วยเป็นกำลังใจให้หน่อยนะค่ะ)

ผู้เขียน Sweetykeyiiz ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

บทนำ

บทนำ

    “เธอว่าใครน่ารัก”เสียงหวานๆของใครบางคนในกลุ่มนักเรียนหญิงที่นั่งจับกลุ่มกันมองดูหนังสือนิตยาสารนักร้องเล่มใหม่ที่หนึ่งในบรรดาหญิงสาวเหล่านั้นลงทุนอดอาหารเพื่อซื้อมันมาแบ่งให้เพื่อนสาวในกลุ่มดูตามสัญญา

    “ฉันชอบพี่เจนเทิล”หนึ่งในบรรดาหญิงสาวเหล่านั้นตอบกลับมาก่อนจะตามด้วยเสียงฮือฮาของเหล่าสาวๆในกลุ่มที่ต่างพูดถึงคนที่ตัวเองชอบ

    “กริ่ง...”เสียงแหลมๆของใครบางคนดังขึ้นในอีกมุมหนึ่งของห้องเรียน เธอพูดขึ้นพร้อมกับหยิบเอาอะไรบางอย่างในกระเป๋าโชว์ให้เพื่อนสนิทของเธอที่ตอนนี้กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือนิยายที่เพิ่งถอยออกมาเมื่อวันก่อน

    “อะไรยัยฟีฟ่า”เพื่อนสนิทของเธอละความสนใจจากสิ่งที่ตัวเองอ่านเมื่อครู่ก่อนจะหันมาสนใจสิ่งที่เพื่อนสนิทขิงตนซ้อนเอาไว้ที่ด้านหลัง

    “ให้เดาวันนี้วันอะไร?”หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีเลศนัย

    “ก็วันอังคารน่ะสิ”เพื่อนสาวของเธอตอบกลับอย่างหมดอารมณ์ก่อนจะหันไปสนใจหนังสือในมืออีกครั้ง

    “เธอนี่แปลกนะคีย์วันเกิดตัวเองแท้ๆยังลืมได้”คำพูดของเพื่อนสะกิดใจของเธออย่างแรง นี่เธอลืมวันเกิดครบรอบอายุ 15 ปีของตัวเองได้ยังไงกันให้ตายเถอะ!

    “จริงสิ”คิดได้ดังนั้นเธอก็ทำท่าทางตกใจนิดๆก่อนจะหันกลับมาสนใจหนังสือในมือเหมือนเดิม

    “แค่นี้! แกจะตกใจให้มันนานกว่านี้ฉันก็ไม่ว่าอ่ะไรนะคีย์”

    “ก็แค่วันเกิดไม่เห็นจะมีอะไรสำคัญถ้าวันไหนนักร้องในดวงใจของแกมาขอฉันเป็นแฟนฉันจะตกใจให้เว่อร์เลย"”

    “ยัยนี่พูดแบบนี้มาตบกันหลังเลิกเรียนมั้ย?”

    “เอาสิถ้าคิดว่าสู้ฉันได้ ฉันนักเทควันโดสายดำเลยนะจ๊ะแถมชอบดูมวยเป็นนิสัยอีกด้วย”

    “เออ...เอาเป็นว่าเรื่องนี้แกเหนือกว่าฉันฉันไม่สู้แกให้โง่หรอก”

    “ฮาๆๆๆ”

    “เออเกือบลืม”คิดได้ดังนั้นฟีฟ่าก็ยื่นสิ่งของบางอย่างที่ถูกห่อไว้อย่างสวยงามภายใต้กระดาษห่อของขวัญสีสวย “สุขสันต์วันเกิดนะยัยคีย์”

    “น่ารักมาก...”คนรับยิ้มขึ้นทันทีเมื่อรับของขวัญมา

    1 เดือนผ่านไป

    “คีย์...”เสียงน่ารำคาญของยัยฟีฟ่าดังขึ้นกวนเวลาหลับเวลานอนของฉันอีกครั้ง ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองหน้ายัยนั้นอย่างไม่พอใจเนื่องจาฉันเพิ่งจะหลับไปได้ไม่ถึง 15 นาทีด้วยซ้ำ

    “ยัยบ้าเอ๊ย!”ฉันพูดขึ้นทันทีเมื่อสายตาเริ่มปรับเข้าสู่โหมดปกติ “มีอะไรพูดมาถ้าไม่สำคัญแกตาย”

    “สำคัญที่สุดถึงที่สุดเลยแหละแก”ท่าทางระริกระรี้ของยัยฟีฟ่าทำให้ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่าเรื่องที่ยัยนั้นจะเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ฉันทำหน้าตาเซ็งๆใส่ยัยนั้นเพื่อให้รู้ว่าฉันไม่สนใจเรื่องที่ยัยนั้นจะเล่าแล้ว

    “เอาน่า...ฟังฉันหน่อยเถอะนะฉันสัญญาถ้าเธอฟังฉันฉันจะซื้อนิยายให้เอเล่มหนึ่ง”

    “ข้อเสนอน่าสนใจ...งั้นเล่ามา”

    “เอานิยายมาเป็นข้องเสนอที่ไรเจ้าแม่นิยายรักอย่างเธอไม่เคยพลาดเลยนะ”

    “แน่นอน ใครจะไปแบบแกล่ะนิยายวัยรุ่นไม่อ่านข้ามขั้นอ่านนิยายผู้ใหญ่ซะแล้ว”

    “ก็ธรรมดาอ่ะนะ”

    “แกรีบพูดมาดีกว่าฉันจะอ่านหนังสือนิยายต่อ”

    “วันนี้ฉันซื้อคอนเสิร์ตของวง Lucifer มาใหม่แกไปดูกับฉันที่บ้านนะ”

    “เฮอ...ไปก็ไป”

    “งั้นเจอกันตอนเลิกเรียนนะฉันไปล่ะ”พูดจบยัยนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่ทันทีส่วนฉันก็ฟุบลงที่โต๊ะทันทีเช่นกัน

    กริ่งงงงงงงง!

    เสียงสวรรค์ดังขึ้นทันทีเมื่อฉันเริ่มชักจะนอนเต็มอิ่มตั้งแต่คาบเรียนแรกของบ่ายยันเลิกเรียน ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมฉันหลับในห้องเรียนถึงไม่มีใครว่าอะไรเฮ้อ...เผอิญโรงเรียนนี่เป็นโรงเรียนของลุงฉันอ่ะนะฉันจะหลับหรือจะหลบใครจะกล้าว่า

    “ฉันมาตามคำสัญญาจ๊ะยัยเพื่อนรัก”พอเลิกเรียนปุ๊บ! ยัยบ้านี่ก็โผล่มาปั๊ป!

    “นี่สรุปแกซื้อคอนเสิร์ตมาดูหรือแกซื้อหนังผีมาดูกันแน่นี่ทำไมต้องให้ฉันไปดูด้วยไ

    “เอาน่าแกฉันก็แค่อยากให้แกเลิกหมกมุ่นกับการจิตนาการว่าพระเอกหน้าตายังไงแล้วนางเอกหน้าตาเป็นไง เอาเป็นว่าเราไปดูพระเอกตัวจริงกันที่บ้านฉันดีกว่า”

    “ตัวจริงที่ไหนก็แค่ดีวีดี”

    “เอาน่า! แต่ขอบอกไว้ก่อนพี่ชายฉันอยู่บ้านด้วยนะ”

    “นี่แกเห็นฉันบ้าผู้ชายขนาดนั้นเลยเหรอ?”  

    “หรือแกจะไม่ไป”

    “ฉันไป”

    หลังจากที่เดินมาได้ไกลพอสมควรในที่สุดฉันกับยัยฟีฟ่าก็เดินมาจนถึงโรงจอดรถของโรงเรียนซึ่งอยู่คนละทิศคนละทางกับอาคารเรียนของฉัน พอมาถึงฉันก็จัดการเดินไปขับรถออกมารับยัยฟีฟ่าที่ยืนแอ๊บแบ๊วอยู่ที่หน้าโรงจอดรถ

    “ไม่ต้องมาแอ๊บแกไม่แบ๊วหรอกยัยบ้ารีบขึ้นมาด่วนเลยจะได้รีบดูให้มันจบๆวันนี้ฉันมีนัดกับพี่ดีไซด์ที่ร้านหนังสือ”

    “นี่ถ้าแกอดออมแล้วเอาเงินที่ซื้อนิยายมาซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศแกคงได้ไปเกือบรอบโลกแล้วมั้ง”

    “อย่างมาโม้แกก็เหมือนกันแหละถ้าแกเอาเงินที่ซื้อพวกเพลงหรือคอนเสิร์ตบ้านั้นไปซื้อบ้านคงได้เป็นหลังแล้ว”

    “นี่แกชวนฉันทะเลาะอีกแล้วนะยัยคีย์”

    “ถ้าแกไม่อยากทะเลาะกับฉันก็กรุณารีบก้าวขาของแกขึ้นมาบนรถมอเตอร์ไซด์คันใหม่ของฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกอาจจะได้เดินกลับบ้านก็เป็นได้ในวันนี้”

    “โอเค...เอาไว้ไปทะเลาะกันใหม่ที่บ้านก็แล้วกัน”

    “คิดได้ก็ดีแล้วนั่งให้ดีๆล่ะฉันจะพาแกเหาะ”

    ระยะทางจากโรงเรียนไปบ้านของยัยฟีฟ่าฉันใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาทีเนื่องจากช่วงนี้รถติดเพราะเป็นช่วงเลิกเรียนเหล่าเด็กที่ไม่รู้จะทำอะไรอยู่ที่โรงเรียนก็ต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้านต่างจากฉันที่หลังจากเลิกเรียนของทุกวันฉันมักจะไปที่โรงยิมเพื่อไปหาอะไรที่มันต้องใช้กำลังทำ

    หลังจากที่รถของฉันเข้ามาจอดในโรงจอดรถของบ้านยัยฟีฟ่าเรียบร้อยแล้วฉันก็รีบถอดหมวกกันน็อกและเสื้อคลุมออกให้พ้นตัวเพราะมันดูแมนเกิ๊นมีหวังถ้าพี่ชายยัยนั้นมาเห็นฉันแบบนี้คงจะอยากจีบฉันมากเลย

    “แกไปรอฉันที่ห้องนั่งเล่นได้เลยนะเดี๋ยวฉันขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน เออแกจะกินอะไรฉันจะได้บอกให้คนเอามาให้”พอลงจากรถได้ยัยฟีฟ่าก็ร้องสั่งฉันทันที

    “เอาอะไรมาก็ได้ไปตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวคิดอะไรยังไม่ออก”

    “เออ...รอฉันอยู่นี่นะห้ามหนีกลับบ้านก่อนไม่งั้นแกฉันจะไม่เป็นแม่สื่อให้แกเรื่องพี่ชายฉัน”

    “ยัยบ้าเอ๊ย! แกจะพูดทำเสียงดังทำไม?”

    “เออฉันจะไม่พูดเสียงดังก็ได้ว่าแกชอบพี่ชายฉัน”เหมือนยัยนั้นจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดไปมากเลยเพราะตลอดทางที่ยัยนั้นเดินฉันยังคงได้ยินมันพูดว่า ‘ฉันไม่บอกว่าแกชอบพี่ชายฉันแน่นอน’ แบบนี้ตลอดทางให้ตายเถอะยัยเพื่อนบ้าเอ๊ย!

    ฉันเดินตามทางเดินซึ่งถูกปูพื้นด้วยกรวดตลอดทางเดินไปยังห้องนั่งเล่นส่วนตัวของยัยฟีฟ่าที่มักจะชวนฉันมานั่งเล่นหรือนั่งอ่านหนังสือที่นี่เป็นประจำ ตลอดสองข้างทางที่เดินมาล้วนถูดจักตกแต่งด้วยต้นไม่หลากหลายสายพันธุ์ที่ดูสวยงามไม่แพ้สวนที่บ้านฉันเลย ฉันเดินเปิดประตูห้องขนาดไม่เล็กมากซึ่งอยู่ท่ามกลางสวนสวยเข้าไปด้านในซึ่งถูกตกแต่งโดยเน้นสีชมพู ส้ม และสีเทาซึ่งเป็นสีที่ฉันชอบ ฉันเดินไปที่หลังห้องซึ่งเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือนิยายหลากหลายแนวซึ่งถูกเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม

    แกรก!

    หลังจากที่ฉันเพลิดเพลินกับการเลือกหนังสือนิยายในชั้นมาอ่านอย่างเพลิดเพลินเสียงคนเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น ฉันเดินออกจากชั้นหนังสือพร้อมกับหนังสือนิยายที่ติดมือไปเล่มหนึ่ง ฉันมองไปรอบห้องแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเลยในห้อง เว้นแต่...จานอาหารว่างที่วางอยู่บนโต๊ะนั่น

    “อาหารว่างก็มาแล้วแต่ทำไมยัยฟีฟ่ายังไม่มานี่”ฉันบ่นกับตัวเองก่อนจะวางหนังสือลงบนโซฟาตัวสีเทาซึ่งเป็นตัวที่ฉันนั่งประจำก่อนจะตรงไปใช่ส้อมจิ้มเอานักเก็ตไก่เข้าปากไปชิ้นหนึ่ง

    “อร่อยมั้ย?”เสียงนุ่มๆทุ้มๆของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของฉันทำเอาฉันสะดุ้งจะเผลอปล่อยส้อมลงพื้นเสียงดัง “พี่ขอโทษนะคีย์พี่ไม่ได้ตั้งใจให้เราตกใจ”คนพูดเห็นท่าทางของฉันก็รีบพูดขึ้นและตรงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว

    “ไม่เป็นไรหรอกพี่ซีซ่า”ฉันพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของพี่ซีซ่าซึ่งเป็นพี่ชายของยัยฟีฟ่าดูตกใจยิ่งกว่าฉันซะอีก พอตั้งสติได้ฉันก็กำลังจะก้มเก็บส้อมที่หล่นลงพื้นแต่พี่ซีซ่าก็แย่งฉันเก็บซะก่อน

    “เดี๋ยวพี่เก็บเอง”

    “ออค่ะ”พูดจบฉันก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวสีเทาทันที ส่วนพี่ซีซ่าหลังจากที่เก็บส้อมขึ้นเรียบร้อยแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวสีส้มตัวประจำของพี่ซีซ่าทันที

    “เป็นไงบ้างเดี๋ยวนี้เราที่โรงเรียนยังเหมือนเดิมรึเปล่า”

    “อือค่ะเหมือนเดิมคีย์ก็ยังคงเรียนๆหลับๆหลบๆไปตามอารมณ์เหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ดีขึ้นมาหน่อยคือไม่ค่อยหลบแต่หลับบ่อยขึ้นแค่นั้นเอง”

    “เฮ้อ...วิธีการเรียนของเรานี่เหมือนสมัยพี่เรียนที่โรงเรียนเราเลยนะ”

    “เหม...ก็เราขาเดี๋ยวกันนี่พี่ซีซ่าเบื่อเรียนก็หลบยังไงก็จบเพราะคีย์เส้นใหญ่”

    “เอาเข้าไปแล้วพอเรียนจบนี้จะไปต่อที่ไหนก็ยากนะไม่มีความรู้น่ะ”

    “ใครว่าล่ะพี่ชายอย่างคีย์น่ะเหรอไม่มีความรู้คีย์อ่ะสอบได้ TOP ของห้องตลอดนะค่ะ”

    “จ้าแม่คนเก่ง เก่งอย่างงี้พี่ก็รักตายเลย”

    “รักน่ะรักได้ค่ะแต่อย่ารักจนตายเดี๋ยวคีย์จะไม่ได้รัก”

    “คีย์...”

    “ว่าไงค่ะ?”

    “คีย์รู้ใช่มั้ยว่าพี่รู้สึกยังไงก็คีย์”

    “ค่ะ พี่ก็รู้สึกว่าคีย์เป็นน้องสาวของพี่ไง”

    “มันไม่ใช่แค่นั้นนะคีย์ พี่...”

    “อย่าเพิ่งดึงเข้าโหมดนี้ค่ะพี่ซีซ่าคีย์ไม่รู้จะพูดอะไร?”

    “พี่รักเรานะคีย์”

    “...”ถึงขั้นอึ้ง ฉันได้แต่นั่งมองพี่ซีซ่าตาปริบๆเพราะไม่คิดว่าพี่แกจะเป็นคนมาสารภาพรักกับฉันให้ตายเถอะรู้จักกันมาตั้งนานแต่ทำไมฉันไม่รู้เลยว่าพี่ซีซ่ารู้สึกแบบเดียวกับที่ฉันรู้สึก ถ้ารู้แบบนี้ฉันบอกรักพี่แกไปนานแล้วไม่ต้องมานั่งกลุ้มหมกมุ่นอ่านนิยายรักเพื่อหาวิธีไปบอกรักพี่แกมาเป็นชาติหรอก

    “คบกับพี่นะ”

    “พูดจริงพูดเล่นค่ะนี่พี่ซีซ่า”

    “พี่พูดจริงพี่เคยโกหกเราเหรอ?”

    “อย่างให้พูดเลยค่ะ”พอพูดถึงเรื่องที่พี่ซีซ่าโกหกฉันเรื่องราวเหล่านั้นมันก็ลอยมาเต็มไปหมด

    “ครั้งนี้พี่พูดจริง”

    “น่าเชื่อเนอะ!”

    “จริงๆคีย์พี่รักเราจริงๆ ให้พี่ไปบอกพ่อกับแม่ตอนนี้เลยก็ได้ว่าเราสองคนคบ ถ้าเราตอบตกลงมาจะคบกับพี่”

    “เออ...”สรุปว่าพี่แกพูดจริงพูดเล่นกันแน่นี่แต่เอาเถอะพูดจริงพูดเล่นก็ช่างแต่ในเมื่อโอกาสมันมาขนาดนี้แล้วคว้าเอาไว้ก่อนล่ะกัน “ค่ะ”

    “เราตกลงคบกันพี่แล้วจริงนะ”

    “ค่ะ”

    “ไปเถอะ”พูดขึ้นพี่ซีซ่าก็จับมือฉันลุกขึ้นจากโซฟาทันที

    “ไปไหน”ฉันพูดขึ้นทันที

    “ไปหาพ่อกับแม่พี่ไง”

    “เฮ๊ย! ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้พี่ซีซ่า”

    “ก็พี่รักเราจริงๆนี่”

    “ค่ะ”

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา