อองรีรจนา มนตราดอกกุหลาบ

อองรีรจนา มนตราดอกกุหลาบ

อองรี ได้พบกับ รจนาตัวจริงเพราะเธอคือหญิงสาวที่ปรากฏกายขึ้นในความฝันของเขาบ่อยๆทั้งๆที่เขาไม่เคยรู้จักกับเธอมาก่อน และในที่สุด ทั้งสองคนได้ก็ได้ทราบความจริงว่าเรื่องราวของพวกเขานั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน แต่เป็นความทรงจำที่ติดตามมาจากชาติปางก่อน

ผู้เขียน pommarin ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

บทที่ 1

 

                                                                                       บทที่ 1

                              “...สัญญาสิ สัญญากับฉันว่า ทุกครั้งที่คุณได้เห็นดอกกุหลาบ คุณจะคิดถึงแต่ฉัน...”

 อองรีสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เมื่อได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเริ่มทำการเข็นรถบริการอาหารออกมาให้บริการผู้โดยสาร เขายังคงงุนงงสับสนในความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ น้ำเสียงที่เยือกเย็นเป็นกังวานของเธอ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาราวกับว่า เธอได้มากระซิบอยู่ข้างหูของเขาเมื่อสักครู่นี้เอง เขาขยับข้อมือดูนาฬิกา อีกประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงกรุงเทพฯแล้ว เขามองดูพนักงานบริการของสายการบินไทย ที่สวมใส่เครื่องแบบไทยๆที่แม้จะดูงามสง่าเพียงใด ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับหญิงสาวที่เขาพบในความฝันได้ เขาเฝ้าครุ่นคิดว่าเธอคนนั้นเป็นใคร จะมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่จิตนาการในความฝันของเขาที่เขาเฝ้าฝันถึงบ่อยๆเท่านั้น

เขาออกเดินทางจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ดินแดนที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่ยังเล็กว่าอยากจะมาเห็น มาสัมผัส มาเที่ยวยังดินแดนที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม ร่ำรวยไปด้วยวัฒนธรรมและประเพณีอันน่าหลงใหล ดินแดนที่ร่ำลือกันว่าผู้คนที่นั่นต่างมีน้ำใจและมิตรไมตรีที่ดียิ่งกับคนต่างชาติเช่นพวกเขา แต่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้แล้ว สิ่งที่จูงใจให้เขาเลือกที่จะเดินทางมาที่ประเทศไทยในครั้งนี้ก็คือ ผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เขาได้พบในความฝัน ผู้หญิงที่เขาแอบหลงใหลคลั่งไคล้ ราวกับว่าเธอมีตัวตนจริงๆ และตัดสินใจเลือกที่จะมาตามหาเธอ ด้วยความรู้สึกผูกพันกับเธอ แม้ว่าจะไม่เคยได้พบ ไม่เคยรู้จัก และไม่แน่ใจว่าเธอผู้นั้นจะมีตัวตนจริงๆหรือไม่

เขาเริ่มมีความรู้สึกอันแปลกประหลาดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เมื่อศักดา คนไทยที่เป็นเพื่อนเคยเรียนมหาวิทยาลัยที่ปารีสกับปิแอร์ บิดาของเขา ได้เดินทางมาที่ฝรั่งเศส และได้นำของฝากจากเมืองไทย มามอบให้แก่เขาชิ้นหนึ่งนั่นคือ ตุ๊กตาปูนปั้นรูปเด็กตัวดำสนิท นุ่งผ้าสีแดง ทาปากสีแดงจัดเช่นเดียวกับผ้าที่นุ่ง ด้านหลังของตุ๊กตานั้น ทำเป็นกระบอกทรงกลม ใช้สำหรับใส่ดินสอปากกา ศักดาได้บอกเขาว่า ตุ๊กตาตัวนี้ชื่อ เจ้าเงาะ เป็นตัวละครตัวหนึ่งในวรรณคดีไทยเรื่อง สังข์ทอง ที่มีชื่อเสียงมาก และเขาเองก็ได้รับฟังเรื่องราวคร่าวๆของวรรณคดีไทยเรื่องนี้จากนงนุช ภรรยาของศักดาด้วยความสนใจ นับแต่นั้นมา เขาก็รู้สึกหลงใหลในสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวกับประเทศไทย และคนไทย จนบ่อยครั้งเขาต้องเก็บเอาไปฝัน เป็นความฝันที่เขารู้สึกเหมือนกับว่า เขาเคยอยู่ที่นั่น กับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงไทย ในชุดสไบเฉียง ที่ปรากฏกายขึ้นในความฝันของเขา หลายครั้งหลายหน พร้อมด้วยดอกกุหลาบที่เธอถืออยู่ในมือและกล่าวกับเขาว่า

“...สัญญาสิ สัญญากับฉันว่า ทุกครั้งที่คุณได้เห็นดอกกุหลาบ คุณจะคิดถึงแต่ฉัน...”

ศักดามารับอองรีที่สนามบินพร้อมกับลูกสาวทั้งสองคน อลิสาคนโตนั้น อายุรุ่นเดียวกับเขา ส่วนอรอุมาผู้เป็นน้อง อ่อนกว่าเขาสัก 2-3 ปี ศักดาและครอบครัวของเขารู้จักและสนิทสนมกับอองรีและบิดาของเขาเป็นอย่างดี และได้อาสาที่จะเป็นผู้ดูแลและพาเขาเที่ยวในช่วงที่เขามาประเทศไทยในครั้งนี้ ศักดาขับรถพาอองรี ไปส่งยังคอนโดที่เขาได้เช่าเอาไว้เพื่อให้อองรีได้อยู่อาศัยในช่วงที่อยู่ที่นี่ อองรีได้นำของฝากที่พ่อของเขาฝากมาให้แก่ศักดา นงนุช และบุตรสาวทั้งสองคน ซึ่งเมื่อทั้งอลิสาและอรอุมา เห็นว่าเป็นกระเป๋าถือ ฟรังซัวร์คอลเล็คชั่นใหม่ ที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในเมืองไทยแล้วทั้งสองคนก็กรีดร้องออกมาราวกับคนขาดสติ พร้อมกับกระโดดกอดอองรีด้วยความดีใจ จนเขาเองก็รู้สึกแปลกใจ เพราะขัดกับสิ่งที่พ่อของเขาได้กล่าวเตือนเขาเสมอ ก่อนที่เขาจะมาที่ประเทศไทยว่า ให้ระมัดระวังการแสดงกิริยาบางอย่างกับหญิงไทย เพราะผู้หญิงไทยในสายตาของพ่อของเขานั้น จะสงบเสงี่ยม ไม่ใคร่จะแสดงอาการใดๆออกมานอกหน้านัก ไม่ว่าจะ ดีใจ เสียใจ รัก หรือเกลียด พ่อของเขาจึงย้ำนักย้ำหนาว่าให้ระมัดระวัง การแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้หญิงไทยในที่สาธารณะ เพราะวัฒนธรรมที่นี่จะไม่เหมือนกับที่ฝรั่งเศส บ้านของเขา แต่ทันทีที่อองรีได้เห็นอาการแสดงความดีใจของอลิสาและอรอุมาแล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่า ผู้หญิงไทยในยุคสมัยที่พ่อของเขารู้จักนั้น แตกต่างกับยุคสมัยนี้ เสียแล้ว

อองรีเริ่มทำความรู้จักกับกรุงเทพฯและประเทศไทย ทันทีที่มาถึง โดยศักดาจะเป็นคนพาไป แต่ถ้าไม่ว่างเขาก็จะมอบให้อลิสาและอรอุมาเป็นผู้พาไปเที่ยวแทน อองรีรู้สึกตื่นตาตื่นใจในความงามอันวิจิตรตระการตาของพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในความคิดของเขาแล้ว มีความงดงามไม่ด้อยไปกว่าพระราชวังทั้งหลายในยุโรปเลย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆแล้ว  เขาได้มีโอกาสไปเดินตามห้างสรรพสินค้าหรูๆ หลายแห่งของกรุงเทพฯ ไปชมดูร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและเครื่องแต่งกาย ฟรังซัวร์ ของบิดาของเขา ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากคนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เขานิยมชมชอบอาหารไทยเป็นพิเศษ ที่ปารีสมีร้านอาหารไทยที่เขาไปทานเป็นประจำ เพราะเจ้าของร้านที่เป็นคนไทยนั้น แต่งงานกับผู้หญิงฝรั่งเศส และมีบุตรชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แล้วยังชื่อ อองรี เช่นเดียวกับเขาอีก และเขาพอจะหัดพูดภาษาไทยได้บ้างก็เพราะหัดพูดกับอองรี เพื่อนของเขาคนนี้เอง

จากกรุงเทพฯเขามีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต เขาชอบทะเลที่นี่ที่มีความสวยงาม เป็นธรรมชาติ มีฝูงปลามากมายหลากหลายชนิด เขาไปดำน้ำที่ กระบี่ ที่หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะสิมิลัน อันลือชื่อตามลำพัง เพราะครอบครัวของศักดาไม่สะดวกที่จะไปต่างจังหวัดได้นานๆเช่นนั้น แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาแต่ อย่างใด เพราะเขาเริ่มรู้จักคุ้นเคยกับคนไทยมากขึ้นๆ จนไม่รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับที่นี่แต่อย่างใด

อองรีกลับจากต่างจังหวัดและมาถึงคอนโดในตอนเย็นวันเสาร์ เขาได้พบกับข้อความที่อลิสาฝากไว้ว่าจะชวนเขาไปช้อบปิ้งที่ย่านราชประสงค์ในวันรุ่งขึ้น อองรียกหูโทรศัพท์ และโทรไปปฎิเสธเธอ เพราะเขายังรู้สึกเหนื่อยและเบื่อกับการเดินช้อบปิ้งตามห้างหรูๆโดยมีเธอคอยคล้องแขน แล้วลากเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ตลอดทั้งวัน เขามาอยู่เมื่องไทยได้เกือบ 3 เดือนแล้ว เดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว แต่กลับรู้สึกว่ายังไม่พบกับสิ่งที่ตนต้องการ เขาเริ่มรู้สึกเบื่อ คิดถึงบ้าน เขาล้มตัวลงนอนแล้วหยิบรีโมทคอนโทรลมาเปิดทีวี เปลี่ยนช่องไปมาอยู่สักพัก แล้วหยุดที่รายการช่องหนึ่งที่กำลังเสนอละครไทยย้อนยุค มีผู้แสดงเป็นหญิงไทย นุ่งห่มในชุดสไบเฉียงเปิดไหล่ข้างหนึ่ง แต่ท่วงท่ากิริยาอาการของตัวละครนั้น ก็ไม่เหมือนและสร้างความประทับใจเช่นเดียวกับหญิงสาวที่เขาพบเห็นในความฝัน อองรีเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เธอเป็นใครกัน ทำไมถึงได้วนเวียนอยู่ในความทรงจำของเขาเช่นนี้

เขาปิดทีวี แล้วคว้านิตยสารท่องเที่ยวที่วางอยู่ใกล้ๆมาพลิกไปมา ก่อนที่จะสะดุดใจกับสถานที่แนะนำแห่งหนึ่งคือตลาดนัดจตุจักร ตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาพลิกดูภาพประกอบ และอ่านบทความด้วยความสนใจ เพราะนับตั้งแต่มาเที่ยวประเทศไทย เขาได้แต่เดินเที่ยวในห้างที่ปรับอากาศเย็นฉ่ำ ขายแต่สินค้ามียี่ห้อ มีราคา แต่ตลาดกลางแจ้งเช่นนี้ ซึ่งขายสินค้าหลากหลาย รวมทั้งศิลปะ หัตถกรรมพื้นเมืองแล้ว เขายังไม่เคยได้มาเที่ยวชมดู เขาศึกษาเส้นทางการเดินทางด้วยตนเอง เพราะรู้ดีว่า สถานที่เช่นนี้ หากชวนอลิสาหรืออรอุมา ไปด้วยแล้ว เธอคงไม่ยินดีที่จะมาด้วยแน่

เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เขาออกเดินทางแต่เช้า ด้วยรถไฟฟ้า จากคอนโดที่เขาอาศัย มาลงที่สถานีสวนจตุจักร จากนั้นก็เดินชมร้านค้าและสินค้าด้วยความเพลิดเพลิน เขาเดินลัดเลาะไปจนถึงโซนขายสัตว์ ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงต่างๆวางจำหน่ายมากมาย จากนั้นก็เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆจนถึงโซนขายต้นไม้ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เขาเดินผ่านย่านไม้ผลต้นใหญ่ ลัดเลาะมาสู่ย่านไม้ดอกไม้ประดับ ที่ปลูกใส่กระถางเล็กๆเรียงรายไว้เต็มพื้นที่ของแต่ละร้าน เขาเกิดความสนใจอยากจะหาต้นไม้ประดับต้นเล็กๆไปปลูกที่คอนโด ในช่วงที่เขายังอาศัยอยู่ที่นี่ เขาเดินชมด้วยความเพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่ามาหยุดอยู่ที่ร้านขายกุหลาบร้านหนึ่ง ที่มีต้นกุหลาบ หลากสีหลากพันธุ์ วางจำหน่ายอยู่อย่างมากมาย เขาได้กลิ่นหอมโรยรินของกุหลาบโชยมาสัมผัสจมูกด้วยความเคลิบเคลิ้ม จนทำให้รู้สึกราวกับว่า ได้หลุดมาอยู่ยังอีกโลกหนึ่ง ที่มีแต่ความเงียบสงัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่ยหอมของกุหลาบรอบกาย เขาพิจารณาดูกุหลาบสีขาว หลายต้นที่แข่งกันชูช่อออกดอกเหมือนกับจะเชิญชวนยั่วยวนดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อ เขามองดูดอกกุหลาบเหล่านั้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย ขณะที่มือข้างหนึ่งก็ค่อยๆยื่นออกไป เพื่อประคองกระถางของกุหลาบต้นที่เขาหมายตาขึ้นมา โดยไม่ทันสังเกตว่า ในเวลาเดียวกันนั้น มีมือของใครอีกคนกำลังยื่นออกมาเพื่อเลือกกุหลาบกระถางนั้นเช่นกัน

มือทั้งสองสัมผัสถูกกัน โดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวที่เป็นเจ้าของมือข้างนั้นรีบชักมือกลับในทันที ขณะที่อองรีรีบกล่าวคำขอโทษออกมาในเวลาเดียวกัน แต่ทันทีที่เขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็ต้องตกตะลึงราวกับต้องมนต์ หญิงสาวผู้นั้น ผู้มีเรือนร่างผอมบาง ในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เส้นผมยาวเหยียดตรงของเธอ ถูกหวีปัดไปด้านข้างด้านหนึ่งอย่างเรียบง่าย อองรีมองเธอด้วยความรู้สึกว่ามีภาพซ้อนอีกภาพหนึ่งบังเกิดขึ้นมาในสายตาของเขา เป็นภาพของหญิงไทยที่นุ่งห่มด้วยชุดสไบเฉียง ที่เขาพบเห็นเสมอในความฝันของเขา ปรากฏซ้อนขึ้นมา บดบังร่างของหญิงสาวผู้นี้ อองรีมองดูด้วยความตกตะลึง

“ขอโทษค่ะ ถ้าคุณสนใจต้นนี้ ฉันจะดูต้นอื่นก็ได้ค่ะ”

เธอกล่าวเป็นภาษาอังกฤษกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะกังวานราวกับเสียงระฆัง อองรีพยายามจะกล่าวบางสิ่งบางอย่างตอบกลับไป แต่ก็เหมือนมีอะไรมาขวางกั้น ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง            (จบ บทที่ 1)

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา