จะเก็บไว้เสมอ

จะเก็บไว้เสมอ

เรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิต

ผู้เขียน พราว ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 หน้าเดียวจบ

หน้าเดียวจบ

 “พี่แพร พี่แพร!” เสียงเด็กหนุ่มตะโกนเรียกแพรจากรั้วหน้าบ้าน แพรชะเง้อมองตามเสียงนั้นเห็นกันต์ เด็กหนุ่มวัย 15 ยืนกวักมือเรียกแพรไปหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์กลายๆว่ามีเรื่องสำคัญต้องการคำปรึกษาโดยที่ไม่อยากให้ใครได้ยิน แพรละจะจากทีวีไปที่ประตูรั้ว

ว่าไงล่ะ ? แพรเอ่ยขึ้น

“พี่แพร...กันต์อยากไปทะเล ไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนจัดให้”

แพรรู้ได้ทันทีว่ากันต์ต้องการอะไร แทนที่จะไปขออนุญาตแม่ตรงๆกันต์กับเลือกเดินมาหาพี่สาวข้างบ้านเพื่อมาขอคำปรึกษาซึ่งก็หมายถึงแพรต้องไปขออนุญาตน้าแก้วแม่ของกันต์เพื่อให้กันต์ได้ไปเที่ยว

“ทำไมไม่บอกแม่เองล่ะ” แพรพูดยิ้มๆ

“โธ่พี่แพรก็รู้กันต์ไม่กล้าแล้วก็ไม่อยากฟังแม่บ่นด้วย พี่แพรช่วยกันต์หน่อย ขอแม่ให้มั่ง” หนุ่มน้อยวัย 15 ทำหน้าตาอ้อนวอนสุดชีวิต แพรเพ่งมองกันต์อย่างพิจารณา นึกสงสัยว่าเจ้าเด็กคนนี้หรือที่สาวๆรุ่นน้องที่โรงเรียนพากันปลื้มว่าเท่ห์นักหนาแต่สำหรับแพรยังเห็นกันต์เป็นเด็กน้อยที่วิ่งตามพี่แพรวันยันค่ำ

“พี่แพรนะนะ ช่วยกันต์หน่อย ถ้าพี่แพรขอแม่ยอมอยู่แล้วล่ะ แม่เชื่อพี่แพรมากกว่าลูกในไส้ซะอีก” กันต์วิงวอน

แพรถอนหายใจพลางพยักหน้าตกลง กันต์ยิ้มร่าแล้วบอกลาเพื่อไปรอรับความช่วยเหลือจากแพรอยู่ที่บ้าน

แพรเคยโดนลูกพี่ลูกน้องของกันต์ค่อนขอดบ่อยๆว่ากันต์กับสนิทกับพี่สาวข้างบ้านกว่าพี่น้องจริงๆเสียอีก  แพรรู้จักกับกันต์ตั้งแต่กันต์อยู่ป.1 แพรอยู่ป.3 พ่อแม่ของกันต์หย่าร้างกันแม่จึงพากันต์ย้ายบ้านมาอยู่ติดกับบ้านของแพร กันต์และแพรเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ประถมจนมัธยม  กันต์วิ่งตามแพรตั้งแต่เด็กๆ แพรเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงตั้งแต่เล่นเกม อ่านการ์ตูน ดูฟุตบอล กันต์เห็นแพรเป็นฮีโร่จนยอมเป็นลูกน้องให้แพรได้โขกสับบ้างเป็นครั้งคราว แม่ของกันต์หรือน้าแก้วเองก็รักแพรเหมือนลูกสาวคนหนึ่งบางทียังต้องขอความเห็นจากแพรด้วย ล่าสุดคือเรื่องการเรียนต่อมัธยมปลายของกันต์ กันต์บอกแม่ว่าจะเรียนสายวิทย์-คณิต แต่น้าแก้วกลัวว่ากันต์เรียนไม่ไหว

“น้าว่าให้กันต์เรียนสายศิลป์ดีกว่า”

“ทำไมล่ะคะ กันต์เขาขอเรียนสายวิทย์นี่คะ”.

“น้ากลัวเขาเรียนไม่ไหวน่ะสิ แพรช่วยบอกกันต์ให้เรียนสายศิลป์ได้ไหม”

“ค่ะได้ค่ะน้าแก้ว” แพรลอบถอนหายใจเบาๆ จากนั้นแพรไปกล่อมกันต์จนกันต์ตกลงและตั้งใจจะส่งใบสมัครสายศิลป์แต่อีก 2 วันต่อมาแม่ของกันต์กลับบอกว่า

“น้าเปลี่ยนใจแล้วให้เขาเรียนสายวิทย์ดีกว่าเด็กสายศิลป์มาจากต่างโรงเรียนเยอะน้ากลัวเขาจะมีเพื่อนไม่ดี” แพรไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ได้แต่ตอบรับค่ะอย่างเดียว หลังจากส่งใบสมัครไปแล้ว อีก 3 วันต่อมาน้าแก้วกลับมาบอกว่า ให้แพรไปขออาจารย์ให้กันต์ไปเรียนสายศิลป์คราวนี้นายกันต์โวยวายทันทีที่รู้แต่ก็ยอมย้ายเพื่อให้แม่สบายใจ จริงๆแล้วเรื่องนี้แพรรู้ว่าสิ่งที่กันต์ตัดสินใจเลือกคือสิ่งที่กันต์ต้องรู้ดีว่าเขาทำได้หรือไม่ได้

แพรจบมัธยมปลายไปศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพ กันต์ยังคงโทรหาอย่างสม่ำเสมอ เรื่องที่โทรมาก็มีอยู่ไม่กี่เรื่องเช่น พี่แพรกันต์แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง หรือไม่ก็.. พี่แพรกันต์อยากไปดูหนังกับแฟนขอแม่ยังไงดี ครั้งสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคของแพร กันต์โทรมาเรื่องแฟนของเขาแฟนสาวของกันต์มีเด็กต่างโรงเรียนมาชอบจนมีเรื่องเขม่นกัน  แม้ว่าเสียงของกันต์จะดูกังวลใจอยู่ แต่ด้วยเวลานั้นแพรต้องอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบปลายภาคซึ่งกระชั้นชิดเต็มที ด้วยความเครียดหลายๆอย่างแพรจึงตะคอกไปในโทรศัพท์โดยไม่ได้ตั้งใจ

“กันต์ ปัญหาแฟนอะไรของกันต์เนี่ยไม่จบไม่สิ้นซะทีพี่ต้องรีบอ่านหนังสือรู้ไหม กันต์โตแล้วนะจะทำอะไรก็ทำช่วงนี้เลิกโทรมากวนพี่ซะทีพี่มีเรื่องเครียดมากพออยู่แล้ว” จากวันนั้น กันต์ก็ไม่ได้โทรมาหาแพรอีกจนสอบปลายภาคเสร็จ แพรเตรียมเก็บของกลับบ้านช่วงปิดเทอม หลังจากสอบเสร็จแพรพยามโทรหากันต์อยู่2-3ครั้งแต่กันต์ปิดเครื่องตลอด แพรนึกย้อนถึงเรื่องที่พูดไม่ดีกับกันต์ไว้ตั้งใจจะกลับไปขอโทษพร้อมกับของที่กันต์เคยบ่นว่าอยากได้

วันกลับบ้านแม่กับพ่อติดธุระสำคัญจึงขอให้น้ามารับแพรกลับบ้านแทน ทันทีที่รถจอดเทียบประตูรั้วหน้าบ้านของแพร

แพรรีบหยิบของฝากแล้ววิ่งไปที่บ้านสีขาวของกันต์ทันที แต่เมื่อถึงหน้ารั้วแพรต้องหยุดชะงักพยามมองผ่านประตูรั้ว บ้านของกันต์ที่ปิดสนิทไม่มีคนอยู่

“สงสัยไปเที่ยวกันแน่เลย” แพรพูดพึมพำพลางถอนหายใจและตั้งใจว่าจะโทรหากันต์อีกครั้งหลังอาหารมื้อเย็น

แพรเดินกลับมาบ้านของตัวเอง ได้ยินเสียงน้าสาวบ่นว่าไม่ยอมขนของเข้าบ้านให้เรียบร้อยก่อน  แพรก้าวเข้าไปในบ้านและก็ต้องแปลกใจที่เห็นพ่อกับแม่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นรวม นึกสงสัยในใจว่าพ่อกับแม่อยู่บ้านอยู่แล้วหรือพึ่งกลับมาถึงบ้าน แพรสังเกตเสื้อผ้าของพ่อแม่ทั้งคู่สวมชุดสีดำ

“คุณพ่อคุณแม่ไปงานศพมาหรอคะ” พ่อไม่ตอบได้แต่หันไปมองหน้าแม่

“แพร มานั่งนี่สิลูก” แม่เรียกแพรด้วยเสียงที่แหบพร่า ใบหน้าดูไร้อารมณ์ใดๆ แพรนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มที่บุด้วยกำมะหยี่ พลางมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย แม่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“แพรจ๊ะ แม่กับคุณพ่อไป เอ่อ...”เสียงคุณแม่ถอนหายใจก่อนที่พูดต่อไป

“แม่กับคุณพ่อไปทำบุญมาจ้ะ” แพรขมวดคิ้วแม่จึงพูดต่อ

“ไปทำบูญให้กับ ...ให้กับน้องกันต์มา”

“ทำบุญให้ใครนะคะ” แพรยังงงอยู่

“ทำบุญให้น้องกันต์จ้ะแพร คือน้องกันต์เค้า..เค้า...น้องกันต์เขาเสียแล้วนะลูก” แพรหน้าถอดสีไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“คุณแม่อะไรนะคะ”

“น้องกันต์ลูก น้องกันต์เสียชีวิตแล้ว” แพรรู้สึกถึงความเย็นที่แล่นเข้าสู่หัวใจมือเท้าเย็นเฉียบปากสั่นระริก

“กันต์ กันต์เสียชีวิต เสียตอนไหนทำไม ยังไงกันคะ”

แม่เล่าว่ากันต์ไปมีเรื่องกับเด็กต่างโรงเรียนเมื่อ1สัปดาห์ก่อนที่แพรจะกลับ กันต์กับเพื่อนนัดเจอเด็กต่างโรงเรียนที่มีปัญหากันอยู่เด็กพวกนั้นพกอาวุธปืนมาด้วยกันต์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

แม่เล่าจบแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มหนึ่งส่งให้แพรบอกว่าน้าแก้วฝากไว้ ทันทีที่เห็นแพรก็จำได้ว่าสมุดเล่มนี้เป็นของที่แพรซื้อมาฝากกันต์ตอนไปเที่ยวทะเลปกสมุดเป็นสีน้ำเงินมีรูปสมอเรือสัญลักษณ์ของทหารเรืออยู่กลางปก ซึ่งกันต์เคยบอกแพรเขาอยากเป็นทหารเรือเมื่อโตขึ้น  สมุดยังอยู่ในสภาพที่ไม่ได้แกะซองพลาสติกออก แพรรับสมุดมาเดินใจลอยขึ้นไปห้องนอนของตัวเอง แพรทรุดตัวนั่งลงบนเตียง ในมือยังถือสมุดนั้นไว้พลางจ้องสุมดที่ใหม่เอี่ยมไม่มีรอยแกะ แพรรู้สึกสะดุดใจบางอย่างจึงแกะซองพลาสติกออกแล้วกรีดดูกระดาษข้างในช้าๆ 3แผ่นแรกว่างเปล่า เมื่อถึงแผ่นที่ 4 มีลายมือที่เขียนไม่เป็นระเบียบของกันต์เป็นข้อความสั้นๆ เป็นลายมือที่แพรจำได้ดี

“วันนี้กันต์รู้แล้วว่าพี่แพรเบื่อกันต์ ผมทำให้พี่ต้องเหนื่อยใจ  เป็นน้องที่ไม่เอาไหนไม่โต ผมขอโทษ จะไม่ทำให้พี่ลำบากใจอีก ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ต่อไปนี้ผมจะเดินด้วยตัวของผมเอง ผมรักพี่แพรนะ”

ไม่มีเสียงใดๆนอกจากหยดน้ำใสๆ ที่หยดลงบนกระดาษสมุดนั้น

แพรสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ

“คุณแม่ๆ” เด็กน้อยเอื้อมมือกระตุกชายกระโปรงชุดคลุมท้องเบาๆ

“ดอกไม้ให้คุณแม่ครับให้น้องด้วย” แพรจ้องมองเด็กชายตัวน้อยอย่างเต็มตา ใบหน้าของเด็กชายมีรอยยิ้มแสนสดใสและบริสุทธิ์

แพรโน้มตัวลงพลางเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้จากมือของเด็กชาย

“น้องกันต์เก็บมาให้คุณแม่หรอครับ”

“ครับ” เด็กชายยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้า

“คุณแม่ครับกันต์ไปหาคุณยายก่อนนะครับคุณยายบอกว่าจะให้กันต์กินขนม” พูดเสร็จเด็กชายก็วิ่งตื๋อลับตาไป

ที่หน้าระเบียงสายลมพัดกระดิ่งลมเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง สายตาของแพรทอดยาวไปยังบ้านชั้นเดียวสีขาวที่อยู่ข้ามรั้วไป เกือบ 10ปีแล้วสินะ ที่บ้านสีขาวหลังนี้ถูกปิดไว้ แพรพยามมองทุกสัดส่วนของตัวบ้านเท่าที่มองเห็นจดจำทุกรายละเอียดไว้ วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่แพรจะได้เห็นบ้านสีขาวหลังนั้นเพราะแพรเองกำลังจะย้ายตามสามีไปอยู่ต่างประเทศ เราคงไม่เจอกันอีกแต่พี่จะไม่มีวันลืมเธอเลย

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา