ก้าวใหม่หัวใจเดิม(จบ)

ก้าวใหม่หัวใจเดิม(จบ)

โปรดส่งมือให้ฉัน โปรดยื่นมือให้ฉันจะจับเธอไว้อย่างนั้นขอให้เธอจงมั่นใจไม่ต้องกลัวจะล้มปีนขึ้นไปเถอะนะฉันจะเป็นต้นไม้ใหญ่ให้เธอ เรื่องราวในช่วงเวลาสั้นๆที่โรงพยาบาลของ 1 น้า กับ อีก 4 หลาน

ผู้เขียน พราว ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า 1 ตอนที่ 1

“วันนี้ปายมีประชุมจนเย็น พรุ่งนี้ปายจะไปถึงที่นั่นตอนเช้า ค่ะๆ สวัสดีค่ะแล้วเจอกันค่ะ”

ปายกดวางโทรศัพท์หลังจากคุยกับพี่แพทเสร็จ        พี่แพท ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นญาติสนิทโทรมาแจ้งข่าวว่าน้าอร น้าสาวคนเดียวของครอบครัวเข้ารับการผ่าตัดใหญ่จากโรคเนื้องอกในมดลูกซึ่งต้องทำการตัดทิ้งทั้งหมด น้าสาวเพียงคนเดียวที่อยู่เลี้ยงหลานสาวถึง 4 คนและครองโสดจนถึงปัจจุบันนี้ ปายรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เธอควรจะกลับไปมีส่วนในการดูแลน้าผู้มีพระคุณ น้าอรเลี้ยงพิ้งค์ แพท ปายและวีนา โตขึ้นมาด้วยกันเมื่อโตขึ้นต่างก็แยกกันเดินตามหาเส้นทางฝันของตัวเองเมื่อพิ้งก์ แพท ปายได้จบมัธยมปลาย ......นานแล้วที่ปายไม่ได้เจอน้าอรและพี่น้อง นี่เป็นการเฝ้าไข้น้าสาวคนเดียวและเป็นการรวมหลานสาวพร้อมหน้าในรอบหลายปีที่ไม่ได้เจอกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ปายเดินทางโดยรถตู้ประจำทางข้ามจังหวัด มาถึงบริเวณโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่น้าอรเข้ารับการผ่าตัด 8 โมงเช้าปายรู้สึกปวดท้องนิดๆเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องในมื้อเช้า เธอเลยตัดสินใจแวะไปที่โรงอาหารของโรงพยาบาลก่อน ขณะที่เดินผ่านตึกต่างๆลานจอดรถผู้คนที่เดินสวนไปมาภาพเก่าๆก็ผุดขึ้นมาในหัว ปายจำได้ว่าที่โรงพยาบาลนี้ที่ปายและแม่มาเยี่ยมพี่พิ้งค์กับพี่แพท หลังจากอุบัติเหตุที่แสนเศร้า รถยนต์ที่พี่ทั้ง 2 คนนั่งนั้นเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง อุบัติเหตุครั้งนั้นได้พรากบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพี่สาวทั้ง 2 ไปด้วยคือพ่อและแม่ของทั้งคู่ซึ่งเป็นลุงและป้าของปายเสียชีวิตคาที่ ทั้งพิ้งค์และแพทต้องหยุดเรียนไป 1 ภาคเรียน เพื่อรักษาตัว

หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุได้ครึ่งปีครอบครัวปายก็บ้านแตกสาแหรกขาดเมื่อพ่อยื่นคำขาดขอหย่ากับแม่เพื่อไปแต่งงานใหม่ ตอนนั้นปายกำลังจะขึ้นชั้นม. 2 ปายจึงต้องย้ายบ้านย้ายโรงเรียนมาอาศัยบ้านตากับยายอยู่ ในบ้านตอนนั้นมีคนอยู่หลายคนทั้งตา ยาย ป้า น้าอีก3 คนพี่พิ้งค์พี่แพทรวมทั้งแม่และปาย หลังจากนั้นอีก 2 ปีตาและยายก็เสียชีวิตไล่ๆกัน ตามด้วยป้าที่เป็นเสาหลักของบ้านได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหอบหืดกำเริบ แม่ของปายอ่อนแอทางด้านจิตใจเธอเหมือนช๊อกกับการสูญเสียป้าจึงได้ลาออกจากงานข้าราชการที่ทำอยู่แล้วหนีเตลิดไป ซึ่งปายไม่สามารถติดต่อแม่ไม่ได้อีกจึงเหลือน้าอีก 3คน หนึ่งในนั้นคือน้าอรและน้าอีก 2 คนที่เป็นพ่อแม่ของวีนา

แม่ของวีนาสร้างหนี้สินก้อนโตไว้โดยที่พ่อของวีนาไม่รู้ จึงทำให้ต้องหย่าขาดจากกันและแม่ของวีนาหนีไปส่วนพ่อของวีนาก็แยกไปโดยพาวินเนอร์น้องชายของวีนาไปด้วย น้าอรเลยกลายเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่ต้องรับผิดชอบชีวิตที่เหลืออีก 4 คนพอหลานทุกคนจบม.6และไปเรียนในระดับอุดมศึกษาน้าอรตัดสินใจขายบ้านหลังนั้นทันทีแล้วตัวน้าอรเองเลือกย้ายไปอยู่บ้านพักข้าราชการแทน  หลังจากกินเช้าเสร็จแล้วปายนึกขึ้นได้ว่าต้องหาซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปฝากน้าอรบ้างปายจึงแวะไปที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลนั้น ก่อนที่ปายจะเดินถึงร้านผู้หญิงคนหนึ่งโบกมือให้ปาย ปายเพ่งมองลอดแว่นตากระจกใส

“อ้าววีนา!” ปายร้องทักขึ้น วีนาเดินยิ้มแก้มปริมาแต่ไกลเธอดูเปลี่ยนไปมากปีนี้วีนาอยู่ปี 3แล้วเธอดูสวยสะพรั่ง หน้าตาหมดจดจนปายเองยังตะลึงในตัวน้องสาว

“พี่ปายสวัสดีค่ะ มานานยังอ่า” สาวน้อยยกมือไหว้อย่างสวยงาม ปายรับไหว้แล้วก็จ้องหน้าน้องสาวที่ไม่ได้เจอกันนาน อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหล่อนคงมีหนุ่มๆรุมจีบมากมายแน่ๆ

“พี่พึ่งมายังไม่ได้ขึ้นไปเจอน้าอรเลยพอดีปวดท้องหิวข้าวซะก่อน เลยต้องแวะโรงอาหาร พี่พิ้งค์มาจากกรุงเทพหรือยัง”

“มาแล้วค่ะมาถึงเมื่อคืนนี้ พี่พิ้งค์บอกว่าจับรถตู้เที่ยวสุดท้ายทันเลยมาก่อน”

“นากินข้าวเช้าหรือยัง” ปายถาม

“นากินแล้วค่ะ เนี่ยพอกินเสร็จก็มาหาซื้อหนังสือไว้อ่านแก้เบื่อ” วีนาชี้ถุงหิ้วใส่หนังสือที่เจ้าหล่อนพึ่งซื้อมา

“หนังสืออะไรนิยายหรอ”

“เปล่าค่ะ นาไม่ชอบอ่านนิยายแหม..พี่ปายก็รู้นาซื้ออยู่อย่างเดียวเท่านั้นล่ะ”

“ดารา-นักร้องเกาหลีสินะ”ปายตอบอย่างรู้ทัน

“ถูกต้องนะคร้าบ” วีนาหัวเราะที่ปายรู้ใจเธอ

“ยัยนา เธอนี่มันติ่งเกาหลีชัดๆ” ปายพูดแล้วส่ายหัว แต่ดูเหมือนวีนากลับหัวเราะชอบใจกับฉายาที่พี่สาวเรียก

“ก็นาชอบนี่นา นี่ดูสิแฟนนาขึ้นปกด้วยล่ะนานๆจะเจอสักที”

“ใครล่ะแฟนเธอน่ะ”

“แฟนนาก็มิกกี้ ยูชอนไงคะ”

“ยูชอนกระชอนพี่ไม่รู้จักหรอก พี่ดูแต่ละครไทยพอละ” ปายพูดแล้วก็หัวเราะให้กับความแก่ของตัวเอง

“โธ่..พี่ปายอ่ะไม่ใช่กระชอนซะหน่อยเชอะ”

ตอนสายเมื่อถึงเวลาเยื่ยมปายขึ้นไปเยี่ยมน้าสาว น้าอรพักฟื้นอยู่ในห้องรวม ปายสวัสดีน้าอรถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ปายสังเกตเห็นความร่วงโรยตามกาลเวลาของน้าสาว น้าอรจัดเป็นคนสวยคนหนึ่งแต่ด้วยโรคภัยและความเครียดจากภาระหน้าที่บวกกับกาลเวลาก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปมาก แม้ว่าน้าอรจะดูเจ้าอารมณ์ ดูเกรี้ยวกราดอยู่บ้างแต่ที่ผ่านมาน้าอรได้ทำหน้าที่แบกภาระของเด็ก 4 คนไว้บนบ่าจนผ่านมาถึงวันนี้ได้ ปายน้ำตารื้นขึ้นมา

“ปายคิดถึงน้าอร” พูดพลางสวมกอด

“อะไรของหนูเนี่ย” น้าอรพูดพลางหัวเราะเมื่อปายกอดเธอแล้วร้องไห้เหมือนเด็กๆ น้าอรรู้สึกเขินที่หลานสาวเข้ามากอดเพราะครอบครัวของน้าอรไม่นิยมแสดงความรักด้วยการกอดกัน หรือบอกรักกัน หรือบอกคิดถึงกัน สำหรับน้าอรเรื่องนี้เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นแม้จะไม่ชินและเก้อเขินอยู่บ้างแต่ไม่ได้ผลักไสออกเพียงแต่ไม่ได้กอดตอบเท่านั้น

หลังจากคุยสนทนาปราศรัยกันครู่หนึ่งน้าอรก็ง่วงหลับเพราะฤทธิ์ยาหลังอาหารเช้า ที่เหลือก็เป็นเวลาของพี่น้อง 4 คนที่นั่งมองหน้ากัน

“เป็นไงบ้างพี่พิ้งค์ สบายดีป่ะ” ปายคือคนที่ทำลายความเงียบก่อน

“ก็ดีนะ มีความสุขดีแล้วปายล่ะ” พี่พิ้งค์พูดแล้วยิ้มน้อยๆ

“ปายก็สบายดีนะ แต่ช่วงนี้งานยุ่งเป็นบ้าใกล้จะเข้าช่วงประกันคุณภาพแล้ว ที่ทำงานวุ่นวายไปหมด” ปายพูดแล้วถอนหายใจ

“ปายว่าเจ๊พิ้งค์สวยขึ้นนะขาวขึ้นด้วย”

“ก็งี้ล่ะ อยู่กทม.ออกจากบ้านแต่เช้า ถึงบ้านก็มืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลยขาวน่ะสิ”

“แล้วพี่แพทล่ะสบายดีไหมคะ ปายหันมาถามพี่สาวคนรองบ้าง”

“พี่ก็เรื่อยๆเป็นเลขางานยุ่งเหมือนเดิมนะ ไม่มีอะไรมากนัก ก็เหมือนที่เราคุยกันทางโทรศัพท์นั่นล่ะ” แพทตอบยิ้มๆแต่หน้าตาดูเหมือนไม่ค่อยสบายเท่าไหร่

ยังไม่ทันที่ปายจะหันไปถามน้องสาวคนเล็ก วีนาก็ชิงรายงานก่อน

“นาสบายดีนะพี่ปาย ปีหน้าจะฝึกงานแล้ว ตอนนี้นามีแฟนแล้วและแฟนนาอยู่เกาหลีค่ะ”

“วีนามีแฟนแล้วหรอ อยู่เกาหลีด้วยหรอเป็นใครบอกพี่ซิ” พิ้งค์ซักเป็นการใหญ่ สีหน้าแสดงถึงความประหลาดใจอย่างมาก

“โฮ้ย...พี่พิ้งค์อย่าฟังนามันพูดนักเลยเสียเวลา แฟนนาจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่นักร้องเกาหลี” ปายรีบชิงบอกพี่สาว

“โห่...พี่ปายอ่ะ” วีนาทำแก้มป่องงอนพี่สาวคนที่ 3 ที่รู้ทันเธออีกตามเคย

สักพักหนึ่งถึงเวลาที่คุณหมอต้องเข้ามาตรวจ ปายมองเห็นหมอและกลุ่มนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ไกล จึงรีบกระซิบบอกพี่สาว

“พี่พิ้งค์กะวีนาไปเข้าส้วมไป” สองสาวทำหน้างงเมื่อปายไล่พวกเธอไปเข้าห้องน้ำปายเลยพูดต่อ

“แหมก็ถ้าเธอ 2 คนอยู่ปายจะหาแฟนได้ไงล่ะ หนุ่มที่ไหนจะมองปายฮะ อยากมีน้องเขยพี่เขยเป็นหมอไหมล่ะ ไปเลยไปเข้าห้องน้ำเลย” พอปายพูดจบ 4 สาวก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

หลังจากที่หมอตรวจเรียบร้อยแล้ว น้าอรบอกว่าเย็นๆจะได้ย้ายไปห้องพิเศษ ขณะที่ปายพิ้งค์และวีนากำลังชวนน้าอรคุยแพทก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สักพักหนึ่งปายก็อยากล้างมือเพราะจะกินผลไม้ที่พิ้งก์ซื้อมาเยี่ยมน้าอร จึงเดินตามไปห้องน้ำ

ทันที่ปายไปถึงก็เห็นภาพแพทกำลังอาเจียนอยู่ที่อ่างล้างมือ

“พี่แพทไม่สบายหรือเปล่า” ปายถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่ไม่ได้กินข้าวเช้าน่ะ เลยคลื่นไส้” แพทตอบแล้วบ้วนปาก ปายหันไปมองกระจกเธอมองพี่สาวทางกระจกแล้วมีบางอย่างสะดุดใจขึ้น

“พี่แพท...แน่ใจนะว่าแค่หิวข้าวน่ะ”ปายจ้องหน้าแพทผ่านทางกระจกเงาหน้าอ่างล้างมือ

“อ้าวก็ใช่น่ะสิ พี่ว่าจะลงไปหาก๋วยเตี๋ยวร้อนๆกินอยู่เนี่ย”

“พี่แพท. ไม่ใช่ว่าพี่แพท...กำลังจะ ..มีน้องนะ” ปายเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้คิดแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะได้รับการบอกเล่าผ่านทางโทรศัพท์จากพิ้งก์ว่าแพทมีแฟนแล้วเหมือนหลายเดือนก่อนก็เป็นได้

“จะบ้าหรอ...พึ่งหายเป็นประจำเดือนไม่นานนี่เอง” แพทพูดพลางหัวเราะแต่สีหน้าเปลี่ยนไปทันตา ปายทำท่าไม่ติดใจสงสัยอะไรแล้วก็ชวนแพทเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ในใจปายกลับรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งใจว่าจะเลียบๆเคียงๆถามพิ้งก์ว่าสังเกตเห็นอาการของแพทหรือไม่

หลังจากการเช็ดตัวช่วงเย็นให้น้าอรหลานสาวทั้ง 4 ตกลงกันว่าจะผลัดเวรกันลงไปทานอาหารมื้อเย็นที่โรงอาหาร แพทกับวีนาจะอยู่เป็นเพื่อนน้าอรให้พิ้งค์กับปายลงไปกินกันก่อน ปายกดลิฟต์ปิดเมื่อพิ้งค์เดินเข้ามาข้างในแล้วช่วงเย็นไม่ค่อยมีคนพลุ่กพล่านเหมือนตอนกลางวัน ปายตัดสินใจฉวยโอกาสนี้คุยเปิดใจกับพิ้งค์เรื่องที่ปายสงสัยอาการของแพทเมื่อกลางวัน ปายเล่าสิ่งที่ตัวเองเห็นแล้วขอความเห็นจากพิ้งค์ พิ้งค์ได้แต่เงียบสีหน้าบ่งบอกถึงความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“เดี๋ยวพี่จะหาเวลาคุยกับแพทเอง” พิ้งค์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ตกกลางคืนพิ้งค์กับปายนอนบนเก้าอี้นวมยาวที่ปรับพนักพิงได้ของโรงพยาบาลส่วนแพทกับวีนานอนบนฟูกที่เตรียมมาจากบ้าน ปายนอนไม่ค่อยหลับเพราะคิดเรื่องของแพทวนไปมา เมื่อน้าอรจะลุกไปเข้าห้องปายจึงลุกขึ้นมาดูแลน้าได้ตลอดทั้งคืนแล้วหลังจากนั้นกว่าผลอยหลับไปก็เกือบสว่าง

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา