โลกใบสุดท้าย ตอน เบญจภาคี

โลกใบสุดท้าย ตอน เบญจภาคี

“...อือ...นี่นายไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาวะ...ถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย...” กาญทำหน้างงๆ “...ตอนนี้มีการตั้งรัฐบาลจากพวกทหารและก็มีผู้ที่ออกมาต่อต้านเป็นจำนวนมาก....พ่อเราบอกว่าจะไม่ยอมให้มีเผด็จการมาปกครองประเทศโดยเด็ดขาด...และพ่อเราก็ออกมาชุมนุมกับเขานี่แหละ.

ผู้เขียน ธรรมดา ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

หน้า ดำเนินการ
หน้า : 1 โลกใบสุดท้าย (โหด มัน ฮา) บทที่ 1 นักเรียนอันธพาล(ปรับปรุงเนื้อหา)
หน้า : 2 โลกใบสุดท้าย (โหด มัน ฮา) บทที่ 1 นักเรียนอันธพาล(ปรับปรุงเนื้อหา)ต่อ
หน้า : 3 โลกใบสุดท้าย (เบญจภาคี) บทที่2 หาหนทาง ( ต่อ )
หน้า : 4 โลกใบสุดท้าย (เบญจภาคี) บทที่3 ประจันหน้า
หน้า : 5 โลกใบสุดท้าย (เบญจภาคี) บทที่3 ประจันหน้า (ต่อ)
หน้า : 6
หน้า : 7
หน้า : 8
หน้า : 9
หน้า : 10
หน้า : 11
หน้า : 12
หน้า : 13
หน้า : 14
หน้า : 15
หน้า : 16
หน้า : 17
หน้า : 18
หน้า : 19
หน้า : 20
หน้า : 21
หน้า : 22
หน้า : 23
หน้า : 24
หน้า : 25
หน้า : 26
หน้า : 27
หน้า : 28
หน้า : 29
หน้า : 30
หน้า : 31
หน้า : 32
หน้า : 33
หน้า : 34
หน้า : 35
หน้า : 36
หน้า : 37
หน้า : 38
หน้า : 39
หน้า : 40
หน้า : 41
หน้า : 42
หน้า : 43
หน้า : 44
หน้า : 45
หน้า : 46
หน้า : 47
หน้า : 48
หน้า : 49
หน้า : 50
หน้า : 51
หน้า : 52
หน้า : 53
หน้า : 54
หน้า : 55
หน้า : 56
หน้า : 57
หน้า : 58
หน้า : 59
หน้า : 60
หน้า : 61
หน้า : 62
หน้า : 63
หน้า : 64
หน้า : 65
หน้า : 66
หน้า : 67
หน้า : 68
หน้า : 69
หน้า : 70
หน้า : 71
หน้า : 72
หน้า : 73
หน้า : 74
หน้า : 75
หน้า : 76
หน้า : 77
หน้า : 78
หน้า : 79
หน้า : 80
หน้า : 81
หน้า : 82
หน้า : 83
หน้า : 84
หน้า : 85
หน้า : 86
หน้า : 87
หน้า : 88
หน้า : 89
หน้า : 90
หน้า : 91
หน้า : 92
หน้า : 93
หน้า : 94
หน้า : 95
หน้า : 96
หน้า : 97
หน้า : 98
หน้า : 99
หน้า : 100
หน้า : 101
หน้า : 102
หน้า : 103
หน้า : 104
หน้า : 105
หน้า : 106
หน้า : 107
หน้า : 108
หน้า : 109
หน้า : 110
หน้า : 111
หน้า : 112
หน้า : 113
หน้า : 114
หน้า : 115
หน้า : 116
หน้า : 117
หน้า : 118
หน้า : 119
หน้า : 120
หน้า : 121
หน้า : 122
หน้า : 123
หน้า : 124
หน้า : 125
หน้า : 126
หน้า : 127
หน้า : 128
หน้า : 129
หน้า : 130
หน้า : 131
หน้า : 132
หน้า : 133
หน้า : 134
หน้า : 135
หน้า : 136
หน้า : 137
หน้า : 138
หน้า : 139
หน้า : 140
หน้า : 141
หน้า : 142
หน้า : 143
หน้า : 144
หน้า : 145
หน้า : 146
หน้า : 147
หน้า : 148
หน้า : 149
หน้า : 150
หน้า : 151
หน้า : 152
หน้า : 153
หน้า : 154
หน้า : 155
หน้า : 156
หน้า : 157
หน้า : 158
หน้า : 159
หน้า : 160
หน้า : 161
หน้า : 162
หน้า : 163
หน้า : 164
หน้า : 165
หน้า : 166
หน้า : 167
หน้า : 168
หน้า : 169
หน้า : 170
หน้า : 171
หน้า : 172
หน้า : 173
หน้า : 174
หน้า : 175
หน้า : 176
หน้า : 177
หน้า : 178
หน้า : 179
หน้า : 180
หน้า : 181
หน้า : 182
หน้า : 183
หน้า : 184
หน้า : 185
หน้า : 186
หน้า : 187
หน้า : 188
หน้า : 189
หน้า : 190
หน้า : 191
หน้า : 192
หน้า : 193
หน้า : 194
หน้า : 195
หน้า : 196
หน้า : 197
หน้า : 198
หน้า : 199
หน้า : 200
หน้า : 201
หน้า : 202
หน้า : 203
หน้า : 204
หน้า : 205
หน้า : 206 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/1
หน้า : 207 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/2
หน้า : 208 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/3
หน้า : 209 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/4
หน้า : 210 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/5
หน้า : 211 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/6
หน้า : 212 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/7
หน้า : 213 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/8
หน้า : 214 บทที่ 4 ต่างมิติ A 4/9
หน้า : 215 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/1
หน้า : 216 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/2
หน้า : 217 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/3
หน้า : 218 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/4
หน้า : 219 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/5
หน้า : 220 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/6
หน้า : 221 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/7
หน้า : 222 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/8
หน้า : 223 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/9
หน้า : 224 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/10
หน้า : 225 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/11
หน้า : 226 บทที่ 5 ขุนพัน A 4/12
หน้า : 227 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/1
หน้า : 228 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/2
หน้า : 229 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/3
หน้า : 230 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/4
หน้า : 231 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/5
หน้า : 232 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/6
หน้า : 233 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/7
หน้า : 234 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/8
หน้า : 235 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/9
หน้า : 236 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/10
หน้า : 237 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/11
หน้า : 238 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/12
หน้า : 239 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/13
หน้า : 240 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/14
หน้า : 241 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/15
หน้า : 242 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/16
หน้า : 243 บทที่ 6 วิหคลมนคร A 4/17
หน้า : 244 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/1
หน้า : 245 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/2
หน้า : 246 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/3
หน้า : 247 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/3
หน้า : 248 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/4
หน้า : 249 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/5
หน้า : 250 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/6
หน้า : 251 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/4
หน้า : 252 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/5
หน้า : 253 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/6
หน้า : 254 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/7
หน้า : 255 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/8
หน้า : 256 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/9
หน้า : 257 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/10
หน้า : 258 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/11
หน้า : 259 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/12
หน้า : 260 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/13
หน้า : 261 บทที่ 7 เกสรนำ้ตาดอกไม้จันทร์ทรา A 4/14
หน้า : 262 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/1
หน้า : 263 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/2
หน้า : 264 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/3
หน้า : 265 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/9
หน้า : 266 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/10
หน้า : 267 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/1
หน้า : 268 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/2
หน้า : 269 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/3
หน้า : 270 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/4
หน้า : 271 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/5
หน้า : 272 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/6
หน้า : 273 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/7
หน้า : 274 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/8
หน้า : 275 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/9
หน้า : 276 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/10
หน้า : 277 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/1
หน้า : 278 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/2
หน้า : 279 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/3
หน้า : 280 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/4
หน้า : 281 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/4
หน้า : 282 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/5
หน้า : 283 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/6
หน้า : 284 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/7
หน้า : 285 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/8
หน้า : 286 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/9
หน้า : 287 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/10
หน้า : 288 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/11
หน้า : 289 บทที่ 8 สไนเปอร์ A4/12
หน้า : 290 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/1
หน้า : 291 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/2
หน้า : 292 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/3
หน้า : 293 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/4
หน้า : 294 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/5
หน้า : 295 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/6
หน้า : 296 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/7
หน้า : 297 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/8
หน้า : 298 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/9
หน้า : 299 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/10
หน้า : 300 บทที่ 9 กองร้อยเสือดำ A4/11
หน้า : 301 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/1
หน้า : 302 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/2
หน้า : 303 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/3
หน้า : 304 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/4
หน้า : 305 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/5
หน้า : 306 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/6
หน้า : 307 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/7
หน้า : 308 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/8
หน้า : 309 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/9
หน้า : 310 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/10
หน้า : 311 บทที่ 10 แบล็คฮอว์ค ดาวน์ A4/11
หน้า : 312 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/1
หน้า : 313 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/2
หน้า : 314 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/3
หน้า : 315 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/4
หน้า : 316 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/5
หน้า : 317 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/6
หน้า : 318 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/7
หน้า : 319 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/8
หน้า : 320 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/9
หน้า : 321 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/10
หน้า : 322 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/11
หน้า : 323 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/12
หน้า : 324 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/13
หน้า : 325 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/14
หน้า : 326 บทที่ 11 สุริยะคราส A4/15
หน้า : 327 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/1
หน้า : 328 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/2
หน้า : 329 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/3
หน้า : 330 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/4
หน้า : 331 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/5
หน้า : 332 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/6
หน้า : 333 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/7
หน้า : 334 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/8
หน้า : 335 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/9
หน้า : 336 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/10
หน้า : 337 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/11
หน้า : 338 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/12
หน้า : 339 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/13
หน้า : 340 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/14
หน้า : 341 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/15
หน้า : 342 บทที่ 12 ก้าวย่างสู่นักสู้ A4/16
หน้า : 343 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/1
หน้า : 344 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/2
หน้า : 345 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/3
หน้า : 346 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/4
หน้า : 347 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/5
หน้า : 348 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/6
หน้า : 349 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/7
หน้า : 350 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/8
หน้า : 351 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/9
หน้า : 352 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/10
หน้า : 353 บทที่ 13 ยักษ์ใหญ่ไพรพนา A 4/11
หน้า : 354 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/1
หน้า : 355 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/2
หน้า : 356 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/3
หน้า : 357 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/4
หน้า : 358 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/5
หน้า : 359 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/6
หน้า : 360 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/7
หน้า : 361 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/8
หน้า : 362 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/9
หน้า : 363 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/10
หน้า : 364 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/11
หน้า : 365 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/12
หน้า : 366 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/13
หน้า : 367 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/14
หน้า : 368 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/15
หน้า : 369 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/16
หน้า : 370 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/17
หน้า : 371 บทที่ 14 พญาวิหคเพลิง A 4/18
หน้า : 372 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/1
หน้า : 373 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/2
หน้า : 374 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/3
หน้า : 375 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/4
หน้า : 376 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/5
หน้า : 377 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/6
หน้า : 378 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/7
หน้า : 379 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/8
หน้า : 380 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/9
หน้า : 381 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/10
หน้า : 382 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/10
หน้า : 383 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/11
หน้า : 384 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/11
หน้า : 385 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/12
หน้า : 386 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/13
หน้า : 387 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/14
หน้า : 388 บทที่ 15 หนทางสู่ประตูมิติ A 4/15
หน้า : 389 บทที่ 16 ธนูนิลเพลิง A 4/1

โลกใบสุดท้าย (โหด มัน ฮา) บทที่ 1 นักเรียนอันธพาล(ปรับปรุงเนื้อหา)

บทที่ 1

นักเรียนอันธพาล

ณ.ใจกลางเมืองหลวงที่แออัดคับคั่งไปด้วยผู้คน ยวดยานพาหนะอัดเบียดกันอยู่บนท้องถนน ดูราวกับว่าจะหาทางออกไปทางไหนไม่ได้เลย ในขณะที่สายฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายราวกับฟ้ารั่ว ยิ่งทำให้รถบนถนนติดยาวเหยียดมากขึ้นไปอีก หลายคนต่างแสดงอาการหงุดหงิดกับการจราจรที่แออัดคับคั่งออกมาอย่างเห็นได้ชัด มีน้อยคนนักที่จะมีสีหน้าและอารมณ์ที่ดูจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร มันคงเป็นเป็นความเคยชินที่พวกเขาต้องได้รับอยู่ทุกวันโดยเฉพาะในเวลาที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในเวลานี้ ในระหว่างที่รอรถด้านหน้าขยับอย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้น ฉับพลันสายตาของผู้คนที่อยู่ในรถบนท้องถนนก็เหลือบไปเห็นชายวัยรุ่นสองคนกำลังวิ่งฝ่าสายฝนออกมาจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองหลวงอย่างร้อนรนสีหน้าและกิริยาดูราวกับว่าเขาทั้งสองคนกำลังวิ่งหนีความตายที่กำลังตามมาด้านหลังอย่างสุดชีวิต ทั้งสองกระโดดผ่านกำแพงกั้นทางลงสู่พื้นถนนที่เต็มไปด้วยรถราพาหนะพวกเขาพยายามจะข้ามไปถนนอีกฝั่ง และในขณะเดียวกันนั้น ชายฉกรรจ์ที่น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสิบคนก็วิ่งตามออกมาจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ ในมือของแต่ละคนไม่ได้ว่างจากอาวุธที่มีทั้งไม้ ทั้งมีด แม้กระทั่ง “ปืน”

“เฮ้ย!มันอยู่นั่น...” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งในกลุ่มตะโกนออกมา พร้อมกับยกมีดยาวในมือชี้ไปที่ชายวัยรุ่นสองคนที่วิ่งหนีข้ามถนนไปอีกฟาก และไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือศึกระหว่างสถาบันการศึกษาที่เกิดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนและผู้บริสุทธิ์มากมายที่อยู่ตามท้องถนน โดยที่ฝ่ายผู้ล่าไม่ได้สนใจเลยว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับใครบ้างผู้ถูกล่าก็วิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกัน ฝ่ายไล่ล่าตั้งหน้าตั้งตาวิ่งตามล่านักศึกษาต่างสถาบันอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับโกรธแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน

“เอาอีกแล้วไอ้พวกอันธพาล...วันๆไม่ทำอะไรจ้องแต่จะหาเรื่องตีกัน...เดือดร้อนชาวบ้านจริงๆเลย...พ่อแม่ส่งเสียให้มาเรียนดันมาจ้องตีกันต่อยกัน...เฮ้อ...เวรกรรมจริงๆไอ้พวกนี้ นรกมาเกิดชัดๆ” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายกับภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า

“มันไม่ได้ตีกันต่อยกันอย่างเดียวสิคุณ...นั่นเห็นไหมทั้งมีดทั้งปืน...มันจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเลยหรืออย่างไร นี่ถ้ามันยิงปืนออกมาจะไปโดนชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่องบ้างหรือเปล่านะ น่ากลัวจริงๆเลย” หญิงวัยกลางคนที่นั่งรถมาด้วยเสริมขึ้นและทำท่าทางหวาดกลัวกับเหตุการณ์เบื้องหน้า

“ใช่ นี่มันกำลังจะฆ่ากันชัดๆ...สงสัยวันนี้ต้องมีคนตายแน่ๆ...หมอบลงสิคุณเดี๋ยวก็โดนลูกหลงเข้าให้หรอก” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อหันมองไปเห็นปืนในมือผู้ตามล่ากำลังยกขึ้นเล็งไปที่เป้าหมาย

“คุณก็ด้วย” ผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมกับดึงสามีตัวเองหมอบลงไป ในขณะที่ผู้ไล่ล่าพากันวิ่งกระโดดเหยียบรถที่ติดยาวอยู่บนท้องถนน

“โครม ๆ” โดยไม่สนใจใยดีต่อสายตาชาวบ้านและเจ้าของรถที่พากันสาปแช่งตามหลัง

“เอา ๆ ๆ เอาเข้าไป ไม่เห็นรถกูหรือไง...ไอ้พวกนี้ ไม่ตายดีแน่พวกมึง ตายวันตายพรุ่งเถิดพวกมึง สาธุ...” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียหลังจากที่กระโปรงหน้ารถโดนเหยียบดังโครมใหญ่ และยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูรถออกมาดูผลงานที่นักเรียนอันธพาลทิ้งไว้

“ปัง!...ปัง!...” เสียงปืนก็ดังขึ้นสองนัดซ้อนบนฟุตบาทข้างทางนั่นเอง และตามมาด้วยเสียงร้องเอะอะวี้ดว้ายดังกึกก้อง

“มีคนโดนยิง! มีคนโดนยิง!” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูผู้ที่ถูกลูกหลง นอนฟุบอยู่ข้างทางเท้านั่นเอง

ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย เด็กหนุ่มมัธยมปลายสองคนกำลังเดินหลบเลี่ยงสายฝนลัดเลาะไปตามอาคารเรียน ทั้งสองยกมือเทินกระเป๋าหนังสือไว้บนหัวป้องกันสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง

“จะไม่รอให้ฝนหยุดตกก่อนหรือวะกาญ กูเปียกไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย” เด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนถามเพื่อนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้าเขาไป

“คงไม่ล่ะเพื่อน...กูจะรีบกลับไปช่วยแม่เก็บของน่ะ... ป่านนี้คงเปียกหมดแล้ว มึงจะกลับวัดก่อนก็ได้นะเร ” เด็กหนุ่มที่ชื่อว่ากาญหันกลับมาตบไหล่เรเพื่อนสนิทที่กำลังเดินตามมาติดๆ

กาญและเรเป็นเพื่อนสนิทร่วมห้องเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นประถมจนกระทั่งเข้าสู่ชั้นมัธยมปลาย พวกเขาทั้งสองมักจะทำอะไรๆ ด้วยกันอยู่เสมอๆ เหตุจากที่บ้านกาญอยู่ใกล้วัดที่เรอาศัยอยู่ พวกเขาจึงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กๆจนกระทั่งโตมาด้วยกัน ด้วยฐานะที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ประกอบกับอุปนิสัยใจคอที่เข้ากันได้ดี มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งสองก็ไม่เคยทอดทิ้งกัน

กาญอยู่กับแม่มาตั้งแต่เล็กๆหลังจากที่พ่อถูกส่งตัวไปช่วยราชการที่ภาคใต้เมื่อหลายปีก่อนในฐานะตำรวจตระเวนชายแดน พ่อของกาญเป็นนายตำรวจคลุมกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนออกไล่ล่าผู้ก่อการร้ายเข้าไปในป่าลึก นั่นคือเหตุการณ์สุดท้ายที่กาญและแม่ของเขาได้รับทราบจากทางกรมตำรวจฯ และยังไม่มีการสรุปการเสียชีวิตของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่หายไปอย่างลึกลับ เพราะทางการไม่พบร่างผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียวจึงยังไม่มีการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากจากกรมตำรวจ ทำให้สองแม่ลูกต้องอยู่กันอย่างลำบาก แต่ถึงกระนั้นกาญและแม่ของเขาก็ยังแอบมีความหวังว่าสักวันพ่อของเขาจะกลับมา

ส่วนเรเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าวัดตั้งแต่แบเบาะหลวงตาท่านเมตตาสงสารจึงนำมาเลี้ยงไว้จนโต แน่นอนว่าเรไม่รู้ประวัติของตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับที่มาของตัวเองมากเท่าใดนัก หลวงตาคอยพร่ำสอนเขาให้อยู่กับปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น เรรู้แต่เพียงว่าหลวงตาเปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่กับเขาดังนั้นเขาจึงรักหลวงตาประดุจบิดามารดาเลยทีเดียว ต่อจากนั้นก็คงเห็นจะเป็นเพื่อนที่เขารักมากที่สุดอีกคน นั่นก็คือกาญนั่นเอง

“เออๆ ไปๆ กูยังไม่กลับวัดหรอกหลวงตาคงไม่ย้ายวัดหนีกูไปไหนแน่...เดี๋ยวไปช่วยมึงก่อนแล้วกัน...เป็นไงน้ำใจกูประเสริฐกว่าที่มึงคิดหลายเท่ามะ” เรตอบกลับในขณะที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามกาญไป

“เออๆขอบใจว่ะ แต่ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวหลวงตาจะก็เป็นห่วง ดูสิฝนตกหนักอย่างนี้” กาญพูดพร้อมกับแหงนหน้ามองสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย

“แหม...ไอ้นี่ขัดจริงๆเลย หลวงตาเขาไม่ว่าอะไรกูหรอก กูไม่เคยเหลวไหลที่ไหนนี่...มึงก็รู้...หรือมึงยังไม่รู้...อย่าบอกว่าโง่นะ”

“มึงนี่มันกวนบาทากูจริง แต่มันจริงหรือวะที่มึงไม่เคยเหลวไหล แล้วเมื่อวันก่อนหลวงตาตีมึงเรื่องอะไรวะ กูเห็นตูดแอ่นไปแอ่นมาน่าสมเพชจริงๆ” กาญพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“มึงมันไม่รู้เรื่อง หลวงตาฝึกความอดทนให้กูอยู่ มันเป็นวิทยายุทธเคล็ดวิชาอย่างหนึ่งของวัดโว้ย”เรทำเสียงสูงแก้เก้อ

“อ๋อเหรอ...นี่ไม่บอกกูไม่รู้จริงๆนะนี่...ฝึกวิทยายุทธ ฮ่าๆๆๆ...เดี๋ยววันนี้กลับมึงคงได้ฝึกวิทยายุทธอีกแน่...” กาญพูดไปหัวเราะไป

“ไอ้กาญ ไอ้เวรนี่มึงจะเลิกหัวเราะได้ยัง เสียภาพพจน์กูหมด...” เรทำเสียงขุ่นๆ

“ฮือ มึงมีภาพพจน์ด้วยหรือวะ..”

“อ้าว!ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ...ไอ้นี่...เดี๋ยวปัดเหนี่ยวหงายท้องหงายไส้...” พูดจบเรทำหน้างอนใส่กาญ

“ดูแม่งทำงอน อย่างกับตุ๊ด แหม...ล้อเล่นแค่นี้....หัวก็ไม่ล้านทำเป็นใจน้อยไปได้....แล้วมึงแน่ใจหรือว่าจะไปช่วยกูจริงๆไม่มีอะไรแอบแฝง”

“แหม...ไอ้เพื่อนคนนี้นับวันจะคบยากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะมึง ไม่เคยเห็นความบริสุทธิ์ใจของเพื่อนชายคนนี้บ้างเลยนะมึง...เลิกคบดีมั้ย หึ ” เรจีบปากจีบคอพูดตามประสา

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร กูเห็นฝนตกอย่างนี้ แล้วแถวสยามฯสาวเพียบ...เสื้อขาวๆบางๆ....โดนน้ำเข้าไป....จะเกิดอะไรขึ้นวะ...มึงคิดสิ...คิด...”กาญพูดจบเรหยุดกึก ทำท่าเหมือนคิดอะไรได้

“เออจริงสิ....คิดได้ยังไงวะขาวๆบางๆโดนน้ำอีกต่างหาก” เรทำตาโต

“สาบานนะว่ามึงไม่ได้คิดจริงๆ” กาญถามย้ำ

“สาบาน กูไม่ได้คิดจริงๆ ไม่เคยมีเรื่องบ้าๆอยู่ในหัว...แต่กูว่าถ้าคนสมองไม่สัปดนจริงๆคิดไม่ได้เลยนะนี่ ว่ามะเพื่อน...”พูดจบเรตบไหล่กาญเบาๆ

“โห...ว่าใครวะ...แรงว่ะ...”กาญทำหน้าสงสัย

“นี่มึงโง่จริง หรือแกล้งโง่วะ...อย่ามัวช้าเลย....มีงานด่วนให้กูทำแล้วล่ะ” เรพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“งานด่วนอะไรวะ...”

“แหมไอ้นี่โง่ซ้ำโง่ซากนะมึงทีไอ้เรื่องสัปดนคิดได้จังนะมึง ส่วนเรื่องที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนะไม่มีเลย...”

“โอ้โห ยอดมนุษย์ อะไรของมึงวะ” กาญทำหน้าสงสัย

“ก็หาสิ่งอบอุ่นไปห่อร่างอันบอบบางของสาวๆพวกนั้นไง... เดี๋ยวก็หนาวตายกันพอดี ฝนตกหนักอย่างนี้...น่าสงสารจะตาย...ไม่รู้ไง...” เรทำตาเหล่ยิ้มหวานออกมาท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาไม่คาดสายพูดจบเรก็รีบวิ่งออกนำหน้ากาญไปทันที

“โอ้โห!ติดจรวดเลยนะมึง...ไม่มีเรื่องสัปดนอยู่ในหัวเลย ไอ้นี่...กูแค่คิด มึงเล่นภาคปฏิบัติเลย...” กาญส่ายหน้าพร้อมบ่นออกมาเบาๆก่อนจะวิ่งตามเรไปติดๆ

“เฮ้ย! รอกูด้วยสิวะ...จอมยุทธ...”

“แน่จริงตามมาให้ทันสิวะ กูจะใช้วิชาตัวเบาที่ร่ำเรียนมาให้เห็นเป็นบุญตา ใอ้ศิษย์น้อง ฮ่าๆๆๆ ” เรตอบกลับมาในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งจ้ำอ้าวนำหน้าไป กาญส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะวิ่งตามเรไป

สองสหายวิ่งตามกันไปตามทางฟุตบาทฝ่าฝูงชนที่เดินสวนกันไปมาบนทางเท้า ไม่นานนักกาญก็วิ่งนำหน้าเรไปในขณะที่เรหยุดวิ่งก้มตัวลงหอบอย่างคนหายใจไม่ทัน

“แฮ่กๆๆๆๆ โอย...เหนื่อยโคตรๆ....ใจคอมันจะไม่ยอมเสียค่ารถเมล์เลยหรือไงนะ...แฮ่ก ๆๆๆๆ” เรบ่นออกมาพร้อมกับนั่งคุกเข่าลงกับพื้นท่ามกลางผู้คนที่เดินถือร่มสวนกันไปมาบนฟุตบาทนั่นเอง กาญหยุดวิ่งหันไปดูเพื่อนนั่งหอบอยู่ เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆก่อนจะเดินเข้าไปหาเร

“อะไรกันวะ นี่ยังวิ่งไม่ถึงไหนเลยนะ เป็นลมเสียแล้วพ่อจอมยุทธ วิชาตัวเบามึงหมดฤทธิ์แล้วว่างั้นเถิด แล้วอย่างนี้จะปกป้องสาว ๆ ได้อย่างไรกันจอมยุทธหอบแดก...ฮ่า ๆ...” กาญยื่นมือไปดึงเรลุกขึ้นยื่นอีกครั้ง

“เออ...ขอบใจ ได้ทีขี่หมาไล่กูเลยนะมึง”

“แพะ โว้ย ไม่ใช่หมา” กาญตอบ

“มึงเห็นแพะแถวนี้มั้ยวะ กูเห็นมีแต่หมา”

“เออๆ หมาก็หมา” กาญเออออตามไป เรแหงนมองดูท้องฟ้าที่มืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนอีกครั้ง

“นี่ฝนมันจะตกไปถึงไหนกันวะ” เรบ่นพึมพำออกมา พร้อมกับก้าวขาเดินตามกาญไป และอีกไม่กี่ช่วงตึกเขาทั้งสองก็จะถึงที่หมาย ในขณะที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่นั้น กาญหันกลับไปมองเรที่กำลังตามหลังมา แต่พอเขาหันหน้ากลับมาอีกครั้งเขาต้องปะทะกับอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง

“เฮ้ย!”“ตุ้บ! ตุ้บ!” ความแรงจากการชนปะทะทำให้กาญถึงกับล้มลงก้นจ้ำเบ้า ซึ่งไม่ต่างไปจากชายสองคนที่วิ่งเข้ามาชนเขาเหมือนกัน ทั้งสองล้มกระเด็นไม่เป็นท่าเช่นกัน

“เฮ้ย! ไอ้...” ชายหนึ่งในสองยกมือชี้ที่กาญด้วยอาการไม่พอใจ แต่ก็ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ ทั้งสองคนก็ต้องตาลีตาเหลือกลุกขึ้นเมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา และก็สายไปเสียแล้วที่เขาทั้งสองจะคิดหนีไปไหน ชายสองคนที่ล้มลงโดนรุมสะกรัมจากกลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งตามมาทันอย่างป่าเถื่อน

“ตุ้บตั้บๆๆๆ”

“โอ๊ย! โอ๊ยๆๆ” เสียงท่อนไม้ หมัดและเท้า กระหน่ำเข้าใส่ร่างของทั้งสองระคนกับเสียงร้องโอดโอย กาญตาโตถอยหลังออกมาด้วยอาการตกใจต่อภาพเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า และสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในชายฉกรรจ์ในกลุ่มที่เข้ารุมทำร้ายควักปืนออกมาจากเอวและลั่นกระสุนใส่ชายเคราะห์ร้ายทั้งสองทันที

“ปังๆๆๆ” กระสุนปืนดังขึ้นหลายนัดร่างของชายเคราะห์ร้ายทั้งสองนอนสงบนิ่งจมกองเลือด กลุ่มชายฉกรรจ์ที่รุมทำร้ายเมื่อเห็นว่าเหยื่อแน่นิ่งไปแล้วก็พากันสลายตัวไปตามซอกตึกทันที แต่ก่อนที่พวกมันจะพากันหนีไปชายคนที่ลั่นกระสุนปืนเหลือบไปเห็นว่ากำลังมีใครคนหนึ่งจ้องมองเขาอยู่ และบุคคลที่มองเขาอยู่นั้นก็คือกาญ มือปืนค่อยๆหันมาหากาญพร้อมกับยกปืนเล็งมาที่เขามันเพื่อหวังจะปิดปากที่กาญดันไปเห็นหน้ามันเข้า มือปืนไม่รอช้าเหนี่ยวไกทันที

“แชะ ๆ” เสียงไกปืนสับลงที่ลูกปืนถึงสองครั้งติดต่อกันแต่มันกลับไม่ระเบิดออกมา ทำเอามือปืนหัวเสียเดินตรงมาที่กาญ และก่อนที่มือปืนจะก้าวเดินมาถึงตัวกาญ

“ไปเร็ว! พี่ดำตำรวจวิ่งมาโน่นแล้ว” หนึ่งในชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นได้วิ่งกลับมาดึงตัวชายมือปืนที่ชื่อดำ

“เฮ้ย! ไอ้ห่า...ไอ้เด็กนั่นมันเห็นหน้ากู” นายดำมือปืนพูดขึ้น

“เออๆผมรู้...ไปก่อนพี่ เดี๋ยวค่อยจัดการมันทีหลังก็ได้ ตำรวจวิ่งมาโน่นแล้ว...เร็วเถอะหนีก่อน” สิ้นคำทั้งสองก็พากันวิ่งหนีหายไปทันที เหลือทิ้งไว้เพียงสายตาที่มองกาญอย่างจะเอาเป็นเอาตาย กาญยังคงตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เห็นเบื้องหน้า เขายังทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่ง

“เฮ้ยกาญ...เป็นอะไรรึเปล่า เกิดอะไรขึ้นวะ เสียงปืนเมื่อกี้ ใครมันยิงกันวะ” เรวิ่งเข้ามาถึงก็รีบร้อนถามเป็นชุด กาญมองหน้าเรและส่งสายตายให้เรเห็นภาพชายสองคนที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า

“เฮ้ย! ตายเปล่าวะ ?” เรแสยะปากและส่ายหน้าหนีเมื่อเห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า

“ไม่รู้” กาญพูดจบก็ตั้งสติได้และรีบเดินเข้าไปดูชายผู้โชคร้ายทั้งสองคนทันที

“เดี๋ยวกาญ นั่นมึงจะทำอะไรวะ” เรดึงแขนกาญเอาไว้ เมื่อเห็นกาญทำท่าจะเข้าไปดูชายทั้งสองคนที่นอนจมกองเลือดอยู่

“ไปดูเขาก่อนเผื่อยังไม่ตาย” กาญตอบกลับมาเบาๆ

“แล้วไงวะ” เรขมวดคิ้วเขาหากันสีหน้าไม่สบายใจ

“เราอาจจะช่วยอะไรเขาได้” กาญไม่สนใจคำทักท้วงของเรเขาสลัดแขนออกจากมือเร เมื่อเข้าไปถึงร่างของชายทั้งสองเขาก็รีบเอามือจับชีพจรของชายเคราะห์ร้ายทั้งสองทันที

“ยังไม่ตายนี่” กาญรำพึงออกมาเบาๆพร้อมกับหันหน้ามาทางเร

“กาญ...กูว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า โน่น...มากันโน่นแล้ว...” เรพูดยังไม่ทันขาดคำตำรวจสามนายก็วิ่งมาถึงพอดี

“เฮ้ย!หยุดนะ ยกมือขึ้น” นายตำรวจนายหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้มือมาที่ทั้งสองคน และอีกมือทำท่าเตรียมจะชักปืน เมื่อเรเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับตาโต

“ปะ...เปล่านะครับคุณตำรวจ...ผมไม่ได้ทำอะไรนะ” เรยกมือทั้งสองขึ้นพร้อมกับพูดออกไปอย่างรนราน

“ไม่ต้องพูดมากหลักฐานเห็นอยู่โทนโท่” นายตำรวจพูดเสียงดัง พร้อมกับจับกาญและเรเอามือไขว้หลังดันเข้ากำแพงทันที

“ผมไม่ได้ทำนะครับคุณตำรวจเข้าใจผิดแล้ว...ผมกับเพื่อนพอดีผ่านมาทางนี้ครับ...ไม่เชื่อถามคนแถวนี้ดูก็ได้...” เรพยายามอธิบาย นายตำรวจหันไปมองไทยมุงที่เริ่มทยอยกันเข้ามาดูซึ่งต่างก็พยักหน้ารับตามที่เรพูด และหนึ่งในบรรดาไทยมุงนั้นเองก็ทำให้นายตำรวจเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายตำรวจจึงปล่อยตัวกาญและเรให้เป็นอิสระ

“เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ...พ่อพลเมืองดี” เรบ่นพึมพำใส่กาญ

“เออ...น่า บ่นอยู่ได้เขาก็ปล่อยแล้วไง...” กาญตอบเบาๆ

“แล้วพวกเธอเข้ามาทำอะไรกับสองคนนี่” นายตำรวจเอ่ยถามขึ้นเมื่อปล่อยทั้งสองเป็นอิสระ

“เอ่อ...พวกผมเข้ามาดูอาการนายสองคนนี่ครับ...เห็นว่าโดนยิงด้วยเผื่อจะช่วยอะไรเขาได้นะครับ” กาญตอบเรียบๆ

“เป็นหมอรึงัย ถึงคิดว่าจะช่วยเขาได้” นายตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้นอย่างกวนๆ และมองหน้ากาญอย่างพินิจพิเคราะห์อย่างกับกาญเป็นผู้ต้องสงสัย

“เพื่อนผมไม่ได้เป็นหมอหรอกครับ แต่เป็นคนมีน้ำใจนะครับ น้ำใจ...รู้จักไหมครับคุณตำรวจ ...น้ำใจ...” เรตอบกลับไปแบบกวนๆบ้าง

“วอนนอนคุกนะมึง...เอาสักคืนสองคืนมั้ย” นายตำรวจคนนั้นตอบกลับมา

“พอเถิดจ่าฯ” นายตำรวจซึ่งมีดาวติดอยู่บนบ่าหนึ่งดวงร้องปรามขึ้นเมื่อเห็นการสนทนาที่เริ่มมีอารมณ์เกิดขึ้น

“แล้วอาการเป็นไงบ้าง” นายตำรวจที่มีดาวติดที่บ่าเอ่ยถามกาญต่อ

“ยังไม่ตายครับ แต่โดนยิงอาการสาหัสมาก... คุณตำรวจรีบเรียกรถพยาบาลเถิดครับ” กาญตอบออกไปในขณะที่นายตำรวจคนนั้นก็วิทยุสื่อสารเรียกรถพยาบาลเข้ามาทันที เมื่อนายตำรวจสั่งการเสร็จก็หันมาตบไหล่กาญเบาๆก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ขอโทษนะที่เข้าใจผิด”

“ไม่เป็นไรครับ” กาญตอบพร้อมกับยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

“เอ่อ...แต่แขนผมเคล็ด เอ่อ...ไม่ทราบว่าจ่ายค่าเยียวยาไหมครับ...แบบว่าทำขงทำขวัญ อะไรทำนองนี้...” เรพูดพร้อมกับสะบัดแขนทั้งสองข้างเบาๆ

นายตำรวจหันมามองหน้ากันก่อนที่จ่าฯจะควักกระเป๋าตังค์ออกมา เรเห็นถึงกับทำตาโตและหันมามองกาญประหนึ่งว่าไม่อยากเชื่อสายตาที่เห็น จ่าฯควักแบ็งค์ออกมาหลายใบนับก่อนจะยื่นแบ็งค์ใบหนึ่งให้เร เรยกมือไหว้ยิ้มร่าพร้อมกับยื่นมือไปรับ แต่พอเรเห็นถึงกับหน้าเหี่ยวทันที

“ยี่...สิบ” เรทำเสียงสูง

“โอยๆๆ เยอะไปมั้ยครับคุณตำรวจ...ผมจะใช้ยังไงหมดเนี่ย...ค่ายาหม่องจะพอมั้ยคร๊าบ...” เรบ่นพึมพำ

“ไม่เอาก็คืนมา”จ่าฯเอ่ยขึ้น เรส่ายหน้าน้อยๆพร้อมกับเก็บเงินเข้ากระเป๋าก่อนจะ

รำพึงออกมาเบาๆ

“ทำแขนเขาเคล็ดให้มาได้ยี่สิบ...โคตรคุ้มเลย...”

นายตำรวจที่มีดาวอยู่บนบ่ายิ้มที่มุมปากก่อนจะควักแบ็งค์ร้อยออกมาให้เร

“พอค่ายาหม่องยัง”นายตำรวจถาม เรยิ้มร่าพร้อมกับรับเงินมา

“ขอบคุณครับ น่าจะพอแล้วครับ” เรตอบเบาๆพร้อมกับเก็บเงินใส่กระเป๋า

นายตำรวจหันมาทางกาญและเอ่ยขึ้น

“เธอเห็นไอ้พวกที่ทำร้ายนายสองคนนี่หรือเปล่า”

“เห็นครับ” กาญตอบอย่างมั่นใจ

“มีกี่คน”

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา