เจ้าหัวใจแดนเถื่อน (ฉบับปรับปรุงทำมือ)

เจ้าหัวใจแดนเถื่อน (ฉบับปรับปรุงทำมือ)

เพราะเงื่อนไขของบุพการี ‘ทรรศิกา’ จำต้องไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกคอกนา เป็นเวลาหนึ่งเดือน และที่นั่นเองเธอก็ได้พบกับ ‘เขา’ หนุ่มหล่อคมเข้ม ที่มีทั้งความเถื่อนและอ่อนโยนจนเริ่มทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหว

ผู้เขียน ไหมขวัญ ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

ตอนที่ 4.1

 

ตอนที่ 4 (ครึ่งแรก)

ท่ามกลางแสงสีในยามค่ำคืนเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโบยบินออกมาหาความสุขสำราญ หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งวัน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าพ่อนักท่องราตรีอย่างเดชาธร ที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน คืนนี้เขามาพร้อมความโสดสนิท ที่จะมีตลอดนับจากนี้ไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เนื่องจากแฟนสาวของเขาต้องไปทำงานให้บิดาที่ต่างจังหวัด

“พี่ธรคะ ทางนี้ค่ะ”

หญิงสาวรูปร่างขาวสวยหมวยอึ๋ม ในชุดเกาะอกสีดำรัดรูปแนบเข้ากับลำตัวจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน โบกไม้โบกมือพร้อมกับตะโกนเรียกชายหนุ่มแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทันทีที่ร่างสูงปรากฏตัว

คนถูกเรียกยกยิ้มนัยน์ตาพราวไหวระริกอย่างชอบใจ เมื่อหันไปเจอสาวสวยรูปร่างอวบอั๋นในชุดเซ็กซี่น่าฟัดของคู่ขาคนล่าสุด ที่เขาควงลับๆ มานานหลายปี และนานที่สุดถ้าเทียบกับคนอื่นๆ เดชาธรยืนมองหญิงสาวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ยังไงซะคืนนี้เธอคนนี้ต้องมีทีเด็ดมาเซอร์ไพรส์เขาแน่ แค่คิดก็แทบทนรอไม่ไหว ขายาวๆ จึงรีบสาวเท้าตรงเข้าไปหาหญิงสาวทันที

“คิดถึง...”

เดชาธรเอ่ยเสียงหวาน ขณะทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับดึงใบหน้าหญิงสาวเข้ามาบดจูบอย่างร้อนแรง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่น้อยหน้าเผยอปากรับและจูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนไม่ต่างกัน ผ่านไปชั่วอึดใจ ก่อนทั้งสองจะยอมถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นึกเสียดายว่าที่นี่ไม่ใช่ห้อง

“บอกว่าคิดถึง แต่ไม่ค่อยมาหาเลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นคล้ายกำลังน้อยใจ แต่นัยน์ตาที่ส่งมากลับหวานเชื่อม

“พอดีพี่ติดงานใหญ่ ปลีกตัวมาไม่ได้เลย คืนนี้พี่จะชดเชยให้ก็แล้วกันนะ ดีไหม” ไม่พูดเปล่ามือหนาของเดชาธรยังลูบคลึงสำรวจไปทั่วร่างอวบ

“พูดจริงหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอื้อนเอ่ยเสียงหวาน พร้อมกับเบียดกระแซะเข้าหา ให้ชายหนุ่มได้จับอย่างถนัดมือ

“จริงสิ พี่เคยโกหกเราเสียที่ไหนละ...ว่าแล้วพี่ก็อยากจะชดเชยขึ้นมาเสียแล้วสิ”

 “บ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้ นั่งก้นยังไม่ทันร้อนเลย” หญิงสาวพูดพลางทุบอกกว้างอย่างเหนียมอาย

“ก้นไม่ร้อน แต่อย่างอื่นมันร้อนนี่ครับ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า เป่าลมเข้าที่หูของเธอแผ่วเบา การกระทำนั้นทำให้หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่ บริเวณนั้นถือเป็นจุดอ่อนของเธอ ที่ชายหนุ่มรู้จักเป็นอย่างดี

“งะ...งั้นเราก็กลับกันเถอะค่ะ ชักอยากรู้แล้วสิว่าพี่ธรจะชดเชยยังไง” เสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยติดขัดเล็กน้อย ตอนนี้อารมณ์ของเธอก็เริ่มร้อนไม่ต่างกัน

 

เสียงปิดประตูห้องดังปัง! ร่างทั้งสองก็โผเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว เดชาธรบดจูบหญิงสาวอย่างดูดดื่มและร้อนแรง พร้อมกันนั้นก็จัดการดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างขาวอวบ ไม่สนใจว่าเสื้อผ้าราคาแพงนั้นจะมีสภาพเป็นเช่นไร ซึ่งไม่ต่างกับหญิงสาวที่กำลังจัดการกับเสื้อผ้าของชายหนุ่มอย่างรู้งานอยู่เช่นกัน เพียงไม่นานร่างของเขาและเธอก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แล้วบทรักที่มีฝ่ายหญิงควบคุมเกมก็เริ่มขึ้น เดชาธรถึงกับครางออกมาอย่างพอใจ เมื่อหญิงสาวเล้าโลมและบรรเลงเพลงพิศวาสปนเปรอให้เขาอย่างช่ำชอง ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้ชายหนุ่มติดใจเสน่ห์สาวแรงสูงนางนี้ อย่างขาดไม่ได้

ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ ขณะไฟพิศวาสของทั้งคู่กำลังลุกโชนได้ที่ เสียงโทรศัพท์ของเดชาธรก็แผดเสียง ตอนแรกชายหนุ่มว่าจะไม่รับ คิดว่าสักพักคนโทรคงจะยอมตัดใจวางสายไปเอง แต่จนแล้วจนรอดเสียงนั้นยังคงดังสร้างความรำคาญใจให้ทั้งเขาและคู่ขา อยู่ไม่ยอมหยุด เดชาธรจึงตัดสินใจยุติกิจกรรมพิศวาสชั่วครู่ แล้วเดินไปหยิบกางเกงที่ถูกถอดกองทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมาล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ฮัลโหล”

เสียงห้วนกรอกออกไปตามสายอย่างอารมณ์เสีย

“พี่ธรทำไมรับสายศิช้าจังเลยล่ะคะ”

เสียงใสของทรรศิกา ทำให้เดชาธรถึงกับตกใจรีบปรับน้ำเสียงห้วนให้เป็นน้ำเสียงหวานหยดทันที

“อ๋อ...พอดีพี่อาบน้ำอยู่ครับ น้องศิมีอะไรหรือเปล่า นี่พี่รีบวิ่งออกมารับโทรศัพท์ ทั้งที่ยังสระผมค้างไว้อยู่เลยนะเนี่ย”

“อุ๊ย! อย่างนั้นหรือคะ ศิไม่รู้ศิต้องขอโทษด้วยนะคะ ศิแค่จะโทรมาบอกพี่ธรว่าศิเดินทางมาถึงบ้านเพื่อนคุณพ่อแล้ว”

 หญิงสาวบอกอย่างรู้สึกผิด ซึ่งต่างกับแฟนหนุ่ม ที่ตอนนี้อารมณ์เสียและค้างสุดๆ ใจแทบไม่อยากจะคุยต่อ อยากตัดสายเพื่อยุติการสนทนากับเธอเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ทำอย่างที่คิด

“ครับ ได้ยินอย่างนี้แล้วพี่ก็สบายใจ นี่คิดว่าถ้าน้องศิไม่โทรมาพี่กะว่าถ้าอาบน้ำเสร็จจะโทรไปหาอยู่พอดีเลย ไม่อย่างนั้นพี่คงนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงน้องศิแน่ๆ”

ชายหนุ่มเอ่ยคำหวานด้วยน้ำเสียง ที่เริ่มสั่นพร่า เพราะสาวเจ้าที่นอนรออยู่บนเตียงเริ่มจะอดใจรอไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาเล้าโลมคลอเคลีย กระตุ้นชายหนุ่มให้วางสายเร็วขึ้น

“แหม...ดีใจจังที่พี่ธรเป็นห่วง เอาเป็นว่าศิไม่กวนพี่ธรแล้วกันนะคะ ให้พี่ธรไปอาบน้ำต่อแล้วเข้านอนนะคะ”

“ครับฝันดีนะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะไปหาในฝัน”

“แล้วศิจะรอค่ะ พี่ธรก็นอนหลับฝันดีนะคะ” แค่ทรรศิกาวางสาย เดชาธรก็ปิดเครื่องตัดปัญหาการถูกรบกวน แล้ววางมันทิ้งไว้ปลายเตียงอย่างไม่สนใจ เพราะสิ่งที่รออยู่ตรงหน้ามีอะไรๆ น่าสนใจและดึงดูดมากกว่าเยอะ

 

เช้ามืดของทุกวันภายในห้องครัว ที่ถูกสร้างขึ้นใต้ถุนบ้าน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้สอย จะมีเสียงของการทำกับข้าวและพูดคุยกันของแม่ครัวดังสลับกันขึ้นเป็นระยะๆ  ในวันนี้ก็ไม่ต่างกันเสียงเหล่านั้นยังคงดังเป็นกิจวัตร แต่ที่ต่างไปก็คือห้องนอนที่เคยว่างมานาน บัดนี้มันได้มีเจ้าของแล้วตั้งแต่เมื่อคืน และที่สำคัญห้องๆ นี้มันอยู่ตรงกับห้องครัวพอดีเป๊ะ เป็นเหตุให้หญิงสาวที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรารมย์ถึงกับสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ ร่างสมส่วนพลิกตัวนอนหงายพร้อมกับขมวดคิ้วแล้วกลอกตามองเพดานไปมา ระหว่างนั้นสมองน้อยๆ ของเธอก็กำลังประมวลผลว่าตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่ที่ไหน และเสียงคล้ายกำลังตำอะไรบางอย่างดังโป๊ก! โป๊ก! อยู่ข้างหู ราวกับว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่ในห้องนอนของตัวเอง มันคือเสียงอะไร และตอนนี้สิ่งที่พอจะนึกได้ก็คือเธอได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนของบิดาที่ต่างจังหวัด

“เสียงอะไรเนี่ย...นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ทำไมมันถึงได้เสียงดังอย่างนี้”

หญิงสาวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน แล้วเอี้ยวตัวหยิบนาฬิกาข้อมือ ที่ถอดออกวางไว้ข้างหมอนขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเพิ่งจะตีห้าร่างสมส่วนก็ล้มตัวลงนอน พยายามข่มตาให้หลับลงอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดพลิกซ้ายก็แล้วพลิกขวาก็แล้ว ขนาดใช้หมอนปิดหู เสียงจากด้านล่างก็ยังเล็ดลอดขึ้นมารบกวนการนอนของเธออยู่เป็นระยะๆ เมื่อทำอะไรไม่ได้ทรรศิกาจึงตัดสินใจลุกขึ้นนั่งพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ ถ้าอยากจะหลับตอนนี้คงต้องพึ่งยานอนหลับสถานเดียวละมั้ง หญิงสาวคิดพลางเกาศีรษะที่ยุ่งอยู่แล้ว ให้ยุ่งเข้าไปอีก

“เฮ้อ...ไหนๆ ก็ตื่นแล้วลุกเลยก็แล้วกัน ก็ดีนานๆ จะได้ตื่นแต่เช้ากับเขาเสียที”

หญิงสาวพูดพลางจัดเก็บที่นอนให้เข้าที่ ก่อนจะลงไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเรียกความสดชื่น หลังจากนั้นก็ขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่อง ซึ่งก่อนจะเดินทางมาที่นี่ เมื่อรู้ว่าจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ท้องไร่ท้องนา เธอจึงเตรียมมาเฉพาะเสื้อผ้าที่ดูเรียบๆ สบายๆ อย่างพวกเสื้อยืดกางเกงยีนและกางเกงขาสั้นธรรมดาๆ มาเต็มกระเป๋า

 ใช้เวลาไม่นานร่างสมส่วนก็อยู่ในชุดเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงยีนขาสั้นเสมอเข่า ทรรศิกาสำรวจความเรียบร้อยหน้ากระจกอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องหรือหลงลืม จึงออกจากห้องแล้วเดินลงมาข้างล่างตรงไปที่ห้องครัว ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตื่นก่อนเวลาอันควรทันที

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

เสียงทักที่ดังมาจากประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของสาวสวยแปลกหน้า ทำให้ทุกคนในห้องครัวหันไปมองทรรศิกา แล้วขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย ว่าเธอคนนี้เป็นใคร เว้นแต่นางรดาที่เป็นเจ้าบ้าน เมื่อหันมาเจอหญิงสาวนางก็คลี่ยิ้ม แล้วเอ่ยทักเป็นคนแรก 

“อ้าว หนูศิตื่นแล้วหรือจ๊ะ ตื่นมาทำไมแต่เช้าเชียว”

หญิงสาวส่งยิ้มหวานแทนคำตอบ ขณะเดินเข้ามาข้างใน จะให้เธอบอกได้ยังไงว่าตื่นเพราะเสียงจากห้องครัวนี่แหละ

“ต๊าย นี่เหรอแม่รดา คนที่แม่รดาบอกว่าจะมาพักที่นี่ หน้าตาสวยจังเลย ดูผิวสิขาวผ่องเป็นยองใยสมกับเป็นคุณหนูมาจากกรุงเทพจริงๆ ชื่ออะไรจ๊ะแม่คุณ”

“ชื่อศิค่ะ เป็นลูกสาวของเพื่อนน้ารดากับน้าภพค่ะ จะมาพักอยู่ที่นี่เดือนหนึ่ง...ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะ”

หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับพูดฝากฝังตัวเองเสร็จสรรพอย่างไม่ถือตัว สร้างความประทับใจและเอ็นดูให้กับนางลำไยไม่น้อย

“ยินดีเลยจ้ะ อยากรู้อะไรถามได้ไม่ต้องเกรงใจนะคนกันเองทั้งนั้น เอ้อ...นี่ลูกสาวป้าชื่อลูกปัด ไหว้พี่เขาซะสิลูกปัด”

หญิงสาวอีกคนที่กำลังนั่งหั่นเนื้อหมูอยู่เงยหน้าขึ้นมองทรรศิกานิดหนึ่ง ก่อนหญิงสาวจะยกมือไหว้แบบขอไปทีตามคำสั่งของมารดา ซึ่งทรรศิกาก็รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม ไม่สนใจแววตาและสีหน้าดูไม่เป็นมิตรของอีกฝ่าย ที่ฉายออกมาอย่างเปิดเผย เพราะตอนนี้เธอสนใจกับสิ่งที่ทุกคนกำลังทำมากกว่า

“อืม...ทุกคนมีอะไรให้ศิช่วยไหมคะ” หญิงสาวถามพร้อมกับชะเง้อคอมองคนนั้นทีคนนี้ที อย่างสนใจ

“อย่าลำบากเลย หนูศินั่งดูเฉยๆ ก็พอแล้วละ”

“แต่ศิอยากช่วยนี่คะ และอีกอย่างน้ารดาก็รับปากศิแล้ว ว่าจะสอนศิทำกับข้าวห้ามผิดสัญญาด้วย”

หญิงสาวทำแก้มป่องพูดทวงสัญญากับนางรดา อย่างไม่เคอะเขิน เพราะเมื่อวานทั้งสองได้พูดคุยกันอย่างถูกคอ ราวกับรู้จักกันมานานหลายปี

“งั้นหนูศิช่วยล้างมะเขือแล้วเอามาหั่นก็แล้วกันนะจ๊ะ น้าจะทำแกงเขียวหวาน หั่นแล้วแช่น้ำไว้เลยนะเดี๋ยวมะเขือจะช้ำมันจะไม่น่าทาน”

นางรดาสั่งก่อนจะหันไปสนใจหม้อแกงที่ตนกำลังปรุงรสอยู่ โดยหลงลืมไปว่าคนที่นางสั่งงานเป็นแม่ครัวมือใหม่ ที่ถือว่าใหม่เอามากๆ

“ค่ะ”

หญิงสาวยืนจ้องถุงมะเขืออยู่ชั่วครู่ ก่อนจะลงมือทำตามความคิดของตัวเองว่า มันน่าจะหั่นไม่ต่างกันการการหั่นคะน้าหรือว่าผักบุ้งหรอกมั้ง

ด้วยความที่ไม่ชอบใจ ตั้งแต่ได้ยินผู้เป็นน้าบอกว่าจะมีคุณหนูจากกรุงเทพ ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิท มาพักอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง ทำให้ปัถยาคอยเหลือบตามองทรรศิกาอย่างจับผิด ไม่ใช่ว่าเธอมีอคติหรืออิจฉาผู้หญิงหุ่นดี ผิวขาว น้าตาสะสวยกว่า แต่เธอแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนก็ตามมาอยู่ร่วมชายคากับหนุ่มที่เธอหมายตาไว้อย่างอคิราภ์เท่านั้น ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจตัวเธอมากมาย ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจมากนัก เพราะผู้หญิงที่เข้าวนเวียนป้วนเปี้ยนในชีวิตอคิราภ์ ส่วนมากเข้ามาประเดี๋ยวประด๋าว แล้วก็ผ่านเลยไป แต่กับผู้หญิงคนนี้แค่เห็นหน้าเธอก็รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกคล้ายกับว่าการปรากฏตัวของคุณหนูชาวกรุงคนนี้จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่หั่นหมูไป ชำเลืองมองศัตรูหัวใจที่เธอคิดเอาเองไป คิ้วโก่งโค้งของปัถยาก็ขมวดเข้าหากัน แล้วเพ่งมองมะเขือที่ถูกหั่นเป็นแว่นกลมๆ ลอยอยู่เหนือผิวน้ำในกะละมังใบเล็ก

“ว้าย...ตายแล้ว! เธอทำอะไรกับมะเขือน่ะ”

 ปัถยาทำเสียงตกอกตกใจ หน้าตาตื่นราวกับว่าสิ่งที่ทรรศิกาทำอยู่เป็นความผิดร้ายแรง

“ก็หั่นมะเขือไง”

“แล้วใครเขาสอนให้หั่นกันอย่างนี้”

ปัถยาบอกเสียงจิก

“อ้าว...หรือคะ ถ้าไม่ได้ทำอย่างนี้ แล้วเขาต้องทำยังไง”

ทรรศิกาเงยหน้าขึ้นมองคนนั้นทีคนนี้ที แล้วทำหน้าเหลอหลาตอบพาซื่อ

“มีปากไม่ใช่หรือ ทำไม่เป็น ทำไมไม่ถาม อย่างนี้ล่ะน้าพวกคุณหนูตีนแดงตะแคงตีนเดิน ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง กลับไปอยู่กรุงเทพซะเถอะไป๊ ชิ่วๆ”

ปัถยาสะบัดมือไล่ราวกับทรรศิกาเป็นหมูเป็นหมา หวังจะให้เธอร้องไห้ฟูมฟายเก็บของกลับกรุงเทพไปซะเดี๋ยวนั้น

“ลูกปัด!”

นางลำไยเรียกลูกสาวเสียงเข้ม ไม่ชอบใจนักที่ปัถยาแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับทรรศิกาอย่างออกนอกหน้า ซึ่งนางรดาเองก็สังเกตเห็นไม่ต่างกัน จึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วหันมาพูดกับทรรศิกาก่อนเป็นอันดับแรก

“ไม่เป็นไรจ้ะหนูศิ น้าผิดเองที่ลืมบอกหนูว่าต้องทำยังไงตั้งแต่แรก”

ว่าแล้วนางรดาก็ใช้มีดอีกเล่มหั่นมะเขือให้ทรรศิกาดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งดูแล้วมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแต่ที่ผ่านมาเธอไม่เคยสังเกตว่ารูปทรงมะเขือที่อยู่ในแกงเขียวหวานมันเป็นยังไง เห็นว่าเป็นของโปรดก็ตักทานเห็นทีต่อจากนี้เธอจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้มากกว่าที่เป็น จะได้ไม่โดนยัยหมาบ้ามาคอยกัดคอยแทะ ให้เจ็บใจ ทรรศิกาคิดพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจ เพื่อระงับอารมณ์ที่มันเดือดดาลพลุกพล่านในอก เมื่อรู้สึกว่าตัวเองใจเย็นลงจึงก้มหน้าก้มตาลงมือทำอย่างที่ผู้เป็นน้าสอน

“นั่นแหละสวยแล้วใช้ได้เลย ทำไปเรื่อยๆ จนหมดนั่นแหละจ้ะ ส่วนไอ้ที่หั่นก่อนหน้านั้นก็เอาไว้จิ้มกับน้ำพริกก็แล้วกัน ไม่เป็นไรมันไม่ได้บูดได้เน่าสักหน่อย”

ริมฝีปากบางฉีกยิ้มมองผลงานตัวเองอย่างภูมิใจ พร้อมกับเหล่ตามองหญิงสาวอีกคนที่ยืนเม้มปากเข้าหากันแน่น จ้องเธอตาเขียวปั๊ด คงเจ็บใจล่ะสิที่เธอไม่ได้โดนด่าอย่างที่คิด เชอะ...คิดจะแกล้งคนอย่างคุณหนูทรรศิกาเหรอ ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ ฉัน! คนที่คุณน้ารดาหวังจะให้เป็นลูกสะใภ้เชียวนะ หญิงสาวคิดก่อนจะกดยิ้มลึกที่มุมปากอย่างสะใจ เชิดหน้าสะบัดบ๊อบใส่คนที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูตั้งแต่วันแรก แล้วหันมาสนใจงานที่ได้รับมอบหมายตรงหน้าต่อ

“ส่วนเราลูกปัด ถ้าเห็นพี่เขาทำไม่ถูกก็บอกก็สอนสิ ไม่ใช่พูดจาแบบนั้นไม่น่ารักเลยรู้ไหม”

นางรดาหันมาตำหนิปัถยาผู้เป็นหลานสาว เป็นรายต่อมา

“ค่ะ”

ปัถยาก้มหน้ารับปากเสียงอ่อยคล้ายกำลังรู้สึกผิด แต่ใจจริงแล้วกลับผูกใจเจ็บ เก็บทรรศิกาไว้ในเมมโมรี่ เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

**********************************************************************************************************************

เรื่องนี้เปิดจองจนถึงวันที่ 1 สิงหานะคะ สนใจสั่งจองที่ kesmani1@hotmail.com

ราคาปก 279 บาท ขาย 249 บาท (ฟรีค่าส่ง+ปกพลาสติก)

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ (^_/\_^)

ไหมขวัญ

06/07/57

www.lovebooksforyou.com

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา