เจ้าหัวใจแดนเถื่อน (ฉบับปรับปรุงทำมือ)

เจ้าหัวใจแดนเถื่อน (ฉบับปรับปรุงทำมือ)

เพราะเงื่อนไขของบุพการี ‘ทรรศิกา’ จำต้องไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกคอกนา เป็นเวลาหนึ่งเดือน และที่นั่นเองเธอก็ได้พบกับ ‘เขา’ หนุ่มหล่อคมเข้ม ที่มีทั้งความเถื่อนและอ่อนโยนจนเริ่มทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหว

ผู้เขียน ไหมขวัญ ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

ตอนที่ 5.2

 

ตอนที่ 5 (ครึ่งหลัง)

ช่วงบ่ายแก่ๆ ทรรศิกานั่งมองเหล่าแม่ไก่พาลูกเจี๊ยบมาจิกกินเม็ดข้าวสาร ที่เธอเพิ่งหว่านลงบนพื้นดิน   หญิงสาวนั่งพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งๆ ที่เม็ดข้าวก็เกลื่อนพื้น แต่ทำไม๊ทำไม แม่ไก่จะต้องทำท่าคุ้ยเขี่ยด้วยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ เลย

“ให้อาหารไก่อยู่หรือหนูศิ...แล้วนี่น้าของหนูเขาไปไหนเสียล่ะ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนถาม ด้วยใบหน้าที่ยังเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนจะตอบกลับไปว่า

“เห็นคุณน้าบอกว่าของในตู้เย็นหมดเกลี้ยง เลยเข้าไปในหมู่บ้านหาซื้อของมาทำอาหารเย็นน่ะค่ะ...แล้วนี่น้าภพกำลังจะไปไหนหรือคะ”

“น้าว่าจะเดินไปสวนซะหน่อย และจะแวะไปดูพี่เขาทำงานด้วย” ได้ยินคำว่า ‘สวน’

หญิงสาวรีบวางถ้วยข้าวสารอยู่ในมือ แล้วหันมาถามผู้เป็นน้าอย่างสนใจ

“สวนหรือคะ ศิได้ยินคุณน้าคุยกันว่าไปสวน ไปสวน แต่ไม่เคยได้ไปดูสักที ขอศิไปด้วยคนนะคะ”

แค่นายเอกภพพยักหน้าอนุญาต ร่างสมส่วนก็วิ่งเอาข้าวสารเข้าไปเก็บในห้องครัว ก่อนจะวิ่งออกมายืนยืดตัวตรงข้างแคร่

“ไปกันค่ะ…”

หญิงสาวพูดพร้อมพยักหน้า ทำให้นายเอกภพที่หันมาเจอสีหน้าตื่นเต้นคล้ายเด็กของหญิงสาวก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

“ไปสิ”

นายเอกภพเอ่ยขณะยกจอบขึ้นพาดบ่า แล้วเดินนำหน้าออกไปก่อน โดยมีร่างสมส่วนของทรรศิกาเดินตามหลังไปติดๆ

“แล้วสวนของคุณน้าปลูกอะไรคะ”

หญิงสาวถามขึ้น ขณะเดินออกมาได้สักพัก

“ก็ปลูกหลายอย่าง อย่างละเล็กละน้อยเอาไว้กินเองน่ะ ก็มีมะพร้าว มะม่วง ฝรั่ง ผักสวนครัวจำพวกข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพรา สะระแหน่ อื่นๆ อีกอย่างละนิดละหน่อย นอกจากนี้ก็ยังมีบ่อเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา มีเป็ด แล้วก็ไก่อีกนะ...เป็นไงสวนของน้า” เจ้าของสวนบอกกลั้วหัวเราะ

“ดีจังเลยนะคะ ปลุกเองไม่ต้องเสียเงินซื้อ”

“แต่ก่อนมันเป็นสวนใบหม่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำแล้ว เลยดัดแปลงมาปลูกอย่างอื่นแทน เพราะไม่มีเวลา...เอาถึงแล้ว เดี๋ยวหนูศิไปนั่งรอน้าที่กระท่อมเล็กๆ นั่นก่อนนะ น้าจะเดินไปดูพี่เขาหน่อย”

นายเอกภพเอ่ย ขณะใช้มือข้างที่ว่างยกไม้ที่วางพาดเป็นประตูรั้วแบบง่ายๆ ลง

“บรรยากาศเย็นสบายน่านอนมากๆ เลยนะคะ”

หญิงสาวยืนหลับตาพริ้มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด นานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอได้สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นอย่างนี้ เพราะอย่างนี้มั้งพิมพ์ดาวเพื่อนของเธอถึงได้ชื่นชอบชีวิตในต่างจังหวัด ว่าแล้วต่างจังหวัดมันก็ต้องมีไอ้ทุยสินะ ว่าแต่มันอยู่ไหนกันล่ะ อยากเห็น อยากเห็น

“น้าภพคะ แถวนี้ไม่มีควายบ้างเลยหรือคะ ศิอยากเห็นตัวเป็นๆ น่ะค่ะ”

ดวงตาสดใสสอดส่ายสายตาไปทั่ว เพื่อจะมองหาวัวควายตัวเป็นๆ สักตัว แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะบริเวณนั้นไม่มีแม้เงาของมัน

“นั่งรออยู่ตรงนี้แหละ อีกสักพักชาวบ้านก็คงจะต้อนมันกลับเข้าคอก พอถึงตอนนั้นจะดูกี่ตัวก็ดูเอาตามสบาย...นั่งเล่นนอนเล่นรอไปก่อนนะ เดี๋ยวน้ากลับมา”

นายเอกภพสั่งเสร็จก็เดินแบกจอบออกไป ปล่อยให้หญิงสาวได้เดินสำรวจสวนตามลำพัง ร่างสมส่วนเดินมาหยุดตรงบ่อปลาขนาดจะว่าเล็กมันก็ไม่เล็กมาก กำลังพอดีสำหรับบ่อปลาที่เลี้ยงไว้กินเอง หญิงสาวขยับหาที่เหมาะๆ ก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงขอบบ่อ จากนั้นก็โยนอาหารเม็ด ที่กำติดมือมาจากกระท่อมลงไป ฝูงปลาที่โผล่ขึ้นมาแย่งอาหารกัน มองแล้วเพลินตาเพลินใจ บวกกับลมพัดเอื่อยเย็นสบาย ไม่แปลกใจเลยทำไมน้าภพภพถึงชอบมาขลุกอยู่แต่ที่นี่

ฝูงควายที่ถูกไล่ต้อน โดยชาวบ้านหรือไม่ก็เด็กๆ ที่เธอเห็นแล้วต้องบอกเลยว่าเด็กมากๆ อายุแค่เจ็ดแปดขวบเท่านั้น ที่รู้ก็ไม่ใช่อะไร เพราะเธอไปยืนเกาะขอบรั้ว แล้วถามตอนที่เด็กเหล่านั้นกำลังจะเดินผ่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเลยว่าเด็กชนบทมีวิถีการดำเนินชีวิต ที่แตกต่างกันมากกับเด็กกรุงเทพอย่างเธอเป็นอย่างมาก เด็กเหล่านี้เลิกเรียนแล้วได้ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ แต่ในขณะเดียวกันตัวเธอและเหล่าผองเพื่อนตอนอายุเท่านี้ ยังเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่มากนัก มีหน้าที่เดียวคือเรียน แล้วก็เรียนพิเศษตามคอร์สต่างๆ ตามแต่ผู้เป็นพ่อแม่จะสรรหามาให้

“น้องคะ น้องต้องมาต้อนควายอย่างนี้ทุกวันเลยหรือ แล้วพ่อแม่หนูล่ะไปไหน”

ทรรศิกาถามเด็กชายคนหนึ่งที่ถือไม้เรียวเดินตามฝูงควายฝูงใหญ่ ขณะที่คนถูกถามหันมามองทรรศิกาอย่างแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กชายก็ยอมตอบในสิ่งที่หญิงสาวต้องการรู้ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มปนอายนิดๆ

“พ่อไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนแม่ก็หุงข้าวทำกับข้าวอยู่ที่บ้านครับ”

“แล้วเราเรียนอยู่ชั้นไหนล่ะเนี่ย”

“ป.สองครับ”

ตอบเสร็จเด็กชายก็รีบวิ่งถือไม้เรียวอันเล็กๆ ตามหลังฝูงควายที่ทิ้งห่างไปทันที

“น่ารักแล้วก็ขยันด้วย น่าชื่นชมจริง”

หญิงสาวพูดพลางกอดอกเอียงคอมองตามหลังเด็กชายไปอย่างเอ็นดู แต่เพียงไม่นานความสนใจของเธอก็มุ่งมาที่ฝูงควาย ฝูงใหม่ที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาอย่างตื่นตาตื่นใจ เสียดายที่ไม่ได้พกกล้องมาด้วย ไม่อยากนั้นจะได้ถ่ายรูปไปอวดยัยแพมกับยัยดาว

“อ้าวๆ ควายนะคุณไม่ใช่ไดโนเสาร์ ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้ เก็บอาการหน่อย”

เสียงทุ้มคุ้นหูที่ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร ทำเอาทรรศิกาออกอาการเซ็งจิตถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะหันมายืนเท้าเอวมองหน้าคนที่เพิ่งมาถึงอย่างเอาเรื่อง

“ทำไมก็ฉันไม่เคยเห็นนี่ ถ้ามันเลี้ยงไว้ดูเล่นได้เหมือนหมาเหมือนแมว ฉันคงไม่ต้องถ่อมาดูถึงที่นี่หรอก”

พูดจบหญิงสาวก็สะบัดหน้าเดินหนีมาทิ้งตัวนั่งลงบนเปลญวน ที่ผูกไว้ใต้ต้นมะม่วง

“แล้วคุณอยากเห็นอนาคอนด้าไหม”

ชายหนุ่มเดินไพล่หลังมาถามหญงสาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“บ้า ที่นี่ไม่ใช่ป่าอเมซอนนะจะได้มีอนาคอนด้า”

ทรรศิกาพูดพลางเอนตัวลงนอน ไม่คิดจะสนใจคำพูดหลอกเด็กของชายหนุ่ม

“ไม่เชื่อใช่ไหม เดี๋ยวผมจะเอาให้ดู...นี่ไง”

“กรี๊ดดด! ตุ๊บ!”

ทรรศิกาถึงกับดิ้นพล่านกรีดร้องออกอย่างตกใจ หลับหูหลับตาปัดซากงูให้ออกห่างเป็นพัลวัน ด้วยความที่ไม่ระวังและตกใจ ทำให้ร่างสมส่วนหล่นจากเปลลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ความจุกความเจ็บบวกกับความกลัว ทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาจนเต็มเบ้า เพียงแค่หญิงสาวกะพริบตาหยาดน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เฮ้ย! อย่าร้องไห้สิคุณ ผมแค่ล้อเล่นเอง อีกอย่างงูมันก็ตายแล้วด้วย...ไหนดูซิ ตกลงมาเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

อคิราภ์โยนซากงูไว้ที่พื้น ก่อนจะรีบเข้าไปสำรวจและประครองหญิงสาวที่ยังนั่งหน้าเหยเก เพราะความเจ็บและกลัวอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น หยาดน้ำตายังคงไหลเต็มวงหน้าสวย เห็นแล้วความรู้สึกอยากแกล้งและสนุกในตอนแรก ก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดและสงสารหญิงสาวจนจับใจ 

“ถามออกมาได้ว่าเจ็บหรือเปล่า ตกใส่พื้นดินแข็งๆ นะไม่ใช่ตกใส่ฟูกนุ่มๆ จะได้ไม่เจ็บ...ไปไกลๆ เลยนะ เล่นอะไรก็ไม่รู้ ถ้าเกิดฉันกลัวจนหัวใจวายตายคุณจะว่าไง”

หญิงสาวพูดปนสะอื้น ยกหลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างลำบาก รู้สึกเคล็ดขัดยอกไปทั้งก้นกบ ด้วยความถือดีและเจ็บใจที่เขาบังอาจมาแกล้ง เธอจึงปัดมืออคิราภ์ออกทุกครั้งที่ชายหนุ่ม พยายามจะเข้ามาช่วยประคอง จะเพราะเขารู้สึกผิดหรืออะไรก็ตามเธอจะไม่ขอความช่วยเหลือจากคนคนนี้เด็ดขาด

เมื่อหญิงสาวปฏิเสธความช่วยเหลือที่จริงใจจากเขา อคิราภ์จึงยอมปล่อยให้คนถือดีลุกขึ้นเอง แม้จะทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเธอทำสำเร็จ ส่วนตัวเขาก็เดินไปค้นถุงที่ห้อยอยู่บนเสากระท่อมหาอะไรบางอย่าง เมื่อเจอสิ่งที่ต้องการเขาจึงนำมันมายื่นให้กับทรรศิกา ที่ตอนนี้นั่งอยู่บนแคร่เรียบร้อยแล้ว

“เอานี่ยาหม่อง ทาซะจะได้หายเจ็บ”

“นี่คุณว่าฉันเจ็บตรงไหนถึงจะให้ฉันทายาตอนนี้ห๊า”

หญิงสาวตวาดเขาเสียงเขียว 

“อ้าว...ก็ต้องเจ็บที่ขาสิ เห็นเดินกระเผลกๆ ซะขนาดนั้น”

ชายหนุ่มแกล้งตอบยียวนรู้ทั้งรู้ว่าหญิงสาวนั้นควรจะเจ็บตรงไหน

“บ้า ก้นฉันกระแทกพื้นนะไม่ใช่ขา”

“เจ็บก้นก็แก้ผ้าทาที่ก้นสิจะไปยากอะไร หรือว่าเจ็บมือด้วย มาๆ เดี๋ยวผมแก้ผ้าทายาให้”

อคิราภ์แกล้งเข้าไปนั่งจนชิด หลุบตามองไปที่กางเกงสีสวยของเธอ ด้วยสายตาแวววาวปนขำ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบนัยน์ตาสวยกำลังเบิกกว้างของเธอ

“อ๊าย...ไอ้คนบ้า ไอ้คนลามก ไปไกลๆ เลยนะ ไป๊”

มือบางทั้งผลักทั้งทุบคนทะลึ่ง ที่นั่งหัวเราะร่วน ราวกับคำด่าของเธอเป็นเรื่องตลก

“คุณนี่หลอกง่ายน่าแกล้งจริงๆ เลย...เอานี่เก็บไว้ พอกลับไปถึงบ้านก็อาบน้ำแล้วทาซะ”

อคิราภ์ยัดตลับยาหม่องใส่มือบาง ก่อนจะเดินไปหยิบซากงูที่ตัวเองทิ้งไว้ในตอนแรกขึ้นมาใส่ถุงเอาไว้อย่างดี

“นี่คุณจะเก็บมันไว้ทำไม ทำไมไม่เอาไปทิ้ง อย่าบอกนะว่าคุณจะเก็บเอาแกล้งฉันอีก ฉันไม่กลัวหรอกนะจะบอกให้”

“ใครบอก ของกินนะไม่ใช่ของเล่น นี่นะเมนูอาหารเย็นนี้เลยนะ”

ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับชูถุงขึ้นแกว่งโชว์ไปมา

“อะ...อาหารเย็น!”

เธอถามอย่างตกใจ อาหารเย็น ตรงหน้าทำเอาคอของเธอเริ่มแข็ง รู้สึกกระอักกระอ่วนในช่องท้อง เธอไม่อยากจะนึกเลย เมื่อเจ้าตัวยาวๆ กลายสภาพมาเป็นอาหารอยู่บนจานมันจะน่าขยะแขยงขนาดไหน

“ใช่ เมนูผัดเผ็ดงู เอ...หรือว่าจะเอาเป็นเมนูย่างดีนะ”

“แหวะ...ฉันยอมอดข้าวดีกว่าต้องกินกับข้าวเมนูพิสดารอย่างนี้”

“น่า...อร่อยนะ ลองแล้วจะติดใจ”

ชายหนุ่มพยักหน้าเชิงชักชวน ส่วนทรรศิกาก็ส่ายหน้าหวืออย่างเดียว หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่มีวันลอง

“ดิน…ดิน...”

เสียงตะโกนเรียกจากนายทัดเทพ ที่ยืนอยู่ห่างออกไป ทำให้อคิราภ์ที่กำลังเซ้าซี้ทรรศิกา รีบหันไปขานรับ

“ครับพ่อ”

“กลับไปอย่าลืมไปเอารายการซื้อของพรุ่งนี้กับแม่แกละ”

พูดจบร่างสูงของนายทัดเทพก็เดินกลับไปที่รถไถนา ที่วันนี้ตนอาสาจะขับกลับให้เอง เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าลูกชายสุดที่รักได้มีโอกาสอยู่กับทรรศิกาตามลำพัง

“ครับ”

“นี่ๆ คุณ”

มือบางกระตุกแขนเสื้อชายหนุ่มแรงๆ เมื่อได้ยินสถานที่ที่สองพ่อลูกคุยกัน และเธอคิดว่ามันน่าไปอีกแล้ว

“อะไร เปลี่ยนใจอยากลองกินผัดเผ็ดงูหรือไง”

“บ้า ใช่ที่ไหนเล่า พรุ่งนี้จะไปตลาดใช่ม้า...”

หญิงสาวพูดพลางเปลี่ยนใบหน้าบึ้งตึง เป็นยิ้มหวานประจบ

“แล้วไง” ชายหนุ่มหรี่ตามองรอยยิ้มหวานนั้นอย่างระแวง

“ฉันขอไปด้วยนะ นะๆ”

มือบางเขย่าแขนแข็งแรงเบาๆ เงยหน้ามองใบหน้าคมอย่างออดอ้อน เห็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้จึงแสร้งตีหน้าขรึมข่ม

“ไปทำไมไม่เคยเห็นตลาดหรือไง”

“ก็ฉันอยากไปนี่ นะๆ พี่ดินสุดหล้อ สุดหล่อ”

หญิงสาวลงทุนอ้อนสุดฤทธิ์ สรรพนามที่ใช้เรียกชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป หวังให้เขาใจอ่อนพาเธอไปตลาดด้วย

“พอๆ ไม่ต้องมาแกล้งยอ ไปก็ไป แต่ต้องตื่นแต่เช้านะ”

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่เช้านี่กี่โมงล่ะ”

“ตีสาม”

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางเลิกคิ้วมองสีหน้าตกใจของอีกฝ่าย

“ตีสาม!”

ทรรศิกาอุทานออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะนั่งนิ่งกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด เช้าไปหรือเปล่าเนี่ย

“ใช่ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ...บอกไว้ก่อนถ้าจะไป ห้ามสาย ถ้าสายไม่มีการรอ โอเค๊”

“ตกลง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักตกลงไปก่อน แม้จะไม่แน่ใจนักว่าจะตื่นทันหรือเปล่า แต่คิดว่าคงจะไม่มีปัญหาเพราะทุกวันนี้เธอต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าอยู่แล้ว ถ้าจะต้องตื่นเร็วกว่าทุกวันสักสองสามชั่วโมงจะเป็นไรไป

*******************************************************************************************************

          ตอนนี้รีไรท์จัดหน้าเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ และที่สำคัญอัพลง Ebook ให้โหลดกันแล้วด้วยค่า ใครนิยม Ebook และต้องการอ่านจนจบก่อนใครสามารถโหลดได้แล้วที่เวบ Ebooks ตามลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

http://www.ebooks.in.th/search/cat/0/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5

ส่วนเวบอื่นๆ กำลังรอการอนุมัติจากแอดมินของเวบนั้นๆ อยู่ค่า

            และสำหรับคนที่ชื่นชอบแบบรูปเล่มก็สามารถสั่งจองได้ในราคา 249 บาทนะคะ พิเศษสั่งซื้อแพ็คคู่ เจ้าหัวใจแดนเถื่อน + หัวใจบ่มรัก ได้ในราคา 540 บาทเท่านั้น สนใจสั่งจองที่ kesmani1@hotmail.com

นะคะ

            ส่วนคนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยไม่มีกำลังซื้อรออ่านฟรีในเวบ (อันนี้ไม่ว่ากัน) ก็ติดตามให้ดีนะคะ อี๊ดลงจบค่ะแต่ลงครบ 50% จะทยอยลบตอนแรกๆ ทิ้ง ตอนจบลงครบ 24 ชั่วโมงลบทิ้งทันที ที่สำคัญจะลงให้จบหลังคนจองรูปเล่มได้หนังสือไปชื่นชมแน่นอนค่ะ ให้คนเสียเงินได้เปรียบนิดหนึ่งนะคะ ^^

          ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ (^_/\_^)

          ไหมขวัญ

            11/07/57

          www.lovebooksforyou.com

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา