เหลี่ยมร้ายลายพยัคฆ์

เหลี่ยมร้ายลายพยัคฆ์

อลิส..นักโจรกรรมสาวพราวเสน่ห์ หวังช่วงชิงไดมอนด์เฟอร์เซีย แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันนำเธอสู่ทะเลทราย ดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งรัก +++เปิดให้ทดลองอ่านบางส่วนเท่านั้น!!+++

ผู้เขียน กันต์ระพี ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

บทนำ...

เหลี่ยมร้ายลายพยัคฆ์

ประพันธ์โดย...กันต์ระพี

(ลิขสิทธิ์งานเขียนนี้เป็นของสนพ. Touch publishing)

 

บทนำ...

 

“เมื่อเวลาประมาณสิบเอ็ดนาฬิกาสิบห้านาที อะมีร์เชคลาซิโอ บินอัสซาร์ มูฮายาน หรือชีคลาซิส กษัตริย์แห่งซาร์รียาร์กเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์โดยเครื่องบินพระที่นั่ง...”

 

อลิส สาวไทย-อังกฤษหูผึ่งขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงผู้ประกาศข่าวสาวจากสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งรายงานข่าวของชีคหนุ่ม ทันทีที่เห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์คู่กับเพชรน้ำงามนามไดมอนด์เฟอร์เซีย เลือดนักโจรกรรมสาวก็พลุ่งพล่านไปทุกอณู

 

“น่าสน...” อลิสหยักยิ้ม นัยน์ตาสีครามทอประกายหมายมาด ขณะฉวยโทรศัพท์มากดโทรออกแล้วกรอกเสียงหวานๆ สั่งเพื่อนร่วมงานโดยไม่ละสายตาจากภาพตรงหน้า

 

“ฉันต้องการข้อมูลของชีคลาซิส รวมทั้งที่พักในไทยด้วย ขอด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้”

****************************************

 

ประตูอัลลอยชั้นดีของคฤหาสน์รีวิลล์เปิดออกกว้างต้อนรับรถสปอร์ตคันหรู หลังจากแสงแรกแห่งวันโผล่พ้นทิวไม้มาได้สักพัก เสียงล้อรถบดไปตามพื้นถนนที่ปูด้วยอิฐหลากสีอวดลวดลายงดงาม ก่อนจะหยุดลงหน้าคฤหาสน์สีขาวสะอาดตาที่ตั้งตระหง่านบนเนื้อที่กว่าสองไร่

 

มาร์ค รีวิลล์ ประมุขของบ้านที่เพิ่งเดินทางกลับจากการไปดูงานที่ต่างประเทศก้าวลงจากรถ พลางส่งกระเป๋าเอกสารกับเสื้อสูทให้คนรับใช้ที่กระวีกระวาดออกมาต้อนรับแล้วเอ่ยถามถึงน้องสาว

 

“คุณอลิสล่ะ”

 

          “อยู่ในห้องใต้ดินครับ”

 

“อืม...เดี๋ยวช่วยเอากระเป๋าที่อยู่ท้ายรถไปไว้ในห้องโถงที ฉันจะลงไปดูยัยตัวยุ่งสักหน่อย” มาร์คบอกอย่างอารมณ์ดี พลางส่งกุญแจรถให้คนรับใช้แล้วเดินแยกไปกดลิฟต์ ครั้นลงมาที่ห้องซ้อมอาวุธซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน เขาก็ไม่ได้ผลีผลามเข้าไปทักทายน้องสาว หากแต่ยืนอุดหูรอจนสิ้นเสียงกัมปนาท ด้วยเห็นว่าหล่อนกำลังใช้สมาธิกับเป้าปืนที่อยู่ตรงหน้า

 

“เยี่ยม! ฝีมือไม่ตกเลยนะเรา”

 

อลิสหันขวับ ครั้นเห็นพี่ชายยืนปรบมืออย่างชื่นชมอยู่เบื้องหลัง หล่อนก็รีบวางปืนสั้นออโตเมติกลงบนโต๊ะ ถลาเข้าไปหาพลางฉีกยิ้มกว้าง

 

“พี่มาร์ค...”

 

“ไง...ไม่ได้เจอเสียนาน สวยขึ้นเป็นกองเลยนะเรา” มาร์คยีผมยาวสลวยของน้องสาวอย่างนึกเอ็นดู

 

“มันก็แหงอยู่แล้วล่ะค่ะ พี่มาร์คหล่อขนาดนี้แล้วอลิสจะไม่สวยได้ยังไงกัน”

 

“ไม่ต้องมายอกันเลย อยากได้ของฝากก็บอกมาตามตรงเถอะน่า”

 

“แหม...เกลียดคนรู้ทันจัง” อลิสทำเสียงกระเง้ากระงอด แม้จะถูกดักคอ แต่ก็ไม่วายเลียบๆ เคียงๆ ถามอย่างมีความหวัง

 

“แล้วพี่มาร์คซื้ออะไรมาฝากอลิสบ้างละคะ”

 

“ไม่ได้ซื้อหรอก งานยุ่ง...ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”

 

“ว้า...เซ็งเลย ไอ้เราก็นึกว่าจะได้ของฝากกับเขามั่ง” อลิสบ่นอุบ พลางทำปากยื่นไม่ต่างจากเด็ก ครั้นมาร์คเห็นดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ

 

“ดูทำหน้าเข้าสิ โตแล้วนะเราน่ะ มีเหรอ...ที่พี่จะไม่ซื้อของมาฝาก อยากได้อะไรก็ไปเลือกเอา กระเป๋าพี่อยู่ในห้องโถง แต่ห้ามยุ่งกับกล่องกำมะหยี่นะ อันนั้นของปลายฟ้า” มาร์คกำชับ เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าในกระเป๋าเดินทางมีของขวัญที่ซื้อมาฝากคู่หมั้นสาวปะปนอยู่

 

“รับทราบเจ้าค่ะ” อลิสคลี่ยิ้มลิงโลด พลางถอนสายบัวล้อเลียนแล้ววิ่งตื๋อนำหน้าไปกดลิฟต์ ปล่อยให้คนเป็นพี่ชายยืนส่งสายตาไล่หลัง

 

“นี่น่ะเหรอ...พริตตี้วันเดอร์” มาร์คส่ายหน้าอย่างนึกระอา

 

ใครเลยจะล่วงรู้ว่าผู้หญิงท่าทางไม่ต่างจากเด็กไม่รู้จักโตคนนี้ แท้ที่จริงแล้วคือนักโจรกรรมสาวชื่อก้องโลกที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันดีในนามพริตตี้วันเดอร์ หัวขโมยผู้มีอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะขมายของที่ถูกขโมยส่งคืนกลับเจ้าของที่แท้จริง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนแม้แต่สตางค์แดงเดียว

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของน้องสาวเขาพลิกผัน มาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่บิดามารดาถูกฆ่าชิงทรัพย์เมื่อหลายปีก่อน แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้ อลิสจึงตัดสินใจที่จะสืบหาเบาะแสคนร้ายด้วยตนเอง

 

หล่อนเริ่มเรียนรู้และฝึกฝนศิลปะการต่อสู้หลายแขนง รวมทั้งจัดตั้งทีมพริตตี้วันเดอร์และจ้างบุคลากรชาญฉลาดที่ไว้ใจได้มาเจาะข้อมูล ตลอดจนประดิษฐ์อาวุธและคิดค้นอุปกรณ์พิเศษที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้ทุนทรัพย์อันเป็นผลกำไรที่ได้มาจากบริษัทรีวิลล์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นสมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้

 

ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเป็นปีกับการแกะรอยและล่าตัวคนร้าย แต่อลิสก็สามารถลากคอคนที่ฆ่าบิดามารดามาชดใช้กรรมตามกฎหมาย โดยทิ้งเพียงการ์ดสีชมพูที่มีกลิ่นหอมละมุนกับอักษรสวยๆ ที่เขียนว่า ‘พริตตี้วันเดอร์’ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ดูต่างหน้า

 

การกระทำที่เปรียบเสมือนการฉีกหน้าในครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าของรัฐถึงกับเต้นผาง หลายหน่วยงานพยายามสืบหาตัวนักโจรกรรมสาว แต่ก็ไร้ร่องรอย เพราะไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากปกปิดกับชุดคลุมดำที่แฝงเร้นไปกับรัตติกาล

 

“เฮ้! ทำไมรื้อของเกลื่อนกลาดแบบนั้นล่ะ” มาร์คท้วงหน้าตื่น เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโถงแล้วเห็นน้องสาวตัวดีกำลังโยนเสื้อผ้าของเขาออกจากกระเป๋าเดินทาง

 

“ก็อลิสอยากรู้นี่นาว่าพี่มาร์คซื้ออะไรมาฝากพี่ฟ้า”

 

“ก็แค่ของใส่เล่นธรรมดา พี่ซื้อฝากเขาตามมารยาทน่ะ” มาร์คบอกปัดๆ แล้วเดินไปรวบรวมเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ทำท่าจะหอบขึ้นไปเก็บบนห้องเป็นการตัดบท แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินอลิสเปรยขึ้น

 

“นี่ขนาดซื้อตามมารยาทยังแพงขนาดนี้ แล้วถ้าตั้งใจซื้อจะแพงขนาดไหนนะ”

 

มาร์คหันมอง ครั้นเห็นน้องสาวตัวดียิ้มโชว์ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ พลางแกว่งสร้อยทองคำขาวที่มีจี้เพชรรูปนก เขาก็เดินไปคว้ามันมาเก็บใส่กระเป๋า

 

“มือไวจริงเชียวยัยตัวยุ่ง เอาไปตอนไหนทำไมพี่ไม่เห็น”

 

“ถ้าทำให้เห็นก็ไม่ใช่การทดสอบก่อนลงสนามจริงสิคะ” อลิสบอกหน้าเป็น

 

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าเราคิดจะทำอะไรแผลงๆ อีก”

 

“แหม...ก็ไดมอนด์เฟอร์เซียอุตส่าห์มาเยือนเมืองไทยทั้งที จะให้อลิสอยู่เฉยได้ยังไงกันละคะ” หญิงสาวเฉลยแล้วยิ้มพราย ดวงตากลมโตสีครามทอประกายวาววับ

 

ไดมอนด์เฟอร์เซีย...สร้อยเพชรน้ำงามที่กอปรขึ้นจากเพชรสีชมพูใสราวแก้วตกผลึก อัญมณีหายากไม่ทราบแหล่งขุดพบที่แน่ชัดนี้ จัดว่าเป็นเพชรคู่บ้านคู่เมืองของชาวซาร์รียาร์ก และด้วยสนนราคาที่หาค่าประเมินไม่ได้ จึงมีผู้หลงใหลและอยากได้ไว้ในครอบครองอันดับต้นๆ

 

ร่ำลือกันว่าองค์อัสซาร์อดีตกษัตริย์แห่งซาร์รียาร์ก โปรดให้นำอัญมณีดังกล่าวมาจัดทำเป็นสร้อยพระศอและพระราชทานนามว่าไดมอนด์เฟอร์เซีย ตามพระนามของพระนางเฟอร์เซียพระมารดาของชีคลาซิส เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์

 

ทว่าเรื่องร่ำลือหาได้เป็นจริงตามที่เล่าขาน เนื่องจากองค์อัสซาร์ทรงมีพระสนมมากมาย และหนึ่งในนั้นคือหญิงสาวชาวไทยชื่อฟ้ามาศ ทรงโปรดปรานและให้ความสนิทเสน่หา ครั้นนางตั้งครรภ์ก็ปลาบปลื้มพระทัยเป็นยิ่งนัก ทรงพระราชทานไดมอนด์เฟอร์เซียรับขวัญในวันที่พระธิดาเลือดผสมถือกำเนิด

 

หากเรื่องน่ายินดีดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการก็คงจบลงด้วยดี แต่องค์อัสซาร์มาด่วนสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน จึงเป็นเหตุให้พระสนมฟ้ามาศกับพระธิดาองค์น้อยจำต้องกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ด้วยไม่อาจทนการบีบคั้น ตลอดจนการแก่งแย่งอำนาจในวังหลวงที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

 

การใส่ร้ายป้ายสีและวิธีสกปรกถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ จนพระสนมฟ้ามาศต้องจำยอมมอบสร้อยที่ได้รับพระราชทานให้กับพระนางเฟอร์เซีย เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าลักขโมยสร้อยที่มีชื่อเรียกขานเฉกเช่นพระนามของพระนางซึ่งถือว่าเป็นสมบัติส่วนพระองค์

 

แม้ข้าราชบริพารที่รับใช้ใกล้ชิดพระสนมฟ้ามาศจะทราบความเป็นมาในเรื่องดังกล่าว แต่ไม่มีผู้ใดกล้าทัดทาน เพราะต่างก็เกรงกลัวอาญา ซึ่งพระสนมฟ้ามาศเองก็ตระหนักดีว่าการรักษาชีวิตของตนและลูกน้อยเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทอง

 

          “แต่พี่ว่างานนี้มันอันตรายเกินไป อย่าเสี่ยงดีกว่า”

 

“พี่มาร์คก็พูดแบบนี้ทุกที...เหมือนไม่เชื่อมืออลิส”

 

“ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่พี่เป็นห่วงเรามากกว่า อย่าลืมสิว่าชีคลาซิสเป็นกษัตริย์ ราชองครักษ์ของท่านก็มีไม่น้อย มันคงไม่ง่ายเหมือนอย่างที่เราจัดการกับโจรกระจอกพวกนั้นหรอก”

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อลิสซะอย่าง...หมูหรือเสือก็ไม่กลัวอยู่แล้ว ชีคก็ชีคเถอะน่า จะจับมาทำชีสโรยหน้าพิซซ่าให้ดู” ดวงตาของอลิสทอประกายมุ่งมั่นไม่ต่างจากสีหน้าที่แลมั่นใจ แต่มาร์คกลับรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เป็นกังวล เพราะเขากับหล่อนมีกันแค่สองคนพี่น้อง...

 

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา