|
ภายใต้ความร่วมมือของวารสารพลังไทย และวิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx
การคาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันในเดือนมิถุนายน 2555
.jpg)
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในเดือน มิ.ย. 55 ทรงตัวอยู่ในระดับสูง มีแนวโน้มจากการที่โรงกลั่นเร่งเพิ่มอัตราการกลั่นเพื่อผลิตน้ำมันสำเร็จรูปรองรับความต้องการใช้ที่แข็งแกร่งขึ้นทั่วโลกในไตรมาส 3 โดยเฉพาะฤดูการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย. และสิ้นสุดเดือน ส.ค. 55 ที่คนเมริกันนิยมขับรถท่องเที่ยวเพราะถือเป็นการพักผ่อนประเภทหนึ่งเนื่องจากคนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้รถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน ทำให้การใช้น้ำมันดังกล่าวสูงขึ้น รวมถึงประเทศญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนจึงมีส่วนทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดปิดดำเนินการหลังเหตุสึนามิ
- โรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงในไตรมาสที่ 2 เริ่มกลับมาดำเนินการ ทำให้อุปสงค์น้ำมันดิบสูงขึ้น ด้านสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศผู้บริโภคน้ำมันหลักของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ และจีน ยังทรงตัวภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางที่ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนที่สนับสนุนสภาพคล่องในระบบการเงินของประเทศส่งผลบวกต่ออุปสงค์น้ำมัน และมีผลกระตุ้นเงินทุนให้ไหลเข้าสู่ตลาดน้ำมัน

ข่าวที่น่าจับตามองในเดือนมิถุนายน 2555 ได้แก่
ท่าทีของอิหร่านและชาติตะวันตก ก่อนมาตรการคว่ำบาตรของยุโรปจะเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มที่ในวันที่ 1 ก.ค. 55 โดยประเทศภาคีสมาชิกสหภาพยุโรป ( European Union ) จะระงับการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกดดันอิหร่านของประเทศตะวันตกน้ำโดยสหรัฐฯ เพื่อกดดันอิหร่านให้ยุติโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ แม้อิหร่านกับประเทศตะวันตกได้เจราเรื่องโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ต่อเนื่องมาตั้งแต่การประชุมนัดแรกในวันที่ 14 เม.ย. 55 และวันที่ 23 พ.ค. 55 แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในขณะเดียวกันมาตรการคว่ำบาตรสร้างปัญหากับระบบเศรษฐกิจของอิหร่านขั้นรุนแรงโดยการส่งออกน้ำมันดิบที่เป็นรายได้ปรับลดลง และอิหร่านต้องเก็บน้ำมันที่ไม่สามารถจำหน่ายได้บนเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ปริมาณประมาณกว่า 30 ล้านบาร์เรล ลอยลำในน่านน้ำอิหร่าน
จุดสำคัญที่น่าสนใจในเดือนนี้ คือ การประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) ในวันที่ 14 มิ.ย. 55 ซึ่งกลุ่มจะตัดสินใจเกี่ยวกับเพดานการผลิตที่กำหนดไว้ล่าสุดในการประชุมครั้งก่อนเดือน ธ.ค. 54 ที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะจะกำหนดทิศทางการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม เนื่องด้วย OPEC มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตน้ำมันดิบของโลกเพราะส่งออกน้ำมันดิบกว่า 30% ของปริมาณน้ำมันดิบที่ทั่วโลกใช้ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและการเมืองทำให้ OPEC ยังคงส่งออกน้ำมันดิบในระดับสูงเพื่อหารายรับเข้าประเทศสำหรับรองรับการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐที่มุ่งเสริมสร้างการจ้างงาน รวมทั้งเพิ่มสวัสดิการของประชาชนโดยมีจุดประสงค์ในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองในมิให้เกิดความไม่สงบดังเช่นในปี 2554
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |