CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

นางร้องไห้

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

    "นางร้องไห้" เป็นหน้าที่ของสตรีชาววังมีเฉพาะในงานพิธีพระบรมศพ คัดเลือกมาแต่หญิงที่มีน้ำเสียงไพเราะ ประจำอยู่ใกล้พระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อขับร้องบทเพลงคร่ำครวญ ทำนองและเนื้อเศร้าโศกเยือกเย็นชวนให้หลั่งน้ำตา ประกอบด้วยต้นเสียง ๔ คน และลูกคู่ร้องรับอีกเกือบ ๑๐๐ คน สตรีพวกนี้นุ่งขาวห่มขาว ถ้าเป็นสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้รับการยกเว้น ไม่ต้องโกนศีรษะอย่างคนอื่นๆที่อยู่ระหว่างไว้ทุกข์เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต เพราะจะต้องมีบทสยายผมลงเช็ดพื้นแสดงการความเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์

    ประเพณีนางร้องไห้เชื่อว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ไม่ทราบว่าเป็นรัชสมัยใด และยังคงสืบสานวัฒนธรรมมาจนถึงรัตนโกสินทร์ มีปรากฏครั้งสุดท้ายในงานพระบรมศพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะล่วงมาถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯไม่โปรดประเพณีนี้ เมื่อเสด็จสวรรคตจึงไม่มีนางร้องไห้มาทำหน้าที่นี้อีก

    เนื้อร้องที่นางร้องไห้ต้องขับร้องอยู่ตลอดงานพิธี มีอยู่ ๕ บท คือ

       ๑ พระร่มโพธิ์ทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
 
       ๒ พระเสด็จไปสู่สวรรค์ชั้นใด ละข้าพระบาทยุคลไว้ พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
 
       ๓ พระยอดฟ้า พระสุเมรุทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
 
       ๔ พระเสด็จผ่านพิภพแห่งใด ข้าพระบาทจะตามเสด็จไป พระพุทธเจ้าข้าเอย
 
       ๕ พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

 

    นางร้องไห้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำกันได้ต่อมา คือเจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ สดาวัลย์ บุตรีหม่อมเจ้าเพิ่ม ในพระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดีพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓

   ม.ร.ว.สดับถูกส่งตัวเข้ามาเป็นนางข้าหลวงในตำหนักสมเด็จพระวิมาดาเธอกรมพระสุธาสินีนาฏฯ พระธิดาในกรมหมื่นภูมินทรฯ เพื่อฝึกหัดวิชาสำหรับกุลสตรี ปรากฏว่าเจ้าจอมม.ร.ว.สดับมีพรสวรรค์ทางด้านเสียง ขับร้องเพลงได้กังวานหวานอย่างที่เรียกกันว่า มี 'แก้วเสียงชั้นเอก' จึงได้เป็นนางขับร้องในวงมโหรี ร้องถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งหนึ่งเมื่อทรงพระประชวรต้องพักผ่อนพระวรกายอยู่หลายวัน

    ความไพเราะในน้ำเสียง ม.ร.ว. สดับเป็นที่พอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ถึงกับมีพระราชนิพนธ์พระราชทานว่า

         แม่เสียงเพราะเอย
น้ำเสียงเจ้าเสนาะ
เหมือนหนึ่งใจพี่จะขาด
เจ้าร้องลำนำ ยิ่งซ้ำพิศวาส
พี่ไม่วายหมายมาด
รักแม่เสียงเพราะเอย

    แล้วทรงขอจากสมเด็จพระวิมาดาฯ ให้ ม.ร.ว. สดับเข้ารับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอมรุ่นท้ายในรัชกาลที่ ๕ และได้ชื่อว่าเป็นเจ้าจอมที่ทรงโปรดปรานมากที่สุดคนหนึ่ง

    เจ้าจอมสดับได้ทำหน้าที่ฉลองพระเดชพระคุณเป็นครั้งสุดท้ายในพระราชพิธีพระบรมศพดังกล่าว

 



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย