สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งปิดกิจการ ซึ่งมีทั้งที่ปิดโรงงานจริงและไม่ปิดโรงงานจริง โดยธรรมชาติของข่าวประเภทนี้แล้วจะได้รับความสนใจจากสื่อทุกแขนง และหนังสือพิมพ์หลายฉบับกำหนดให้เป็นข่าวนำหรือข่าวที่ใหญ่ที่สุดของหน้าหนึ่ง
วันที่ 2 สิงหาคม 2550 มติชนพาดหัวว่า "ลอยแพคนงาน"ลามไม่หยุด ปิดรวด"3รง." เครือสหยูเนี่ยนเลิกจ้าง 2 แห่ง ส่วนโพสต์ทูเดย์พาดหัวว่า สหยูเนี่ยนปิด รง.รองเท้า บาทแข็งฟางสุดท้าย! 'รังสิตฟุตแวร์' ไม่รอด และกรุงเทพธุรกิจพาดหัวว่า ยูเนี่ยนฟุทแวร์ถอดใจ 'ปิดกิจการ'
จากพาดหัวข่าวดังกล่าวจะเข้าใจว่าโรงงานของเท้าส่งออกในเครือ บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) เตรียมตัวจะปิดกิจการลง ข่าวได้ลงตามที่ผู้บริหารออกมาชี้แจงว่าได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเศไทยเพื่อขอถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ หลังจากที่บริษัทมีแผนจะหยุดธุรกิจรองเท้าเมื่อหมดคำสั่งซื้อภายในปี 2550 โดยบริษัทอ้างว่าธุรกิจรองเท้าแข่งขันสูงและเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง
ข่าวต่อในวันเดียวกันของหนังสือพิมพ์หลายฉบับระบุว่านายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกมาให้ข้อมูลถึงการปิดตัวของบริษัทรองเท้าในเครือสหยูเนี่ยน และเปิดเผยเพิ่มว่าบริษัท รังสิต ฟุทแวร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรองเท้าในเครือสหพัฒน์ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมที่จะปิดตัวเช่นกัน
นอกจากนี้ นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ออกมาเปิดเผยในวันเดียวกันว่าได้รับรายงานจากแรงงานจังหวัดสุพรรณบุรีถึงสาถนการณ์การปิดโรงงาน ที่จะมีโรงงานปิดในสุพรรณบุรีอีก 4 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นบริษัทบริษัท ไฮ-แทค แอพพาเรล จำกัด ซึ่งอยู่ในกลุ่มไฮเทค กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มส่งออกติด 1 ใน 5 อันดับแรกของประเทศ
ถัดมาเพียงวันเดียวหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงงานที่มีข่าวว่าจะปิดตัว 2 โรงงาน คือ นายสันติ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท สหพัฒนา อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และนายวัลลภ วิตะนากร ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท ไฮเทค แอพพาเรล โดยผู้บริหารทั้ง 2 ราย ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าบริษัทในเครือที่มีข่าวปิดโรงงานไม่เป็นความจริง ธุรกิจยังดำเนินไปตามปกติและยังต้องการคนงานเพิ่ม
เป็นเรื่องยากที่ผู้สื่อข่าวจะตรวจสอบตามรายชื่อที่กระทรวงแรงงานรายงานมาว่าจะปิดกิจการ โดยในเบื้องต้นแล้วผู้สื่อข่าวสันนิฐานไว้ก่อนว่าข้อมูลการรายงานจากแรงงานจังหวัดเป็นความจริง เพราะเป็นรายงานของข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ และเอกสารของข้าราชการเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับแหล่งที่มาของเอกสารจากที่อื่น
จึงไม่แปลกที่คำพูดของผู้บริหารกระทรวงแรงงานจะเป็นที่น่าสนใจขึ้นมา เพราะหลังจากที่บริษัทไทยศิลป์ อาคเนย์ อิมปอร์ตเอ็กปอร์ต จำกัด ที่เป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าส่งออกปิดตัวลง ส่งผลให้สังคมจับตามมองโรงงานที่จะปิดตัวลงมากเป็นพิเศษ
หนังสือพิมพ์หลายฉบับเลือกที่จะตรวจทานข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทที่มีข่าวว่าจะปิดตัวลงในวันถัดมา หลังจากหนังสือพิมพ์ลงปิดโรงงานไปแล้ว การตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลโดยตรงเป็นจุดที่จะทำให้นักข่าวได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากที่สุด โดยเฉพาะในข่าวที่มีข้อเท็จจริงขัดแย้งกันเหมือนข่าวปิดโรงงานครั้งนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้ คือ ผู้บริหารบริษัทต่างออกมายืนยันชัดเจนว่ายังไม่มีนโยบายปิดบริษัท
บ่อยครั้งที่แหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับนักข่าวไม่ใช่แหล่งข่าวขั้นที่ 1 ซึ่งข่าวที่ได้จะเกิดความผิดเพี้ยนไปบ้าง โดยถ้าข้อมูลมูลที่คลาดคลื่อนไปเป็นเรื่องไม่สำคัญและไม่สร้างผลกระทบให้ใครก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าข้อมูลที่ได้มาคลาดเคลื่อนมากเมื่อเปิดเผยออกไปจะทำให้เกิดความเสียหายได้
ในการทำงานของนักข่าวจึงพยายามหาแหล่งข่าวหรือแหล่งข้อมูลที่อยู่ใกล้ประเด็นที่เราต้องการข้อมูลมากที่สุด ซึ่งทำให้ข่าวหนึ่งข่าวจะประกอบด้วยแหล่งข่าวและแหล่งข้อมูลจากหลายที่เพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน ผู้อ่านก็จะเป็นผู้พิจารณาเองว่าจะเชื่อแหล่งข้อมูลใดในข่าว แต่จุดที่สำคัญคือในประเด็นที่ยังเป็นข้อขัดแยง ผู้สื่อข่าวต้องไม่ให้น้ำหนักของแหล่งข่าวฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป