ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ ตอน ดาบวิกรพลวัตกับสัตว์ร้ายแห่งเขาอัทรินทร์
ปล่องถ้ำที่อยู่ตรงหน้าผาได้ให้แสงสะท้อนกลับมาเป็นสีรุ้ง เมื่อพระเจ้าอาทิตยราชทรงนำกระจกให้สะท้อนแสงเข้าไปยังด้านในปล่องถ้ำขนาดใหญ่นั้น
อา...ยังอยู่....สมบัติแห่งราชวงศ์ข้า
กันทะนะมองไปยังแสงที่สะท้อนออกมานั้น พยายามเพ่งมองว่า มันคืออะไร แต่ก็มองไม่ออกว่าเป็นอะไร
สมบัติหรือ??....
ยอดอาชาไนยของข้า ด้วยพลังของเจ้า เจ้าจงพาข้าข้ามไปยังช่องเขาแห่งนั้นเถิด
จะให้กระหม่อมกระโดดไปในช่องเขานั้นหรือพะยะค่ะ
กันทะนะเดินไปยังสุดขอบของหน้าผามองลงไปยังหุบเขาด้านล่าง มันลึกมากหากตกลงไปต้องไม่รอดแน่ ม้าหนุ่มมองไปยังช่องเขาขนาดใหญ่นั้น มันกว้างพอที่จะกระโดดไปแต่ว่ามันไม่เหมือนกับที่เคยกระโดดข้ามมา เพราะปลายทางที่จะกระโดดไปเป็นช่องเขาแม้จะกว้างใหญ่พอให้กระโดดเข้าไปได้ แต่ว่าหากกะระยะไม่ดีใช้พลังกระโดดแรงไปก็จะทำให้ชนเข้ากับด้านบนของปล่องถ้ำนั้น หรือหากผ่อนแรงกระโดด ก็อาจจะไม่ถึงปล่องถ้ำอีก โอกาสตกลงหุบเขาเบื้องล่างมีสูงมากๆ และระยะทางที่ไกลทำให้กะระยะไม่ถูก
กระหม่อมทำไม่ได้แน่ๆ มันไม่เหมือนที่เคยกระโดดมา
กันทะนะส่ายหน้า ไม่กล้าที่จะกระโดดไป
ลังเลอะไรล่ะ ยอดอาชาไนยของข้า
กระหม่อมทำไม่ได้พะยะค่ะ กันทะนะถอยออกมาจากขอบหน้าผานั้น
เจ้าต้องทำได้สิ น้ำพระเสียงเริ่มเปลี่ยนไป
กระหม่อมกระโดดไปตรงช่องนั้นไม่ได้พะยะค่ะ กันทะนะส่ายหัวไปมาพร้อมกับหันหลังกลับ
ข้าพูดดีๆ กับเจ้าแล้ว เจ้าคงไม่ชอบ
น้ำพระเสียงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ทำให้กันทะนะหยุดกึก รู้สึกแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของพระเจ้าอาทิตยราชนั้น ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น ม้าหนุ่มก็รู้สึกปวดตรงหัวอย่างแรง หน้ากากที่สวมใส่เกิดบีบรัดขึ้นมา
พระองค์ทำอะไรกระหม่อม กันทะนะตะกุยขาหน้า สะบัดหัวร้องเสียงดังเพราะความเจ็บปวด จนพระเจ้าอาทิตยราชเกือบจะตกจากอาน
เจ้าต้องเชื่อฟังข้า เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว หน้ากากที่เจ้าสวมใส่นั้น จะรัดเจ้าจนตาย พระเจ้าอาทิตยราชทรงเผยพระองค์ออกมา
กันทะนะรู้ตัวว่าตนกำลังถูกพระเจ้าอาทิตยราชทำร้าย
โอ้ย.....ข้าปวดเหลือเกิน กันทะนะสะบัดหน้าไปมาด้วยความเจ็บปวด พระองค์ทำร้ายกระหม่อมด้วยเหตุอันใด....โอ๊ยยย...
เจ้าจงฟังให้ดี หากเจ้าไม่ฟังคำสั่งข้า เจ้าจะทรมานจนตาย
กันทะนะได้ยินดังนั้น ก็รีบก้มคำนับแสดงอาการยินยอมทันที
ข้ายอมแล้ว...กระหม่อมยอมแล้ว......ฝ่าบาท
ความเจ็บปวดค่อยๆ คลายลง จนหายไป กันทะนะนึกเจ็บใจตนเอง ที่ถูกทำร้าย
หากว่าเจ้าคิดหนี หรือคิดจะทำอะไร เจ้าจะเป็นเหมือนอย่างเมื่อกี้
กันทะนะมองพระเจ้าอาทิตยราชด้วยท่าทีเปลี่ยนไป กษัตริย์พระองค์นี้ช่างพระทัยร้ายนัก แต่ม้าหนุ่มก็ต้องยอมทำตามพระบัญชาแต่โดยดี
เจ้านี่เป็นอาชาไนยที่ฉลาดจริงๆ ดีแล้ว จงพาข้าข้ามไปยังปล่องถ้ำนั่นเดี๋ยวนี้ พระเจ้าอาทิตยราชทรงตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงเข้ม
พะยะค่ะ กันทะนะ วิ่งออกไปอย่างจำยอม
ภาพของการะบูกับการะเกที่อยู่บนหลังคาผุดออกมาในในห้วงความคิด สีหน้าที่เหมือนมีเรื่องของกระรอกทั้งสอง ทำให้กันทะนะเป็นห่วงสิวินทราขึ้นมา
เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขานะ
กันทะนะนึกเจ็บใจ ก่อนจะวิ่งกลับไปข้างหน้า แล้วกระโดดไปยังช่องเขาที่อยู่ด้านหน้านั้น ความหวาดกลัวเมื่อกี้หายไปเปลี่ยนเป็นความสงสัยขึ้นมา
ม้าหนุ่มลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพาพระเจ้าอาทิตยราชพุ่งเข้าไปในปล่องถ้ำกลางหน้าผาแห่งนั้น
เมื่อเข้ามายังในบริเวณปล่องเขาตรงผาสูงแห่งนั้น พระเจ้าอาทิตยราชทรงลงจากหลังกันทะนะแล้วทรงเสด็จไปยังที่มีแสงสะท้อนนั้น ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเป็นเหมือนเนินหินบริเวณเนินมีด้ามของมีดดาบที่มีเครื่องประดับสะท้อนแสงเป็นระยะ
พระเจ้าอาทิตยราชทรงใช้พระหัตถ์ปัดเอาฝุ่นที่เกาะตรงด้ามของวัตถุนั้นออก แสงสว่างภายนอกก็กระทบกับด้ามวัตถุนั้นสะท้อนสีเป็นสีรุ้งสวยงาม
ดาบวิกรพลวัต สมบัติแห่งราชวงศ์ข้า ทรงตรัสออกมาก่อนจะใช้พระหัตถ์ดึงดาบออกจากเนินดินนั้น ทันที่ที่ดาบถูกดึงออกมา แสงสะท้อนจากคมดาบก็เจิดจ้าขึ้นมากระทบกับพระพักตร์วาบวับ พระเจ้าอาทิตยราชทรงทอดพระเนตรดาบวิการพลวัต ซึ่งมีความหมายถึงพลังแห่งพระอาทิตย์ ดาบที่เป็นสมบัติแห่งราชวงศ์สุริยะที่สืบทอดกันมายาวนาน บัดนี้มันกลับคืนสู่สุริยะวงศ์อีกครั้ง
กันทะนะมองดูพระเจ้าอาทิตยราช และยังคงนึกเจ็บใจลึกๆ ที่ถูกทำร้าย
ตรงที่ดาบปักคาอยู่เป็นเนินดินนั้น มีลักษณะคล้ายกับร่างของอะไรบางอย่าง เมื่อมองดูดีๆ แล้วนั่นเป็นร่างของสัตว์ปีก มันเป็นร่างของนกขนาดใหญ่ ใหญ่กว่ามนุษย์เกือบเท่าตัว ดาบถูกดึงออกมาจากร่างนี้
เจ้าตัวนี้เองที่พากษัตริย์องค์ที่สิบสี่แห่งสุริยะวงศ์ขึ้นมายังที่ตรงนี้
พระเจ้าอาทิตยราชทรงทอดพระเนตรสำรวจไปรอบๆ ก็พบโครงกระดูกถูกทิ้งไว้จนแทบจะกลายเป็นหินไปแล้ว ที่โครงกระดูกที่มีเครื่องประดับตกอยู่
นี่คงเป็นกษัตริย์ไวโรจน์ กษัตริย์องค์ที่สิบสี่แห่งสุริยะวงศ์
ขณะที่พระเจ้าอาทิตยราชทรงหยิบเครื่องประดับที่อยู่บนพื้นนั้น เสียงกันทะนะก็ดังขึ้นมา
ว้ากกกกกกกก........
กันทะนะแหกปากร้องออกมา เมื่อร่างของม้าหนุ่มก็ไถลไปในโพรงแห่งหนึ่ง
ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ........
เสียงร้องของกันทะนะทำให้พระเจ้าอาทิตยราชทรงรีบหันมา
กันทะนะตกลงไปในบริเวณพื้นทีมีลักษณะเนียนเรียบทำให้ลื่นไถลลงไปยังช่องโพรงแห่งหนึ่งด้านใน ความมืดทำให้มองไม่เห็นว่ามีโพรงอยู่ภายในที่แห่งนั้น พระเจ้าอาทิตยราชรีบเสด็จมาทอดพระเนตรโดยไม่ระวัง พระองค์ก็ทรงเหยียบไปบนพื้นลื่นไถลตามกันทะนะไป
อ้ากกกกกกก.....
-------------------------------------------------
พวกเราเดินมาทั้งวันแล้ว ข้าเริ่มเหนื่อยและหิว จะไปหาหญ้าแถวนี้กินก่อน พานุหยุดวิ่งแล้ว ก็มองไปรอบๆ
สิวินทราหยิบเอาผลดลันพรที่พระเจ้าอาทิตยราชทรงโยนให้เมื่อครั้งที่โดนขังในคุกใต้ดินออกมา
ท่านพานุ ทานผลดลันพรนี่สิ ผลไม้วิเศษ...มันจะทำให้ท่านไม่รู้สึกหิว
พานุหันมาเหลือบตามองสิวินทราที่อยู่บนหลัง การะเกหยิบเอาผลดลันพรจากมือสิวินทราก่อนจะวิ่งไปอยู่บนหน้าของพานุแล้วโยนผลดลันพรใส่ปากพานุ
พานุเคี้ยวไปสักพัก ก็รู้สึกอิ่มขึ้นมา
เหนือยอดไม้ ฑุลิกาเจ้านกกางเขนน้อยที่บินวนอยู่ก็ก็สังเกตเห็นว่าด้านล่างมีม้าตัวหนึ่ง บนหลังมีเด็กมนุษย์ ลิง และกระรอกสองตัว
พวกเจ้าอยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาจนเหนื่อย ฑุลิกาส่งเสียงเรียก พร้อมกับบินเข้าไปหาด้วยความดีใจ
นั่นฑุลิกานี่ การะเกหันไปยังต้นเสียงเล็กๆ ที่ได้ยิน
ฑุลิกา เจ้าตามหาพวกเราจนเจอ การะบูร้องออกมาด้วยความดีใจ
สิวินทรากับอชิระหันไปมองเห็นนกกางเขนน้อยกำลังบินเข้ามาหา
พวกเจ้าอยู่ที่นี่เอง ฑุลิการู้สึกดีใจเช่นเดียวกัน
สวัสดีฑุลิกา สิวินทรายิ้มให้
สวัสดีครับ อชิระก็แสดงอาการดีใจไม่แพ้กัน
เจ้าตามหาพวกเราเจอได้ไง การะบูถาม
ใช่ๆ เจ้าตามพวกเราเจอได้ไง การะเกตาม
แล้วฝ่าบาท กับท่านตาเป็นยังไงบ้างฑุลิกา สิวินทราถามถึงด้วยความเป็นห่วง
พวกเจ้าใจเย็นๆ มีเรื่องมากมายที่ข้าจะเล่า ก่อนอื่นข้าจะบอกว่าฝ่าบาทกับท่านตาจัดการกับสิกายาสจนร่างระเบิดแหลกระเอียดหมดสิ้นฤทธิ์แล้วล่ะ ฑุลิกาบอกขณะกำลังบินอยู่เหนือพวกเขา
สิกายาสสิ้นฤทธิ์แล้ว การะบูอุทานออกมา
เย้....จอมมารถูกกำจัดแล้ว การะเกกระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจ
ดีใจจัง สิวินทราคราวนี้เจ้าก็ไม่ต้องหลบหนีอีกแล้ว อชิระหันไปยินดีกับสิวินทรา
ข้าก็ดีใจ ที่ท่านตา กับฝ่าบาททรงไม่เป็นอะไร สิวินทรายิ้มออกมา
พวกเจ้าไม่ต้องหนีแล้ว กลับไปอุสุจวรรณคีรีกับข้า ฝ่าบาทจะพาสิวินทรากลับไปหาพระเจ้าอินทิกราชพระบิดาที่โกษิตนคร
สิวินทราได้ยินก็รู้สึกดีใจที่จะได้มีโอกาสกลับไปหาท่านตา พญาเศวตริน และพระบิดาที่พลัดพรากจากกันมาตั้งแต่ยังไม่เคยได้เห็นพระพักตร์ แต่ว่าเขายังมีปัญหาที่ต้องสะสางให้เสร็จเสียก่อน
กุมารน้อยนั่นเป็นราชนิกุลหรอกหรือ พานุฟังพวกเขาคุยกันอยู่นาน เผลอถามออกมา
เจ้าไม่ใช่กันทะนะนี่ ฑุลิกาเพิ่งสังเกตเห็น
สิวินทราเป็นโอรสของพระเจ้าอินทิกราชกษัตริย์แห่งโกษิตนคร การะบูหันไปบอกพานุ
ใช่ๆ สิวินทราเป็นโอรสของกษัตริย์ การะเกทำยืด
พวกเราคงยังตามท่านไปไม่ได้หรอก ฑุลิกา สิวินทราหันไปบอกนกกางเขนน้อย
ทำไมล่ะ แล้วกันทะนะไปไหน ฑุลิกาถามหากันทะนะทันที
กันทะนะ ถูกกษัตริย์แห่งสาคีรีนครหลอกใช้ ให้พาไปยังเขาอัทรินทร์ การะบูบอก
เจ้าจะกล่าวถึงฝ่าบาทเช่นนี้ไม่ได้นะ พานุแสดงความไม่พอใจขึ้นมา
ข้าขออภัย ที่กล่าวว่ากษัตริย์เจ้าเช่นนี้ แต่ว่าฝ่าบาทของเจ้า จับพวกเราขังไว้ แล้วยังขโมยของที่ท่านตาให้กับสิวินทราไปอีก การะบูว่า
ใช่ๆ ฝ่าบาทของเจ้าพระทัยร้ายที่สุด การะเกว่าตาม
พานุพูดอะไรไม่ออก จึงสะบัดหน้าหนี
ตอนนี้ก็ให้กันทะนะพาไปที่เขาที่เห็นอยู่ด้านหน้าเจ้านั่นล่ะ ฑุลิกา การะบูหันไปหานกกางเขนน้อย
มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ ฑุลิกาทำหน้าสงสัย
สิวินทราพยักหน้ารับ
พวกเราจะไปตามหาท่านกันทะนะ เมื่อเจอกันแล้ว พวกเราก็จะกลับอุสุจวรรณคีรีกัน
ถ้างั้น ข้าจะบินขึ้นไปดูก่อน แล้วจะกลับมาส่งข่าวให้กับพวกเจ้า
ฑุลิกาพูดจบ ก็บินมุ่งหน้าไปยังเขาอัทรินทร์นั้นทันที
-------------------------------------------------
ภายในความมืดมิด
ที่นี่มันที่ไหนกันละนี่ ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ กันทะนะแหกปากร้องออกมาท่ามกลางความมืดมิดแห่งนั้น
ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆ
ช่วยด้วย....... ข้าอยู่ที่ไหนกันละนี่.... หรือว่าข้าตายแล้ว........โฮๆๆ.....แงๆๆๆ.... ข้าตายแล้วจริงๆ รึนี่ กันทะนะร้องโวยวายเสียงดังกึกก้องในถ้ำที่มืดมิดแห่งนั้น
ทำไมในนรกมันช่างมืดมิดอย่างนี้นะ ไม่มีแสงสว่างเลย ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย ฮือๆๆๆๆ
โอ๊ยยยย....
กันทะนะร้องออกมาเมื่อเดินไปชนเข้ากับอะไรสักอย่าง
ถ้ามีลูกแก้วของสิวินทรา ก็คงจะดีไม่น้อย ข้าจะได้ขอให้ลูกแก้วนั้นเปล่งแสงออกมา... พูดยังไม่ทันจบ ก็มีแสงสว่างมาจากด้านหลัง ทำให้มองเห็นผนังถ้ำรอบๆ กันทะนะรีบหันไปยังแสงสว่างด้านหลังนั้น
แสงสว่างจากลูกแก้ววิเศษ
กันทะนะมองไปใกล้ๆ กับลูกแก้วก็เห็นร่างหนึ่งนอนหมดสติอยู่กับพื้นนั้น ใกล้ๆ กันมีแสงสะท้อนระยับระยับจากดาบวิกรพลวัตนั่นเอง
พระเจ้าอาทิตยราชทรงตกลงมาเช่นกัน ลูกแก้วคงกลิ้งออกมาตอนที่ตกลงมาจากด้านบน
กันทะนะเดินเข้าไปหา กำลังจะไปช่วย แต่ก็เปลี่ยนใจ นึกโกรธพระเจ้าอาทิตยราชขึ้นมา
ดีเหมือนกัน ปล่อยให้สิ้นพระชนม์อยู่ตรงนี้แหละ
ม้าหนุ่มเดินกลับมา สำรวจไปบริเวณรอบๆ พบว่ามีโพรงอยู่หลายโพรง แต่ละโพรงนั้นมืดสนิท
เราตกไถลลื่นมาจากตรงนี้
กันทะนะพยายามจะกระโดดขึ้นไป แต่ว่าทางขึ้นมันลาดชันและลื่นมาก แม้จะมีพลังอยู่มาก แต่ก็ไม่สามารถจะขึ้นไปบนนั้นได้
ทำไงดี ข้าขึ้นไปไม่ได้ แงๆๆๆๆ..... ข้าต้องตายอยู่ในนี้จริงๆ รึนี่
-------------------------------------------------
ฑุลิกาบินขึ้นมายังบนเทือกเขาอัทรินทร์ พยายามมองไปรอบๆ ก็ไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ นกกางเขนน้อยบินวนไปมาอยู่นาน จนบริเวณเทือกเขาเริ่มมืดครึ้ม พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า
ไม่พบกันทะนะกับกษัตริย์แห่งสาคีรีนครเลย....
ฑุลิกาจึงบินวนสักพัก จึงตัดสินใจบินกลับไปหาสิวินทรา
-------------------------------------------------
พานุพาพวกเขามาถึงยังบริเวณทางขึ้นเขาแล้ว แต่ว่าบรรยากาศเริ่มมืดครึ้ม พานุหยุดเดินแล้วหันมามองทั้งหมดที่อยู่บนหลัง
ข้าว่าพวกเจ้าไม่ควรขึ้นไปตอนนี้
เจ้าพูดถูกนะพานุ ข้าว่าพรุ่งนี้เช้า พวกเราค่อยขึ้นไปบนเขากันต่อ มืดๆ อย่างนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ แม้ว่าสิกายาสจะถูกทำลายจนไม่เหลือแล้วก็ตามนะ การะบูพูดขึ้นมา
ใช่ๆ ข้าว่าคืนนี้เราพักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางต่อ การะเกเสริม
งั้นพวกเจ้าก็พักเสียที่นี่ อีกไม่ไกลหรอกที่จะถึงตรงผานั่น พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาพวกเจ้าเดินทางต่อ พานุพูด
ไม่รู้ว่าฑุลิกาจะเจอกันทะนะรึเปล่านะ สิวินทรารำพันออกมา
นั่น....ท่านน้าฑุลิกากลับมาแล้ว อชิระชี้ไปยังท้องฟ้าเริ่มมืด มองเห็นเงาดำๆ ว่ากำลังบินมา
ฑุลิกา เจออะไรมั๊ย สิวินทรารีบถาม
ใช่ๆ เจ้าเจออะไรรึเปล่า การะเกถามตาม
ข้าบินไปจนทั่วแล้ว ไม่พบอะไรเลย
เจ้าไม่เห็นอะไรเลยหรือ การะบูถามย้ำ
พวกเจ้าแน่ใจนะว่า พวกเขาขึ้นมาบนเขานี้ ฑุลิกาถามย้อนกลับไป
ทั้งหมดมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองพานุที่กำลังใช้หางปัดแมลงที่บินมาตอมไปมา
ข้าก็ไม่ได้บอกว่าแน่ใจที่ฝ่าบาทจะขึ้นมาบนเทือกเขาแห่งนี้ซะหน่อย พานุพูด
ถ้ากันทะนะไม่ได้มาทางนี้ล่ะ แต่พวกเราตามมาผิดทาง การะบูว่า
หรือว่ากันทะนะกับกษัตริย์แห่งสาคีรีนครจะไปทางอื่น การะเกสันนิษฐาน
ถ้าพวกเรามาผิดทาง แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหนกันล่ะ สิวินทราพูด
-------------------------------------------------
ภายในถ้ำกลางเทือกเขาอัทรินทร์ กันทะนะเดินไปมารอบๆ พยายามมองเข้าไปในโพรงถ้ำที่มีอยู่ แต่ด้านในนั้นมืดสนิท ทำให้ม้าหนุ่มไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปด้านใน แต่แล้วกันทะนะก็เหมือนคิดอะไรได้
ทำไมข้าโง่อย่างนี้นะ ฮ่าๆๆๆๆ พูดจบก็หัวเราะตัวเองออกมาก่อนจะก้มไปคาบเอาลูกแก้วบนพื้นขึ้นมา
กันทะนะคาบเอาลูกแก้วส่องเข้าไปในโพรงที่เห็นนั้น แล้วจึงเดินไปตามโพรงหินนั้น แสงสว่างจากลูกแก้วส่องนำทางกันทะนะไปเรื่อยๆ จนพบว่ามีทางขึ้นไปคล้ายบันใด แต่มีความกว้างอยู่มาก กันทะนะเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ช่องทางเดินเริ่มเปิดกว้างขึ้นจนมาถึงบริเวณที่มีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ ขณะที่กำลังมองไปรอบๆ นั้น พลันสายตาก็ไปเห็นสัตว์ตัวหนึ่งกำลังนอนอยู่ แสงสว่างทำให้มันตื่นขึ้นมา สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหมาป่า มันได้ยืนขึ้นทำให้เห็นว่าตัวมันนั้นมีขนาดใหญ่เท่าหมีเลยทีเดียว
กรอดดดดดดดด
มันคำรามเมื่อเห็นกันทะนะ เขี้ยวที่แหลมคมสะท้อนแสงจากลูกแก้วเป็นเงาวาววับดูน่ากลัว ดวงตาของมันมีสีแดงก่ำ
เจ้านั่นมันตัวอะไรกัน!... กันทะนะทำเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ เพราะปากยังคงคาบลูกแก้วอยู่ สัตว์ประหลาดแห่งเทือกเขาอัทรินทร์จ้องมองมายังม้าหนุ่มก่อนจะมันพุ่งเข้าหา
อ้า.......
กันทะนะหันหลังให้ก่อนจะดีดถูกเจ้าสัตว์ร้ายนั้นกะเด็นติดผนังถ้ำ
ตุ๊บ!....
เจ้าไม่รู้จักกันทะนะผู้พิชิตมัสกีระซะแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
กันทะนะหัวเราะในลำคอขณะที่ปากยังคงคาบลูกแก้วอยู่ ม้าหนุ่มมองสัตว์ร้ายตัวนั้นที่กำลังลุกขึ้นมา เจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้น มันกระโดดเข้ามายืนจังก้า ตรงหน้ากันทะนะอีกครั้ง
สงสัยจะไม่เข็ด
ขณะที่กำลังกระทืบเท้าขู่เจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรอบๆ ถ้ำ ที่ตอนนี้มีเจ้าสัตว์ร้ายชนิดเดียวกันกับเจ้าตัวเมื่อกี้อีกหลายตัว พวกมันทั้งหมดจ้องมองมายังกันทะนะ
กันทะนะ???
-------------------------------------------------
กุบกับๆๆๆ.......
กันะทะนะวิ่งกลับลงมายังทางเดิม
ทำไมพวกเจ้ามันเยอะขนาดนี้
สัตว์ร้ายมีจำนวนมากเกินจนกันทะนะสู้ไม่ไหวจึงวิ่งกลับลงมายังทางเดิมด้านใน เมื่อมาถึงกันทะนะก็พบว่า พระเจ้าอาทิตยราชทรงชันพระวรกายให้ลุกขึ้น ก่อนจะทอดพระเนตรไปรอบๆ
ที่นี่ที่ไหนกัน....อา....
พระเจ้าอาทิตยราชทรงพักครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงหยิบดาบวิกรพลวัตขึ้นมา
กันทะนะมองเห็นดังนั้น ก็คายลูกแก้วออก
ตุ๊บ!... ลูกแก้วหล่นกลิ้งไปบนพื้น
พระองค์ยังไม่สิ้นพระชนม์หรือนี่ กันทะนะอ้าปากค้าง
ข้าตกลงมาจากด้านบนหรือนี่.....อา.....นี่ข้าสลบไปหรือ
พระเจ้าอาทิตยราชทรงหยิบลูกแก้วที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา ขณะนั้นเจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้นก็โผล่ออกมา
ข้าไม่ใช่อาหารของพวกเจ้านะ กันทะนะแหกปากร้องโวยวายออกมา
พวกเลมันด์ พระเจ้าอาทิตยราชทรงตรัสออกมาเมื่อเห็นเจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้น
เลมนด์อสูรร้ายแห่งเขาอัทรินทร์ไม่รอช้า กระโดดพุ่งเข้าหาทั้งกันทะนะและกษัตริย์แห่งสาคีรีนครพร้อมๆ กัน
อั๊กกก!!.....
เลมันด์ตัวหนึ่งถูกเตะกระเด็น อีกตัวถูกดาบวิกรพลวัตฟันจนเลือดกระฉูด ทันทีที่ดาบผ่านเนื้อของเจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้น ก็ปรากฏแสงสว่างจากคมดาบทุกครั้ง ทำให้พวกมันหยุดโจมตี ไม่นานพวกของมันก็โผล่ออกมาจากโพรงต่างๆ เมื่อจำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้น เจ้าสัตว์ร้ายก็เข้าจู่โจมพร้อมๆ กัน
พวกเจ้าโผล่มาจากไหนกันละนี่ กันทะนะกระโดดแตะพวกมันจนกระเด็นไปตัวแล้วตัวเล่า
พระเจ้าอาทิตยราชทรงใช้ดาบวิกรพลวัตฟาดฟันเจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้น ก่อนจะใช้ลูกแก้วกระแทกเข้าใส่พวกมันจนกระเด็นออกไป แต่จำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จัดการกับพวกมันได้ไม่หมดหากอยู่ในนี้ พระองค์คงต้องเสียทีมันจนได้ เมื่อทรงคิดได้ดังนั้นจึงหันไปหากันทะนะ
รีบไปจากที่นี่กัน ตรัสจบก็ทรงกระโดดขี่หลังกันทะนะทันที
ไปทางไหนพะยะค่ะ กันทะนะกระโจนออกไปตามโพรงในถ้ำนั้น
พระเจ้าอาทิตยราชใช้ลูกแก้วให้แสงสว่างนำทาง ให้กันทะนะวิ่งไป ขณะที่วิ่งไปก็พบพวกเลมันด์เป็นระยะๆ
เจ้าพวกบ้า ข้าเตะพวกเจ้าจนเหนื่อยแล้วนะ กันทะนะตะโกนใส่
มีพวกมันอยู่ในนี้มันต้องมีทางออกสิ....ไปทางนี้
กันทะนะวิ่งไปตามทางที่เป็นเหมือนขั้นบันใดทางเดิมเมื่อกี้ ม้าหนุ่มวิ่งขึ้นไปตามทางที่ลาดเป็นชั้นๆ แล้วทะลุออกมายังถ้ำขนาดใหญ่ แสงสว่างจากลูกแก้วทำให้เห็นช่องทางขึ้นไปตามอุโมงค์ในถ้ำแห่งนั้น
ทางนี้เป็นทางขึ้น น่าจะมีทางออกนะ พระเจ้าอาทิตยราชตรัสออกมา
ขอให้เป็นเช่นนั้น พะยะค่ะ
กันทะนะวิ่งขึ้นมาตามอุโมงค์ที่คดเคี้ยวไปมาตามถ้ำอยู่นาน ก่อนจะอุโมงค์ที่วิ่งมานั้นจะค่อยๆ กว้างขึ้น จนกลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่ กันทะนะวิ่งเข้ามายังกลางถ้ำ ก่อนจะมองเห็นช่องทางด้านหน้าที่เป็นท้องฟ้า มีแสงดาวระยิบระยับ
เจอทางออกแล้ว กันทะนะวิ่งไปตรงช่องที่เป็นทางออกนั้น ก่อนจะมาโผล่ตรงลานกว้างแห่งหนึ่ง
เบื้องหน้ามองเห็นท้องฟ้าอยู่ในระดับสายตา ที่ตรงบริเวณนี้อยู่ตรงบริเวณชะง่อนผาสูงชัน ด้านหลังที่วิ่งออกมาเมื่อกี้เป็นถ้ำที่ถูกเจาะเป็นห้องๆ ลึกเข้าไปด้านในภูเขา ลมที่พัดเข้ามายังลานกว้างนั้นเยือกเย็นเพราะเป็นเทือกเขาสูงเสียดฟ้า
ขณะที่กำลังดีใจเมื่อพบทางออกได้ไม่นาน กันทะนะก็ต้องตกใจ เมื่อมีเลมันด์จำนวนมากยืนรออยู่ตรงบริเวณลานกว้างแห่งนั้นเตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตี เมื่อหันกลับไปมองด้านหลังตรงปากถ้ำที่วิ่งออกมา ก็เห็นว่ามีพวกมันวิ่งตามกันออกมา จนมีจำนวนที่มากขึ้น โดยพวกมันเข้ามาล้อมพระเจ้าอาทิตยราชกับกันทะนะไว้
ตายแน่ๆ แล้วพวกเราจะหนีไปทางไหนกันละนี่ กันทะนะร้องโวยวายออกมาอีกครั้ง
ทางนั้นวิ่งฝ่าพวกมันไป
ทรงตรัสออกมาเมื่อทอดพระเนตรเห็นทางลงเขาอยู่ด้านหน้าของถ้ำที่ถูกเจาะเป็นห้องๆ สัตว์ร้ายเลมันด์เหมือนจะรู้ว่ากษัตริย์แห่งสาคีรีนครและอาชาหนุ่มจะหนีไปทางนี้ พวกมันจึงขยับเข้ามาขวางปิดทางเดินลงเขานั้น
พวกมันอยู่กันเต็มเลย กันทะนะส่ายหน้าปฏิเสธที่จะวิ่งเข้าหาเจ้าสัตว์ร้ายพวกนั้นที่กำลังรอฝังคมเขี้ยวของพวกมันกับร่างของตน
พระเจ้าอาทิตยราชทรงชูลูกแก้วขึ้นมา ก่อนจะทรงใช้พลังของลูกแก้วกระแทกเข้าใส่พวกเลมันด์อีกครั้ง จนพวกมันกระเด็นด้วยพลังทำให้เกิดช่องว่างตรงทางลงเขา
ตอนนี้ล่ะ รีบไป
พะยะค่ะ....ฮี้ๆๆๆๆๆๆ
กันทะนะกระโดดพุ่งเข้าไปยังทางลงเขานั้น ม้าหนุ่มวิ่งเกือบจะพ้นพวกเลมันด์ที่ยืนขวางอยู่ยังทางลงนั้น เลมันด์ตัวหนึ่งก็กระโจนมาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้าใส่พระเจ้าอาทิตยราชจนตกจากหลังของกันทะนะ ก่อนจะฝังคมเขี้ยวลงมา มันก็ถูกดาบวิกรพลวัตเสียบเข้ากลางลำตัว แสงสีรุ้งสว่างจ้าไปตามคมดาบเมื่อผ่านร่างของเจ้าสัตว์ร้ายนั้น
กันทะนะหันไปมองพระเจ้าอาทิตยราช จะเข้าไปช่วย แต่เห็นพระเจ้าอาทิตยราชใช้พลังจากลูกแก้วจนทำให้พวกเลมันด์ที่รุมพุ่งเข้าหากระเด็นออกมากระจัดกระจาย
ข้าคงต้องหนีตอนนี้แล้ว กันทะนะพูดพร้องกับหันหลังกลับ แล้ววิ่งหนีลงเขาทันที
พระเจ้าอาทิตยราชทรงทอดพระเนตรเห็นกันทะนะหันหลังกลับไป ยังไม่ทันจะได้ตรัสอะไรออกมา เลมันด์ที่เหลือก็พุ่งเข้าใส่พระองค์อีกระลอก
กันทะนะวิ่งลงไปตามทางที่แคบและคดเคี้ยวไปตามสันเขานั้นโดยไม่ได้สนใจพระเจ้าอาทิตยที่ทรงกำลังต่อสู้กับสัตว์ร้ายเลมันด์ กันทะนะยังคงวิ่งลงไปอย่างระมัดระวัง ความเร็วของม้าหนุ่มตอนนี้ใช้ไม่ได้เลย หากพลาดไถลลื่นแล้ว ต้องตกลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างแน่ๆ
พวกเจ้าจะตามข้าอีกทำไม
เลมันด์ยังคงวิ่งตามมา
พระเจ้าอาทิตยราชก็ทรงใช้พลังจากลูกแก้วต้านพวกมันไว้ พร้อมกับฟาดดาบสายรุ้งเข้าใส่จนพวกมันล้มไปตัวแล้วตัวเล่า
เปรี้ยงๆๆๆๆ
เสียงพลังจากลูกแก้วกระแทกเข้ากับผาหินเป็นระยะ แต่พลังจากลูกแก้วทำได้แค่ทำให้พวกมันสลบไปเท่านั้นไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ ยิ่งใช้ไป เหมือนพลังก็ยิ่งลดลง แสงสว่างจากลูกแก้ว ก็ค่อยๆ หรี่แสงลง ดาบวิกรพลวัตสมบัติแห่งราชวงศ์แม้จะมีพลังมากมาย แต่ด้วยจำนวนของเลมันด์ ก็ทำให้พระองค์ไม่สามารถฟาดฟันพวกมันได้ทัน
พลังจากลูกแก้วลดลงหรือนี่ พระเจ้าอาทิตยราชทรงตกพระทัยเมื่อทรงเห็นว่าพลังของลูกแก้วนั้นลดลง
-------------------------------------------------


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |