บทที่ 1 มันตรา ยอดทระนง
แสงแดดยามเช้า ส่องประกายอ่อนโยนมากระทบกับหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามพุ่มดอกเข็มสีแดงสด หน้าดาวเรืองอพาร์ทเมนท์เกิดเป็นประกายวูบวาบ ราวทับทิมสยามยามต้องแสงก็ไม่ปาน
มันตรา เด็กน้อยวัยสิบขวบยกมือไหว้แม่ก่อนที่จะเดินไปโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร
"หวัดดีครับแม่ ผมไปโรงเรียนแล้วนะครับ"
มันตราเป็นเด็กชายที่มีนิสัยร่าเริง แต่ชอบจริงจังกับเรื่องใดๆก็ตามที่เขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่กับเพื่อนๆ ที่เป็นเด็กหญิงแล้วละก็ เขาจะทำให้เพื่อนที่เป็นเด็กผู้ชายด้วยกันหมั่นไส้ได้ตลอด
ในบางครั้ง เช่น ขณะที่เขากำลังทะเลาะกันกับเพื่อนผู้ชายเรื่องดินสอสีที่แม่เขาซื๊อให้ แต่ว่ามันหายไปแท่งหนึ่ง เขาคิดว่า นัทธี เพื่อนของเขาอีกคนหยิบไป เขาก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยปาก ต่อว่าก่อนเลย ว่าทำไมต้องเอาของเขาไปซ่อน นัทธี พยายามที่จะบอกว่าเป็นคนอื่นเอาไป แต่มันตราไม่เชื่อ พร้อมกับบอกว่า ให้รีบเอามาคืน ก่อนที่จะไปฟ้องคุณครูช่อดาว
มันตราชอบบอกอะไรกับครูช่อดาวอยู่คนเดียว แต่กับคนอื่นแล้ว เขาบอกว่าครูคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจที่เขาพูด ฟังเขาแต่ดูเหมือนไม่เข้าใจเขา มันตราพูดอะไรบางครั้งเพื่อนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
นัทธีผลักอกเขา พร้อมกับเสียงเข้มขึ้น "แกไม่มีหลักฐานว่าใครเอาไป อยากไปฟ้องก็เชิญ ไปซี กล้าหรือเปล่า"
มันตรา ตาลุกวาวแวบหนึ่ง ก่อนที่จะพูดว่า "นัทธี แกอย่าท้า ฉันนะ"
"ก็ได้ ฉันจะไปบอกครูช่อดาว"
"ไปเลย เรียกครูช่อดาว ว่า แม่ นะไอ้ขี้ฟ้อง ไอ้มันตราช่างฟ้อง"
มันตราหันกลับมามองนัทธี พร้อมกับเดินเข้าหานัทธีอย่างเอาเรื่อง นัทธีถอยหลังไปสองก้าว "เฮ้ย... แกกล้าเหรอวะ"
เสียงดังขึ้น แต่น้ำเสียงแฝงด้วยความกลัวอยู่บ้าง
"มันตรา พอเถอะ หายก็ซื๊อใหม่ เดี๋ยวเอาของเราไปใช้ก่อน อย่ามีเรื่องกันเลยนะ สงสารครูดาว เดี๋ยวโดนครูใหญ่ท่านดุเอาอีก"
เสียงใสๆ ดังขึ้น ทางด้านหลังของมันตรา ทำให้เขาต้องหยุดลง พร้อมกับหันหน้าไปทางเจ้าของเสียง เพ่งมองอยู่นาน จากนัน้ก็หันไปหานัทธี พร้อมกับพูดว่า
"ฉันขอโทษนะ ที่ว่าแกนะ เดี๋ยวฉันหาใหม่ก็ได้"
จากนั้นมันตราก็เดินผ่านนัทธีไป เขาเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไรอีกเลย ทำเอาทุกคนพากันยืนงง อยู่ตรงนั้น
สักพักทุกคนก็แยกย้ายกันจนไม่มีใครเหลืออยู่ตรงนั้นเลย บรรยากาศบริเวณนั้นมองดูเหมือนมีแสงเรืองๆ ดุจแสงจันทร์ลอยอบอวลอยู่ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเย็นหลังเลิกเรียนสี่โมงเย็นไม่นาน
มันตราเดินผ่านพุ่มดอกเข็มสีแดงสด เขาชอบมองดอกเข็มในตอนเช้า เนื่องจากเขารู้สึกว่ามันจะแดงกว่าเวลาอื่นอยู่บ้าง ครูช่อดาวเคยบอกว่า ใครตั้งใจเรียน จะมีสมอง มีปัญญาแหลมคมดุจปลายเข็ม ของดอกเข็ม นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาชอบมองมัน
แม่ของเขาชื่อ พรผกา ทำงานที่โรงงานทำรองเท้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากห้องพักเท่าไหร่ แต่แม่ก็ไปทำงานด้วยการเดินเหมือนกันกับเขา ครอบครัวเขามีด้วยกันทั้งหมดสามคน พ่อไปทำงานต่างจังหวัด นานๆ ถึงจะกลับมาที เดือนหนึ่งสองสามหน เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมพ่อไม่มาทำงานกับแม่
พ่อเขาชื่อ สุทธินนท์ พ่อพาเขาไปเที่ยวตามห้างบ่อยๆ แต่ระยะหลังพ่อชอบบอกว่าไม่มีเวลา เขาก็ไม่เซ๊าซี๊หรอก กลัวพ่อรำคาญ พ่อรำคาญแล้วพูดเสียงดัง ทำให้เขากลัว แต่บางครั้งพ่อก็พูดเสียงอ่อนโยน นั่นทำให้เขาสบายใจ มากกว่า
วันนี้เข้าไปโรงเรียนไม่สาย ปกติก็ไม่สายหรอก วันนี้อยากรีบกลับบ้านจัง คิดถึงแม่จังเลย เขาพึ่งออกจากบ้านมาเอง ทำไมถึงอยากกลับบ้านเร็วนักก็ไม่รู้ เขาเดินเข้าประตูโรงเรียนไป หยุดไหว้คุณครูเวร ที่จะต้องมายืนให้เด็กนักเรียนทำความเคารพทุกวัน ใครไม่ทำความเคารพ จะโดนครูส่งสายตาทำโทษ ทำให้ต้องกลับมาทำความเคารพครูใหม่ เขาอยากรู้เหมือนกันว่า ที่สายตาครูมีอะไรถึงทำให้ทุกคนกลัวกันนัก แต่เขาก็ไม่อยากเป็นครูหรอก แม่บอกว่าเป็นครูเหนื่อย และก็จน ก็น่าจะจริงนะ แม่บอกว่า ย่าเป็นครูที่ต่างจังหวัด เงินเดือนก็เยอะ แต่ไม่เห็นจะรวยเลย ไม่เห็นให้เงินพ่อมาที่ละเยอะๆ เลย ไม่เหมือนย่าคนอื่นๆ ของเพื่อนๆ ของเขา
นักเรียนในห้องของเขามีทั้งหมด 30 คน ครูประจำชั้นชื่อ ครูช่อดาว สวย ใจดี เขารักครูช่อดาว มากกว่าครูคนอื่นๆ ครูช่อดาวชอบให้ขนมเขากินเล่นบ่อยๆ แต่ครูช่อดาวไม่ให้ทานในห้องเรียน ให้เอาออกไปทานที่โรงอาหารตอนพักเที่ยง ครูช่อดาวไม่อยากให้มดมากัดเรา เนื่องจากขนมที่เรากินแล้วทำหล่นไว้ ครูมีเหตุผลเสมอ
วันนี้มันตราเรียนหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่เด็กวัยอย่างเขาจะเรียนอะไรนักหนา เขาไม่ค่อยชอบบางวิชา แต่ชอบเรียนเกียวกับศาสนาพุทธ ครูช่อดาวชอบเล่าเรื่องพระสารีบุตรให้ฟัง ครูบอกว่าพระสารีบุตรเป็นเลิศทางด้านปัญญา เหมือนดอกเข็ม ความคิดปัญญาเหมือนดอกเข็ม
เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น ทุกคนกล่าวคำขอบคุณและสวัสดีคุณครู แล้วพากันแยกย้ายกลับบ้าน มันตราเดินกลับบ้านคนเดียวช้าๆ ไปตามทาง เวลานี้รถวิ่งกันเต็มซอยไปหมด ทั้งรถเก๋ง รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เขาอยากนั่งมอเตอร์ไซค์กลับเหมือนกัน แต่บางวันแม่ไม่มีเงินให้มาก เขาก็ต้องเดินกลับ แค่ปากซอยกับท้ายซอยไกลมาก เขาเดินได้อยู่แล้ว สงสารแม่
มันตรามองไปทางเบื้องหน้าเขาเห็น อพาร์ทเมนท์ที่เขาพักอยู่กับพ่อแม่ ดูไกลออกไปเรื่อยๆ สายตาเขาเหมือนถูกบีบให้มองแคบเข้าเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไม เขาหยุดเดิน หลับตาแรงๆ สองสามหน แล้วเอามือขยี้ตา พร้อมกับเพ่งมองใหม่....
เขามองเห็นพระรูปหนึ่งเดินอยู่ท้ายซอย มีรัศมีเปล่งออกมาจากร่างกายของท่าน สีเหลืองเย็นตา มองแล้วสบายใจ อย่างบอกไม่ถูก เขาออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะไปดูท่านใกล้ๆ.............