งานวิจัยมากมายทางด้านโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคการแยกดีเอ็นเอ (เจลอิเลคโตรโฟรีซิส) รวมทั้งงานทางด้านการศึกษาโปรตีน งานวิจัยส่วนใหญ่ต้องอาศัยเครื่องมืออิเลคโตรโฟรีซิสเป็นเทคนิคหนึ่งในการศึกษา ยกตัวอย่าง เช่น งานทางด้านโคลนยีน งานการศึกษาการทำงานของดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตต่างๆ การทำพีซีอาร์ (ดูวิธีการทำ PCR ที่: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=66372) งานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งงานบางอย่างต้องการผลการทดลองที่รวดเร็วเพื่อในไปวิเคราะห์ต่อไป เช่น การหาวิธีที่รวดเร็วในการตรวจเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค เป็นต้น (อ้างอิง: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=37145) รวมทั้งมีความพยามศึกษาหาสารเคมีหรือหาวิธีหรือเทคนิคใหม่ๆในการ พัฒนาปรับปรุงขบวนการที่ใช้อยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบดีเอ็นเอโดยการใช้แสงฟลูโอเรสเซ้นต์ อย่างรวดเร็วและประหยัด (อ้างอิง: www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=67216) เป็นต้น
เจลอิเลคโตรโฟรีซิสเป็นเทคนิคทางชีวเคมี ในการแยกขนาดของ สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) หรือโมเลกุลของโปรตีนออกจากกันโดยใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งมีการเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่ต่างกัน โดยขนาดโมเลกุลและรูปร่างต่างๆ จะมีผลต่อการเคลื่อนที่ในชิ้นวุ้นอะกาโลสเจล ซึ่งโมเลกุลขนาดเล็กเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าโมเลกุลขนาดใหญ่
การทำเจลอิเลคโตรโฟรีซิส: ยกตัวอย่างงานทางด้านดีเอ็นเอ สารพันธุกรรม ดังกล่าวจะถูกโหลดรวมกับสี เพื่อระบุตำแหน่ง ลงไปด้านบนของวุ้นแบบพิเศษ บางครั้งเรียกว่า อะกาโลสเจล (Agarose Gel) สำหรับเป็นตัวกลาง ซึ่งแช่ในสารละลายบัฟเฟอร์ อดีตถึงปัจจุบัน นิยมใช้ TBE ย่อมาจาก Tris-boric acid-disodium EDTA หรือ บางห้องปฏิบัติการนิยมใช้ TAE ย่อมาจาก Tris-acetic acid disodium EDTA เป็นตัวกลาง เพื่อที่ช่วยในการนำกระแสไฟฟ้า สารละลายบัฟเฟอร์จะเป็นสื่อพาให้โมเลกุลของดีเอ็นเอ ที่มีประจุลบ เคลื่อนไปหาประจุบวก เมื่อกระบวนวิเคาระห์เสร็จสิ้น กระแสไฟฟ้าทำให้ โมเลกุล DNA อยู่ที่ตำแหน่งต่างๆกันในชิ้นวุ้นอะกาโลสเจล จากนั้นนำวุ้นอะกาโลสเจล ไปแช่ในสารละลายเอธิเดียมโบรไมด์ซึ่งจะจับกับ ดีเอ็นเอแล้วนำไปดูด้วยแสงอุลตราไวโอเลต จะเห็นแถบ ดีเอ็นเอ ขนาดต่างๆ เมื่อเทียบกับโมเลกุลที่ทราบขนาดแน่นอน (marker) จะทำให้ทราบว่าขนาดของดีเอ็นเอ ที่นำมาศึกษา
มีรายงานในการตีพิมพ์ในวารสาร BioTechniques เกี่ยวกับการค้นพบของ 2 นักวิจัย มีชื่อว่า ดร. โจนาธาน บอดี และ ดร. สกอต เคริน แห่งภาควิชา ภาควิชาศัลยศาตร์ ที่เจฟเฟอร์สัน โรงเรียนการแพทย์แห่ง ม. จอนฮอบกินส์ (Brody and Kern, 2004) ได้ทำการพัฒนาเทคนิคการแยกดีเอ็นเอในเครื่องอิเลคโตรโฟรีซิส โดยเปลี่ยนมาใช้สารละลายบัฟเฟอร์ตัวใหม่มีชื่อว่าโซเดียม บอริก อะซิด (Sodium boric acid; SB) เป็นตัวนำไฟฟ้าแทน TBE บัฟเฟอร์/TAE บัฟเฟอร์
พบว่าจากการลองผิดลองถูกของ ดร. โจนาธาน บอดี และ ดร. สกอต เคริน ได้มีการลองใช้สารสะลายต่างๆมาทดสอบ จากผลงานวิจัย พบว่า โซเดียม บอริก อะซิด เป็นสารละลายที่ใช้เป็นสื่อพาให้โมเลกุลของดีเอ็นเอ ที่ดีที่สุด สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีในการแยกสารดีเอ็นเอ อีกทั้งให้ผลการทดลองในการแยกสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ได้รวดเร็วกว่า การใช้สารละลายบัฟเฟอร์ TBE/TAE ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ในปริมาณโวลล์ของกระแสไฟฟ้าเดียวกัน โดยเฉพาะงานวิจัยบางงานต้องใช้กระแสไฟสูงๆ ในการแยกโมเลกุลดังกล่าวออกจากกัน ซึ่งข้อเสียที่พบทั่วไปในการใช้กระแสไฟสูงๆในสารละลายบัฟเฟอร์ TBE/ TAE พบคือ การเคลื่อนไหวอาจเสียไป รวมทั้งการหลอมละลายของสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ด้วย
เมื่อเปรียบเทียบ ราคาขายพบว่า โซเดียม บอริก อะซิด (Sodium boric acid; SB) มีราคาขายประมาณ 0.07 ดอลลาร์ต่อหน่วย เท่านั้น (ประมาณ 2.10549 บาท ต่อหน่วย อัตตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ 01/08/07) ซึ่งถือว่าในปัจจุบันมีราคาขายถูกกว่าสารละลายบัฟเฟอร์ TBE และ TAE ในรูปผง/น้ำ โดย TAE จะมีราคาขายอยู่ที่ 0.27 ดอลลาร์ต่อหน่วย (คิดเป็นเงินไทย โดยมีราคาประมาณ 8.12029 บาทต่อหน่วย อัตตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ 01/08/07) ในขณะที่ TBE มีราคาขาย อยู่ที 0.67 ดอลลาร์ต่อหน่วย (ประมาณ 20.1525 บาทต่อหน่วย ณ.วันที่ 01/08/07) ตามลำดับ ในงานวิจัยยังกล่าวถึงว่า ถ้า ถ้านักวิทยาศาสตร์ใน อเมริกาหันมาใช้ โซเดียม บอริก อะซิด หรือ SB แทน TBE/TAE แล้ว จะช่วย ประหยัดเงินการทำวิจัยได้ถึง 37 ล้านดอลลาร์ ต่อปีทีเดียว
รวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงโดย: Nattawut Boonyuen
อ้างอิงจาก: Brody JR and Kern SE (2004) Sodium boric acid: a Tris-free, cooler conductive medium for DNA. electrophoresis. BioTechniques 36:214-216
http://www.vcharkarn.com/va2/index.php/my/show/154 http://www.sciencedaily.com/releases/2004/02/040210075111.htm http://www.hopkinsmedicine.org/Press_releases/2004/02_09_04.html
[
Blog]
Blog ของ Nattawut (views: 539)
เรื่องราวน่าสนใจ น่่าตื่นเต้น ที่ฉันพบเห็น และอยากบันทึกไว้ และอยากแบ่งปันให้ ทุกคนได้อ่านใน Blog ของ Nattawut