ทราบหรือไม่ว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งอะไรฮิตที่สุด
ในอเมริกา มันคือ การดูดไขมัน (liposuction)
แต่ละปีศัลยแพทย์อเมริกาจะดูดๆๆ ไขมันประมาณ 1 ล้านกิโลกรัม มาจากขาอ่อน พุง ก้น เนื้อใต้คาง หรือแม้แต่หน้าอกของผู้ชาย ของคนไข้ที่มาผ่าตัดมากถึง 325,000 คนต่อปี
คนกำลังอ้วนมากขึ้นทั่วโลก อย่างกับเป็นโรคระบาดไปแล้ว
คนอ้วนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจมากกว่าคนปกติ ซึ่งจะส่งผลให้มีโรคอื่นๆตามมาอีกมากมาย
เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นว่า ไขมัน เป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ไม่รู้จะมีไปทำไม มีแต่จะทำให้เราดูน่าเกลียดเท่านั้นเอง แต่อันที่จริงแล้ว ไขมันไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา มันก็ทำหน้าที่ของมันดีที่สุดแล้ว
การจะไปโทษว่า เพราะไขมันทำให้เราเป็นโรคความดันสูง โรคหัวใจ ก็เหมือนกับ คนดื่มเหล้าที่โทษตับว่า ทำไมทำให้เขาเป็นตับแข็ง ก็ในเมื่อ ตับก็ทำหน้าที่ในการลดพิษของแอลกอฮอล์ที่ถูกกระหน่ำเทลงไปอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีตับเสียอีก ร่างกายเราจะยิ่งแย่ไปขนาดไหน ดังนั้นไขมันก็ทำหน้าที่ของมันด้วยการเก็บพลังงานจากอาหารที่เรากระหน่ำบริโภคลงไปเหมือนกัน
ความอ้วนไม่ได้เกินจากความผิดปกติของตัวไขมันเองหรอก
มันขึ้นอยู่กับความสมดุลของพลังงาน คุณอ้วนเพราะคุณกินมากกว่าใช้ก็เท่านั้นเอง ถ้าคุณกินแล้วไม่ใช้ ร่างกายก็ต้องหาที่เก็บพลังงานส่วนเกินนี้ ซึ่งไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าเก็บในเซลล์ไขมันอีกแล้ว
Dr. Bruce Spiegelman จาก Dana-Farber Cancer Institute ในบอสตันกล่าวว่า ถ้าแม้ว่า เราไม่มีเซลล์ไขมันแล้วล่ะก็ พลังงานส่วนเกินที่เรากินไปมันก็ต้องนำไปเก็บสักที่อยู่ดี ซึ่งมันจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว อย่างโรค lipodystrophy ที่ไขมันสะสมในที่ที่มันไม่ควรจะสะสม เพราะว่าร่างกายไม่มีเซลล์ไขมัน ไขมันก็จะไปกองตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ตับ ทำให้ตับโตขึ้นจนเสียการทำงาน และเราก็อาจจะเสียชีวิตจากสาเหตุตับพังนี้ได้
บางครั้งไขมันก็มีประโยชน์นะ Dr. Barbara Kahn จาก Harvard บอก
การที่เราเจ้าเนื้อเจ้าหนังก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราฉลาดนะ ลองเทียบกับสัตว์ที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดอย่างลิงชิมแปนซีสิ
แม้ในนักกีฬาผู้ชายที่ผอมๆ ก็จะมีไขมันนร่างกายประมาณ 8-10% ซึ่งน้อยกว่าคนทั่วไปสองเท่า ก็ยังมีรอยหยักมากกว่าลิงชิมแปนซีตัวผู้ จุดนี้แหละที่นักวิทยาศาสตร์มองว่าเป็นเพราะไขมันที่สะสมในร่างกายเป็นตัวช่วยให้สมองของเรามีอาหารพอเพียงตลอดเวลา แม้เวลาที่พลังงานขาดแคลน
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ถึงแม้ภายนอก เซลล์ไขมันจะดูเรียบๆ ไม่มีความซับซ้อนอะไร จริงๆแล้ว ไขมันนับเป็นอวัยวะหนึ่งทีมีความพิเศษมาก มันเก็บพลังงานได้ดี๊ดี เปรียบเหมือนกล้ามเนื้อที่สร้างมาเพื่อยืดและหดเชียว
ในร่างกายเรามีเซลล์ไขมัน หรือ adipocyte ประมาณ 40 พันล้านเซลล์ ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้ผิวหนัง หรือหน้าท้อง และก็มีอยู่ระหว่างอวัยวะอื่นๆทั่วไปด้วย แต่ละเซลล์ก็เหมือนบอลลูนที่เต็มไปด้วยไขมันที่เรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ (จำได้ไหม กรดไขมันสามเส้นที่ต่อกับกลีเซอรอลไง) ที่กินเนื้อที่ 95% ของเซลล์ เบียดโปรตีนใน cytoplasm และ นิวเคลียสในเซลล์ให้ติดผนังเซลล์เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวไปเลย
แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เบียดพอ มันยังเก็บไตรกลีเซอไรด์ได้อีก และจะโตขึ้นได้ 3-4เท่าของขนาดเดิมเลย เซลล์ไขมันจะยืดๆหดๆได้เรื่อยๆ ขึ้นกับอาหารที่เรากิน ถ้าเรากำลังไดเอท มันก็หดตัวปล่อยไขมันเป็นพลังงานให้ร่างกายใช้ ถ้าเรากินมากมันก็ขยายตัวเก็บไขมันส่วนเกินนี้ไว้เอง
แต่ว่า! ถ้าเรากินเกินความต้องการของร่างกายนานๆ เซลล็ไขมัน 40 พันล้านเซลล์นี้ก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการเก็บไขมันที่เรากินเข้าไปเยอะเหลือเกิน และก็เหมือนกล้ามเนื้ออีกนั่นแหละ เซลล์ไขมันตายยาก เพราะฉะนั้นถ้ามันเพิ่มจำนวนแล้ว มันก็จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต
ยังไม่พอ เซลล์ไขมันไม่ได้มีหน้าที่เก็บและปล่อยไขมันเท่านั้นหรอก มันยังสนทนาปราศรัยกับเซลล์อื่นๆด้วยทั้งที่สมอง กระดูก เลือด Dr. Kahn กล่าวว่า เซลล์ไขมันนั้นจัดว่าเป็นอวัยวะทางระบบต่อมไร้ท่ออย่างหนึ่ง เหมือนต่อมไทรอยด์ ตับอ่อน ที่ปล่อยฮอร์โมนมาควบคุมอวัยวะอื่นๆแบบนี้ล่ะ ถึงแม้ cytoplasmของเซลล์ไขมันจะถูกเบียดติดกำแพงผนังเซลล์ มันก็ยังทำงานได้ โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า มันสามารถสร้างฮอร์โมนได้เป็น 20 ชนิดแน่ะ ตัวที่สำคัญๆ ก็เช่น เลปติน (leptin) ที่มีบทบาทในระบบสืบพันธุ์ด้วยนะ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าเมื่อเด็กผู้หญิงจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เซลล์ไขมันจะปล่อยเลปตินออกมา ซึ่งไปส่งสัญญาณให้สมองปล่อยฮอร์โมนเพศทำงาน
ไขมันยังมีหน้าที่อื่นๆอีก ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ links ข้างล่าง
ข้อมูลจาก
- Its Poor Reputation Aside, Our Fat Is Doing Us a Favor
http://www.nytimes.com/2007/08/07/science/07angi.html?ex=1187409600&en=af1c6474a55958f8&ei=5070
ข้อมูลเพิ่มเติม
- เมื่อไรถึงเรียกว่าอ้วน โรคที่เกิดจากความอ้วน และข้อมูลเกี่ยวกับเลปติน
http://en.wikipedia.org/wiki/Obesity http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/obesity.html
-ข้อมูลเรื่องการดูดไขมัน ราคาเท่าไรนะ
http://www.liposuction.com/