บทนำ
เป็นที่ทราบกันดีว่าขมิ้นชันมักจะถูกใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาแผลอักเสบ แพร่หลายในหลายท้องถิ่น ในชื่อต่าง ๆ กันไปในแต่ละวัฒนธรรม สารออกฤทธิ์หลักเรียกว่า curcumin หรือ diferuloylmethane เป็นรงควัตถุสีเหลืองที่พบในขมิ้นชัน ซึ่งได้ค้นพบในครึ่งศตวรรษต่อมาว่ามีคุณสมบัติสำคัญ ออกฤทธิ์ได้หลากหลาย
curcumin สามารถจับกับโปรตีนได้หลายชนิด และยับยั้งกระบวนการ kinase ของเอ็นไซม์หลายชนิด ด้วยความสามารถดัดแปลง transcription factor ต่าง ๆ ของ curcumin ทำให้ curcumin สามารถควบคุมการแสดงออกของ inflammatory enzyme, cytokines, adhesion molecules และ cell survival protein
จากการศึกษาทางการแพทย์ในเซลล์ และในสัตว์ทดลอง พบว่า curcumin มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญอย่างรวดเร็ว การบุกรุกของเซลล์อื่น เป็นสารต่อต้านรังสี,สารเคมี , antiangiogenic และมีฤทธิ์ในการรักษาบาดแผล เบาหวาน อัลไซเมอร์ พากินสัน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้ออักเสบ จากการทดลองพบว่า ปริมาณบริโภค curcumin ที่ปลอดภัยคือ ไม่เกิน 12 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน
การทดลองอื่น ๆ แสดงให้เห็นความสามารถในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้แก่ (ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องชื่อโรคต่าง ๆ มากนัก ขอยกมาเป็นภาษาอังกฤษนะครับ วานผู้รู้ช่วยแจ้งด้วยครับ) adenomatous polyposis, inflammatory bowel disease, ulcerative colitis, colon cancer, pancreatic cancer, hypercholesteremia, atherosclerosis, pancreatitis, psoriasis, chronic anterior uveitis และ arthritis
จึงจะเห็นว่าได้เวลาแล้ว ที่ขมิ้นชันจะถูกย้ายจากครัว มาสู่คลินิค..
เดี๋ยวมาต่อครับ
Biochemical Phamacology 75(2008) 787-809 .SciecneDirect
Ajay Goel, Ajaikumar B. Kunnumakkara, Bharat B. Aggarwal
Gastrointestinal Cancer Research Laboratory,Department of Internal Medicine, Charles A. Sammons Cancer Center and Baylor Research Institute, Baylor University Medical Center, Dallas, TX, United States

Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |