หายไปนาน จากวงการการเขียน แต่ก็เฝ้าอ่านของท่านผู้อื่นอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ติดตามข่าวสาร การบ้านการเมืองอยู่อย่าง "เกาะติดสถานการณ์" เกือบจะ "ทั้งวัน ทั้งคืน"
เมื่อกลับสู่ห้องสอน ก็อดเป็นห่วงเด็ก ๆ ของเราไม่ได้เลยว่า เขาดูอะไร เขารู้อะไร จากสื่อบ้าง
ผิดหวัง เพราะเขาไม่ดูอะไร เขาไม่เห็น ไม่รู้อะไร นอกจาก มือถือรุ่นนี้ รุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ มันทำอะไรได้บ้าง
ดาราคนนั้น เป็นอย่างไร ออกไปจากเวที กลับบ้านไปหรือยัง ใครชักดิ้นชักงอบ้าง เพราะใคร
เมื่อถามว่าบ้านเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เข้าใจ
หน้าที่ของครู คือการให้เขาหลุดออกมาจาก อวิชชา ให้ได้
ครูต้องเคารพนักเรียน ครูจะไม่ชี้นำ ว่าเขาควรจะอยู่ข้างไหน แต่ไม่มีความเป็นกลาง
เพราะในสถานการณ์ ความดี ความชั่ว จะไม่มีความเป้นกลาง
ดังนั้นหน้าที่ของเราคือ จะให้เขารับรู้ข่าวสาร ข้อมูลได้อย่างไร
ดิฉันสอนให้เขาคิด วิเคราะห์ โดยใช้หลัก ของ ดร.ดกวิท วรพิพัฒน์ คือ หาข้อมูล จากสภาพแวดล้อม ข้อมูลของตนเองและข้อมูลทางวิชาการ
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น วันต่อมา เขาจะมาคุย มาถาม แล้วค่อยบอก
"ศาสดาย่อมไม่กระหายอยากได้ศิษย์ แต่ศิษย์ย่อมกระหายอยากได้ศาสดาเอง"
ถ้าเราเอาความรู้ไปยัดเยียดให้เขา เขาจะไม่อยากรับ สู้เราเปิดช่องเล็ก ๆ แย็บ ๆ ทิ้งไว้
แล้วเขาไปหาความรู้เอง วันหลังเขาจะเข้ามาหาความรู้ ความคิดเห็นจากเรา เราก้จะชี้นำให้เขาไปหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ
เช่นบอกแหล่งข่าว หนังสือพิมพ์ที่น่าอ่าน สถานีโทรทัศน์ที่น่าดู และเว้บไซด์ที่น่าเข้าไป ฯลฯ เป้นต้นล
และไม่ลืมที่จะกล่าวตามกาลามสูตรว่า
"จงอย่าเชื่อครู เพราะครูเป็นครู แต่จงเชื่อครูเพราะเธอได้ใคร่ครวญแล้วว่าน่าเชื่อ จึงเชื่อ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |