คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี | กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
baraga (baraga)
โพสต์ล่าสุด
มาจากบทความ เหยื่อ..แรงปรารถนา (ชมแล้ว: 50,079)

               ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้  กายทรมานมันไม่เท่าไหร่แต่หัวใจของเธอต่างหากที่เจ็บร้าวทรมานจนแทบขาดใจ  พราวแพรวพราวยังคงยืนหนาวสั่นอยู่ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย  เสียงฟังร้องดังสนั่นหวั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง  เธอยืนกอดอกตัวเองแน่นเผื่อมันจะช่วยคลายความหนาวลงได้บ้าง  แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากนัก  เสีอสีขาวเปียกชุ่มแนบชิดติดร่างของเธอจนมองทะลุไปถึงไหนต่อไหน  แพรวพราวก้มหน้านิ่งริมฝีปากอวบอิ่มซีดลงไปอย่างเห็นชัด  ถ้าต้องยืนปะทะร่างเข้ากับสายฝนแบบนี้ต่อไปเห็นทีคงจะแย่  ใจเธอน่ะสู้ไม่ถอย  แต่ร่างกายมันดูขัดแย้งกับจิตใจเสียเหลือเกิน


                ณฤดลวางขวดเหล้าในมือด้วยสีหน้าว้าวุ่นใจ  เขาเดินไปเปิดม่านตรงประตูออก  ภาพที่เขาเห็นตรงหน้ายิ่งทำให้ใจของเขาร้อนรนจนแทบจะระเบิด  ณฤดลปิดม่านแล้วตะโกนออกมาอย่างสุดจะอดกลั้นอีกต่อไป  “ทำไมเธอถึงได้ดื้อด้านแบบนี้นะ...คิดว่าเก่งนักใช่มั้ยที่ทำแบบนี้...คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้เหรอไงห๊ะ...ไม่มีวันซะหรอก...ไม่มีวัน...ชั้นเกลียดเธอจริงๆ” ณฤดลกำลังสับสนว้าวุ่นใจ  ปากพยายามจะย้ำกับตัวเองเสมอว่าเกลียดแต่ถ้าเกลียดแล้วทำไมเขาถึงได้ร้อนรนมากมายขนาดนี้  แค่เห็นผู้หญิงที่อยากจะเกลียดซะแทบตายยืนหนาวสั่นทรมานอยู่กลางสายฝนแค่นี้  ทำไมถึงต้องหงุดหงิดงุ่นง่านอยากจะเดินเข้าไปลากตัวเธอเข้ามาหาไออุ่นในบ้านหลังนี้จนแทบขาดใจ...


ณฤดลเดินไปเดินมาอย่างตัดสินใจไม่ถูก  “โอ๊ย!!...ทนไม่ไหวแล้วโว้ย”  ณฤดลตะโกนออกมาอีกครั้งอย่างอันอั้น  แต่ครั้งนี้แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทไม่ว้าวุ่นอีกต่อไป  เขาเดินไปเปิดประตูออก  แล้วลุยฝนตรงเข้าไปหาแพรวพราวทันที  แพรวพราวเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาดีใจวูบหนึ่งแต่แล้วก็ต้องหน้าเจื่อนลงไปทันที  เมื่อสีหน้าและแววตาที่ณฤดลมองเธอนั้นช่างเรียบเฉยจนน่ากลัว 


 


“ทำไม...อยากเอาชนะชั้นมากเหรอไงถึงได้ทำแบบนี้...เธอคิดว่าเธอเก่งมาจากไหนกันห๊ะ” ณฤดลตะโกนพูดกับแพรวพราวแข่งกับเสียงฝน


 


“เปล่า...ชั้นไม่ได้ต้องการจะเอาชนะคุณ..ชั้นแค่ต้องการให้คุณกลับไปกับชั้น...ก็เท่านั้น” แพรวพราวพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเวลาพูดกับเขา


 


“แล้วคิดหรอว่าชั้นจะยอมกลับไปกับเธอ...เธอทำแบบนี้ทำไมห๊ะ...ชั้นถามว่าเธอทำแบบนี้ทำไม”  ณฤดลตะคอกถามแพรวพราวด้วยความรู้สึกที่สับสนว้าวุ่นปั่นป่วนไปทั้งหัวใจ


 


“........”  แพรวพราวตะลึงกับอารมณ์ฉุนเฉียวเกรียวกราดที่ณฤดลมีต่อเธอจนพูดอะไรไม่ออก


 


“บอกชั้นมาสิว่าเธอทำแบบนี้ทำไม...ทำ...ทำไมห๊ะ!!”  ณฤดลเข้าไปเขย่าตัวแพรวพราวอย่างแรง


 


“ก็...ก็เพราะชั้นรักคุณไงล่ะ” แพรวพราวพูดออกไปแล้ว...พูดออกไปทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ตกตะลึงไปเหมือนกัน  เธอไม่คิดว่าตัวเองจะหลุดพูดประโยคนี้ออกมาในสถานการณ์แบบนี้ได้เลย


 


“หึ...รักหรอ...ชั้นก็อยากจะรู้เหมือนกัน...ว่าผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างเธอจะแสร้งพูดคำว่ารักไปได้นานอีกซักแค่ไหน”  ณฤดลปรี๊ดแตกแล้ว...คำว่า “รัก” จากปากของแพรวพราวที่กระทบใจของเขามากที่สุด...เขาจะไม่มีวันเชื่อเธออีกต่อไป...เพราะคำพูดกับการกระทำของเธอมันต่างกันโดยสิ้นเชิง


 


                ณฤดลตรงเข้าไปอุ้มแพรวพราวขึ้นมาแล้วเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว  เขาโยนตัวเธอลงบนโซฟาตัวยาวอย่างแรง


 


“โอ๊ย!!...ชั้นเจ็บนะ” แพรวพราวร้องออกมาตามสัญชาตญาณ


 


ณฤดลยิ้มเยาะก่อนจะพูดออกมาว่า  “เจ็บหรอ...ผู้หญิงอย่างเธอเจ็บเป็นด้วยหรอไงห๊ะ!!”  ณฤดลตะโกนใส่หน้าแพรวพราวด้วยอารมณ์โกรธที่ยังค้างอยู่


 


“แล้วทำไมชั้นจะเจ็บไม่เป็นล่ะ..ชั้นก็เป็นคนเหมือนอย่างคุณ...ชั้นก็มีหัวใจเหมือนกันนะ” แพรวพราวน้ำตาคลออีกแล้วพูดด้วยอารมณ์ทั้งโมโหทั้งเสียใจ...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาอยู่กับผู้ชายคนนี้ทีไร...ต่อมน้ำตาของเธอมันถึงได้แตกง่ายได้อย่างนี้ทุกครั้งไป


 


“มีหัวใจหรอ...ผู้หญิงอย่างเธอมีหัวใจด้วยงั้นหรอ...ชั้นนึกว่ามีแต่มารยาเอาไว้ยั่วผู้ชายซะอีก”      ณฤดลมองเหยียดใส่แพรวพราว


 


“ใช่สิ...ในสายตาของคุณตอนนี้...ชั้นมันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงมารยาเลวๆคนหนึ่งก็เท่านั้นใช่มั้ยล่ะคะ” แพรวพราวถามย้ำณฤดลอีกครั้ง  เธอจะได้ตอกตะปูปิดตายหัวใจตัวเองไม่ให้มันเจ็บไปมากกว่านี้เสียที


 


“ใช่!!...เธอมันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงหลอกลวง...มารยา...น่ารังเกียจที่สุด” ณฤดลพูดออกมาด้วยความรู้สึกเพียงชั่ววูบเท่านั้น...เขาอดรู้สึกผิดเล็กๆขึ้นมาไม่ได้เมื่อคำพูดทั้งหมดหลุดออกจากปากของเขาไป


 แพรวพราวน้ำตาร่วงเปราะ...เธอคงเป็นได้แค่ผู้หญิงหลอกลวงเลวทรามในสายตาของณฤดลจริงๆ


“ในสายตาของคุณชั้นมันก็เป็นได้แค่ผู้หญิงลวงโลก...มารยา...น่ารังเกียจ...แล้วในหัวใจของคุณล่ะคะ...คุณเคยใช้ใจมองชั้นบ้างรึเปล่า” แพรวพราวพูดกับณฤดลทั้งน้ำตา...เธออยากจะให้เขามองเธอด้วยหัวใจบ้าง...บางทีเขาอาจจะได้รับรู้อะไรได้มากกว่าที่มันเป็นอยู่


 


ณฤดลมองแพรวพราวอึ้งไป...แต่อคติในใจมันมีมากกว่าที่เขาจะมานั่งใช้ใจมองเธอเสียแล้ว “เธอไม่ต้องเอาคำพูดสวยหรูแบบนั้นมาเป่าหูชั้น!!...เพราะมันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว...ไม่ว่าจะใช้อะไรมอง...เธอมันก็ไม่มีค่าอะไรกับชั้นอีก” 


 


“...........”  แพรวพราวมองณฤดลนิ่งอึ้งไม่มีคำพูดใดที่เธอจะพรั่งพรูออกมา...ปากเธอหนักไปหมด...หัวใจก็หนักอึ้งไปด้วย...หมดแล้ว...เธอจนปัญญาหมดหนทางที่จะทำให้ณฤดลหันกลับมามองเธอได้อีก...นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เธอต้องเสียน้ำตาให้กับผู้ชายคนนี้...เจ็บนะ...เจ็บหัวใจจริงๆ


 


ณฤดลปรายตามองแพรวพราวครู่หนึ่ง...แววตาสับสนปรากฏขึ้น...เขาว้าวุ่นใจเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามากมายนัก...ทำไม...ทำไมกัน...แต่ทุกครั้งที่เขาเริ่มจะใจอ่อนเสียงของสุพิตราจะดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของเขาอย่างไม่มีวันลบเลือน “แพรวพราวเป็นผู้หญิงหลอกลวงนะลูก...แม่เคยแอบได้ยินเธอพูดกับคุณท่านว่าเธอทำสำเร็จแล้ว...เธอทำให้ลูกเชื่อว่าเธอรักลูกได้สนิทใจ...ทั้งๆที่ในใจของเธอมีผู้ชายอีกคนอยู่ตลอดเวลา...เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนที่ต้องแกล้งทำเป็นรักคนอย่างลูก”


 


แววตาเคืองแค้นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง  “เธอกลับไปได้แล้ว” ณฤดลเอ่ยเสียงเรียบกับแพรวพราวโดยที่ไม่มองหน้าเธอเลยซักนิด


 


แพรวพราวเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นมายืนพูดกับเขาอย่างพยายามที่จะเข้มแข็งที่สุดแล้ว “ชั้นกลับไปไม่ได้...ชั้นจะกลับก็ต่อเมื่อ...คุณยอมกลับไปกับชั้น...เท่านั้น” แพรวพราวพูดด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืนฝืนทน...เธออึดอัดใจจนแทบอยากจะหายตัวไปจากที่ตรงนี้...จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้เพราะบุญคุณของณฤทธิ์ยังค้ำคอเธออยู่...จะเดินหน้าต่อไปก็เจ็บปวดเจียนตาย...มีทางไหนบ้างให้ผู้หญิงอย่างเธอเลือกที่จะเดินได้อีก


 


“เธอแน่ใจนะว่าจะไม่กลับไปจริงๆ...” ณฤดลถามด้วยแววตาแข็งกร้าวแปลกๆ...เขาถามเธออย่างหยั่งเชิง


 


“ค่ะ...ชั้นจะไม่กลับจนกว่าคุณจะยอมกลับไปกับชั้น”  แพรวพราวสบตาตอบณฤดลนิ่งเธอตั้งใจแน่วแน่แล้ว...


 


“ฮึ...ก็ดี...ชั้นกำลังเหงาอยู่พอดี...มีผู้หญิงอย่างเธอมาอยู่ด้วยในบรรยากาศแบบนี้...มันคงน่าสนุกดีไม่ใช่หรอ...”  ณฤดลก้าวช้าๆเข้ามาหาแพรวพราว...เขาถอดเสื้อที่เปียกชุ่มของตัวเองออกแล้วปาลงไปที่พื้น


 


แพรวพราวถอยกรู...เธอรู้สึกกลัวณฤดลขึ้นมาจับใจ...แววตาที่เขามองเธอตอนนี้ช่างเย็นชาไร้ความรู้สึกจริงๆ  “นี่คุณอย่าเข้ามานะ...คุณจะทำอะไรน่ะ...หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณดล”


 


ณฤลดเดินเข้ามาจนประชิดตัวแพรวพราวแล้วรวบตัวเธอมาใกล้ตัวเขา “ทำไม...กลัวหรอ...ทำเป็นไม่เคยไปได้...อยู่กับชั้นเนี้ย...มีอะไรต้องกลัวด้วยหรอไง...ใช่สิ...ถ้าเป็นไอ้เมษ...เธอคงจะไม่ทำหน้าสะอิดสะเอียนแบบนี้ใช่มั้ย” ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ผสมกับแรงหึงปนแรงแค้นของณฤดลกำลังจะทำให้เขากลายเป็นผู้ชายไร้หัวใจไปเสียแล้ว


 


“ไม่นะคุณดล...ชั้น...ชั้นกับพี่เมษ...ไม่ได้มีอะไรกัน...จะต้องให้ชั้นพูดอีกกี่ครั้ง...คุณถึงจะยอมเชื่อชั้นซักที” แพรวพราวเริ่มพูดตะกุกตะกัก...กลิ่นเหล้ายังคละคลุ้งอยู่ทั่วตัวของณฤดล


 


“เธอคิดว่าชั้นโง่มากนักหรอไงห๊ะ...เป็นเมียชั้นคนเดียวมันยังไม่พอรึไง...สะอิดสะเอียนชั้นมากนักหรอ...ถึงต้องยอมไปเป็นนางบำเรอให้กับมัน...ดี...ในเมื่อเธอยอมเป็นนางบำเรอให้มันได้...ต่อไปนี้ชั้นก็จะทำให้เธอเป็นได้แค่นางเรอของชั้นเหมือนกัน”  ณฤดลโกรธจนแทบคลั่งเพราะพิษรักแรงหึงไปซะแล้ว


 


“เพี๊ยะ..ยยยย”  เสียงฝ่ามือเรียวเล็กปะทะเข้ากับใบหน้าคมเข้มของณฤดลอย่างแรง...แพรวพราวตกใจ...จนมือเธอสั่นไปหมด...


 


ณฤดลบืบไหล่สองข้างของเธอแน่น...แววตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น “นี่เธอกล้าตบชั้นหรอ...ผู้หญิงอย่างเธอมีสิทธิ์ทำแบบนี้กับชั้นด้วยหรอไงห๊ะ”


 


“ชะ...ชั้น...ชั้นไม่ได้ตั้งใจ...” แพรวพราวกลัวณฤดลจนปากคอสั่นไปหมด


 


“ไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นหรอ...งั้นที่เธอทำบัดสีกับไอ้เมษ...เธอก็จะพูดว่าไม่ได้ตั้งใจได้ด้วยงั้นสิ”     ณฤดลโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว


 


“ไม่ใช่ไม่ตั้งใจ...แต่ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหาก...ถ้าคุณยอมเปิดใจฟังชั้นซักนิด...คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น...คุณต้องเชื่อชั้นนะคะ...ชั้นไม่ได้โกหก...ชั้น-รัก-คุณ...ชั้นไม่มีวันทรยศคุณอย่างเด็ดขาด”


 


“หยุดพูดเดี๋ยวนี้...เธอหยุดพูดคำว่ารักบ้าบอแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะ”  ณฤดลตะโกนใส่แพรวพราวด้วยแววตาสับสน


 


“ไม่!!...ชั้นรักคุณ...ต้องคุณเชื่อชั้นนะคะ...ชั้นขอร้อง...ชั้นพูดความจริง...ชั้นพูดความจริง” แพรวพราวพูดไปร้องไห้ไปจนลนลานไปหมด...ไม่มีสิ่งยืนยันความบริสุทธิ์ในครั้งนี้มีเพียงหัวใจของเธอเท่านั้นที่ร่ำร้องจนเจ็บร้าวระบมไปหมด


 


“หุบปากซะ!!”


 


                ณฤดลไม่ฟังเสียงของแพรวพราวอีกต่อไปแล้ว...เขาอุ้มแพรวพราวบาดบ่าแล้วพาเข้าห้องนอนไป...ณฤดลโยนแพรวพราวลงบนเตียง...แล้วถาโถมทับร่างบางที่นอนร้องตะโกนขอความเห็นใจจากเขา...เธอกลัวสิ่งที่เขาจะกระทำจนกลั้นสะอื้นเอาไว้ไม่ไหว...ณฤดลถอดเสื้อผ้าแพรวพราวออกอย่างไร้ความปราณี...เขากักขฬะ...ป่าเถื่อนรุ่นแรงที่สุด...แพรวพราวนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ


 


“หยุดเถอะนะคะคุณดล...ถ้าคุณเกลียดชั้นก็ไม่ควรทำกับชั้นแบบนี้...การที่คุณใช้ความเป็นเพศชายทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า...มันน่าภูมิใจตรงไหนหรอคะ...พอซะทีเถอะค่ะ...ชั้นขอร้อง...ชั้นไม่อยากเกลียดคุณ...อย่าทำให้ชั้นรู้สึกไร้ค่ามากไปกว่านี้เลย...มันเจ็บปวดนะคะ” แพรวพราวพูดด้วยสติทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่...แววตาของเธอคล้ายจะอ้อนวอนเขาเป็นครั้งสุดท้าย


 


                ณฤดลสงบลง  สติทั้งหมดเริ่มกลับคืนมา... “ใช่สิ...ถ้าเกลียดก็ไม่ควรทำกับเธอแบบนี้...แต่เพราะชั้นเกลียดเธอไม่ลงจริงๆต่างหากล่ะ...แพรวพราว...ตัวชั้นเองสินะที่กำลังทำสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด” ณฤดลคิดในใจ...เขามองแพรวพราวครู่หนึ่ง...แต่เธอไม่สบตาตอบเขาเลย...ณฤดลขยับร่างลุกขึ้นจากเตียงหยิบเสื้อตัวใหม่ขึ้นมาใส่แล้วค่อยๆเดินออกจากห้องนั้นไป


 


ณฤดลล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวแล้วเอามือก่ายหน้าผากแบบคิดไม่ตก...คำพูดแพรวพราวดังแว่วเข้ามา.. “ไม่ใช่ไม่ตั้งใจ...แต่ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหาก...ถ้าคุณยอมเปิดใจฟังชั้นซักนิด...คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น...คุณต้องเชื่อชั้นนะคะ...ชั้นไม่ได้โกหก...ชั้น-รัก-คุณ...ชั้นไม่มีวันทรยศคุณอย่างเด็ดขาด”  ณฤดลกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง...แล้วเปิดขวดเหล้ากระดกเข้าปากดับกลุ้มเหมือนเคย...


********************************


แสงทองของวันใหม่แวววับจับขอบฟ้าอีกครั้ง  แพรวพราวขยับตัวตื่นขึ้น  เธอค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ  ร่องรอยพิษรักแรงหึงของฤดลยังหลงเหลืออยู่บนตัวของเธอ  รอยรักแรงแค้นแดงเรือปรากฏอยู่ที่ซอกคอขาว  แพรวพราวอาบน้ำเสร็จก็หยิบเอาเสื้อตัวใหญ่ของณฤดลมาใส่กับกางเกงขาสั้นที่วางอยู่ในตู้...เธอเดินออกมานอกห้อง...ปรายตามองณฤดลที่เมาหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกจากบ้านไป...


                สายมากแล้วณฤดลตื่นขึ้นมาด้วยอาการยังแฮงค์อยู่เล็กน้อย  เขาเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วกวาดสายตาไปทั่วบริเวณไม่พบแม้แต่เงาของแพรวพราว  ณฤดลวิ่งพล่านหาแพรวพราวทั่วบ้านก็ยังไม่เจอ  เขาเริ่มรู้สึกใจหายขึ้นมา  ไม่รู้แพรวพราวจะคิดทำอะไรบ้าๆรึเปล่าเพราะเมื่อคืนเขาทำร้ายกาจกับเธอซะขนาดนั้น  รถก็ยังอยู่ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันนะ


                ณฤดลวิ่งออกมาที่ชายหาด  แววตาค่อยๆคลายความกังวลลงไป...เมื่อเห็นแพรวพราวนั่งมองเหม่อไปไกลอยู่ริมทะเล...ณฤดลเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างหลังเธอแล้วพูดขึ้น


 


“เฮ้อ!!..เสียอารมณ์จริงๆ...ชั้นนึกว่าเช้านี้จะรู้สึกสดชื่น...เพราะไม่ได้เห็นหน้าเธอแล้วซะอีก” ณฤดลพูดกวนๆแบบปากไม่ค่อยจะตรงกับใจนัก


 


“เหรอคะ...ผิดหวังมากรึเปล่าล่ะที่ชั้นยังอยู่” แพรวพราวปรายตามองเขาเล็กน้อย...แต่น้ำเสียงประชดประชัน


 


“ผิดหวังมาก...เธอนี่ทนเนอะ...ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่ทนอยู่แบบนี้หรอก...ทำไมห๊ะ...หรือว่าเธอคิดพิศวาสชั้นมากนักหรอไง...ไม่รู้สึกแค้นหรือเกลียดชั้นบ้างหรอ...หรือว่ากำลังรอที่จะแก้แค้นชั้นอยู่ล่ะ”   ณฤดลถามออกไปทั้งๆที่ภายในใจกลัวคำตอบมากที่สุด...แต่ก็ยังวางฟอร์มตั้งกำแพงหนาๆขึ้นมาใส่แพรวพราวอีกจนได้


 


แพรวพราวลุกขึ้นมายืนแล้วหันมามองหน้าเขาให้เต็มตา  “แล้วคุณอยากจะให้ชั้นแค้น...เกลียด...หรือว่าอยากจะให้ชั้นรักคุณล่ะค่ะ...”  แพรวพราวถามเขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวแม้แต่น้อย


 


ณฤดลอึ้งไป...เขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าย้อนถามคำถามที่มันแทงใจดำเขาอย่างนี้...แต่ก็ยังทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งๆที่แววตามันตรงกันข้ามเลยจริงๆ  “ไม่ว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับชั้น...มันก็ไม่ได้ทำให้ชั้นรู้สึกอะไรกับเธอได้อีกแล้วล่ะ...แพรวพราว”


 


แพรวพราวน้ำตารื่นขึ้นมาคลออีกครั้ง  “ขอบคุณนะคะ...ที่ย้ำให้ชั้นจำใส่สมองซักที...ชั้นก็จะได้พยายามไม่รู้สึกอะไรกับคุณอีกเหมือนกัน” แพรวพราวสบตาตอบณฤดลด้วยใจที่เจ็บร้าวระบม...แต่ต้องพยายามทำเหมือนว่าเข้มแข็งเสืยเหลือเกิน


 


ณฤดลหันหน้าออกไปมองทะเลก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา “พรุ่งนี้...ชั้นจะหย่ากับเธอ”


 


“........”  แพรวพราวรู้สึกชาวูบไปทั้งตัว...น้ำตาไม่ได้ไหล...แต่หัวใจกลับว่างเปล่าไปหมด  พรุ่งนี้...ชั้นจะหย่ากับเธอ  เสียงณฤดลยังดังก้องซ้ำๆอยู่ในความรู้สึกของเธออยู่เลย


 


“ชั้นทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวอยู่กับชั้น...แต่ใจอยู่กับคนอื่นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว...ทนต่อไปก็มีแต่เสียใจกันเปล่าๆ...เราควรจะจบเรื่องทุกอย่างลงได้แล้ว...จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้อีก” ณฤดลพูดออกไปเหมือนจะเข้มแข็ง...แต่หัวใจของเขากำลังสลาย...ถ้าหัวใจสามารถพูดได้...มันคงจะระบายออกมาว่า...เจ็บเหลือเกิน...


 


แพรวพราวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกลั้นใจตอบออกมา  “ค่ะ...ชั้น...จะยอมหย่ากับคุณ...ไม่ว่าตอนนี้คุณจะคิดยังไงกับชั้นก็ตาม...แต่ชั้นมีเรื่องอยากจะขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย...แล้วชั้นจะไม่ขออะไรคุณอีกเลย...พรุ่งนี้เที่ยงตรงไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน...จะทำอะไรอยู่...ชั้นอยากจะให้คุณรับโทรศัพท์จากชั้น...หลังจากนั้นแล้วคุณจะพิพากษาชั้นยังไงก็สุดแล้วแต่ใจของคุณ...” แพรวพราวพูดกับณฤดลแววตานิ่งแต่แน่วแน่  พรุ่งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเอง  ถ้าสิ่งที่เธอคิดมัน “ใช่” เธอก็จะหลุดพ้นจากข้อครหาทั้งหมด  แต่ใครคนหนึ่งอาจจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า  แต่หากมัน “ไม่ใช่”  เธอก็จะกลายเป็นจำเลยที่ไม่มีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลอีกต่อไป


 


“ได้...นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ชั้นจะเชื่อผู้หญิงอย่างเธอ” ณฤดลพูดจบก็เดินหันหลังกลับไปทันที...เขาไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรกันแน่  แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆที่ผู้ชายอย่างเขาจะยอมเอาหัวใจเข้าเสี่ยงกับผู้หญิงอย่างเธออีกซักครั้ง


 


**********************************


                แพรวพราวขับรถออกมาจากหัวหิน  ณฤดลไม่ได้กลับมากับเธอด้วยเขายังคงจมอยู่กับตัวเองที่นั่น  แพรวพราวรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ  เธอยังไม่อยากกลับบ้านเพราะรู้ว่าการกลับไปโดยไม่มีเขานั้น  เธอจะต้องเป็นอย่างไร  แต่ยังไงพรุ่งนี้ทุกอย่างก็ต้องจบอยู่ดี  แต่ถ้ามันจะจบเธอก็อยากให้มันจบลงอย่างสวยงาม  ไม่ใช่จบแบบที่เธอยังกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของทุกคนที่เธอรักอยู่แบบนี้  เธอจะต้องทำให้ตัวเองพ้นจากข้อครหานี้ให้ได้  แม้ว่ามันจะเสียงมากขนาดไหนก็ตาม


                แพรวพราวขับรถมาจอดอยู่หน้าคอนโดของเจนสุดา  เธอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเดินเข้ามาถึงหน้าห้องของเพื่อนสุดที่รัก  ที่พึ่งสุดท้ายของเธอในตอนนี้แล้ว  เจนสุดาเปิดประตูออกมา  ทันทีที่แพรวพราวได้เห็นหน้าเพื่อนรัก  เธอก็โผเข้ากอดเจนสุดาทันที 


 


“เจน...ชั้นเหนื่อย...เหนื่อยจนแทบจะไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว”  แพรวพราวพูดกับเจนสุดาอย่างคนที่มองหาที่พึ่งสุดท้าย


 


น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้เนิ่นนานก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างยากที่จะกักเก็บมันไว้ได้อีก...เจนสุดาเอามือลูบหลังกอดปลอบแพรวพราว  รู้สึกสะเทือนใจกับเพื่อนจนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่  ไม่มีแม้แต่คำพูดปลอบใจ..เพียงแค่อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยน...และความปรารถนาดีที่จริงใจจากเจนสุดา...แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะซับน้ำตาของผู้หญิงตัวเล็กๆแต่จิตใจแข็งแกร่งอย่างแพรวพราวให้มีแรงที่จะลุกขึ้นมาสู้ครั้งสุดท้าย...เพื่อตัวเธอเอง...และเพื่อคนที่เธอรักอีกครั้ง


*********************************


                ขอโทษนะคะ...หายไปเกือบสองอาทิตย์เลย...ความจริงตอนนี้แต่งเสร็จไปแล้ว...แต่ย้อนกลับมาแก้ไขใหม่...ตอนแรกพระเอกโหดกว่านี้เยอะเลย...ปล้ำนางเอกด้วย...แต่ประมาณว่ากระแสเรื่องข่มขืนกำลังแรง...เลยคิดแล้วคิดอีก...แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเอาให้มันเบาลงดีกว่า...จะได้สบายใจทั้งคนอ่านและคนแต่ง...ใกล้จบแย้ว...เดี๋ยวตอนหน้ามาลุ้นกันว่าพระเอกแอบจิตของเราจะหายโง่รึเป่า55++...ยังไงก็ติชมเม้นท์กันได้ไม่ยั้งเหมือนเดิมนะคร้า...เราฉีดยาแล้วไม่กัดคร้า..กร๊ากๆๆ..ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะค่ะ...จะพยายามต่อไปคร้า..^^


 


บทความ โดยสมาชิกท่านนี้

กระทู้ โดยสมาชิกท่านนี้
ยังไม่มีงานเขียน

ข้อสอบ โดยสมาชิกท่านนี้
ยังไม่มีงานเขียน

นิยาย โดยสมาชิกท่านนี้
เหยื่อ..แรงปรารถนา (views: 50,079)
อัพ...ตอนที่ 23 แย้ว..อัพช้ายังดีกว่ามะอัพใช่มั้ย55++..อย่าพึงเบื่อเราน้า...เข้ามาอ่านกันได้น้า...ขอโทษที่อัพอืดอย่างแรงด้วยนะคะ.ณฤดล อัศวเทวกุล ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทายาทนักธุรกิจใหญ่บริษัทส่งออกเครื่องหนังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ดุเผินๆเขาช่างเป็



baraga
(baraga)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,049 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 เดือน
แบ่งปันความรู้ 142 ครั้ง
ได้รับดาว 149 ดวง

โหวตเพิ่มดาว
Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.