คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี | กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
PuLsAr (กฤติยา พงค์สุภา)
โพสต์ล่าสุด
มาจากบทความ Devil Triangle เปิดมิติเบอร์มิวดา (ชมแล้ว: 15,585)

“อาทิตย์หน้าก็วันเกิดเซฟารีนแล้วสินะ” ไรท์พูดด้วยความดีใจ “เซฟารีนอยากได้อะไรหรือเปล่า”
“อือ”
“เซฟารีนอยากได้อะไรล่ะ ไรท์จะซื้อให้”
“...”
“เซฟารีน” ไรท์เรียกเซฟารีนอีกครั้ง
“...”
“เซฟารีน ได้ยินไรท์หรือเปล่า” ไรท์พูดเสียงดังขึ้นกว่าตอนแรกมาก จนเซฟารีนสะดุ้งจนตื่นจากภวังค์
“เอ่อ...หา เมื่อกี้ไรท์ว่าไงนะ เซฟาไม่ทันได้ฟังน่ะ”
“เซฟารีนเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเหม่อๆชอบกล”
“เปล่าหรอกจ้ะ เซฟาไม่ได้เป็นอะไร อ้อ!แล้วเมื่อกี้ไรท์พูดถึงไหนแล้วล่ะ” เซฟารีนรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ก็ถึงเรื่องของวันเกิดเซฟารีนที่จะถึงในอาทิตย์หน้านี้น่ะ ไรท์ถามเซฟารีนว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ไรท์จะได้ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด”
“อืม ไม่อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรอก ไรท์อยากจะให้อะไรกับเซฟาก็ให้เหอะ แต่ความจริงไม่ต้องให้อะไรก็ได้นะลำบากเปล่าๆแค่คำอวยพรกับความจริงใจก็พอแล้วล่ะ”
“นั่นมันสำหรับเซฟารีนนี่นา แต่สำหรับไรท์คนพิเศษก็ต้องได้อะไรที่พิเศษ ไรท์จะให้อะไรเซฟารีนดีน้า” ไรท์พูดพลางทำท่าครุ่นคิดเรื่องของขวัญ ส่วนเซฟารีนละสายตาจากไรท์แล้วก็แอบอมยิ้มคนเดียวนิดๆ จากนั้นก็คิดเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาต่อ หลายวันมานี้เซฟารีนเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวดากับความฝันประหลาดๆนั้นว่ามันจะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ
“ควาซาร์จะช่วยเราได้มั้ยนะ” เซฟารีนพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่กลับสะดุดประสาทการรับฟังของไรท์ทันที
“ว่าไงนะ เมื่อกี้เซฟารีนพูดถึงควาซาร์ ไอ้เด็กใหม่คนนั้นหรือเปล่า ไรท์รู้สึกว่าจะได้ยินแว่วๆนะ”
“ปะ...เปล่านี่ เซฟาไม่ได้พูดถึงใครเลย เซฟาแค่พูดว่าเซฟาเรียนดาราศาสตร์ไม่รู้เรื่องเลยใครจะช่วยเซฟาได้บ้างหรือเปล่า ก็เท่านั้นเอง แฮะแฮะ” เซฟารีนหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนความจริง เพราะขืนบอกไรท์ไปมีหวัง ควาซาร์อยู่ไม่เป็นสุขแน่
“งั้นเหรอ แต่เมื่อกี้ไรท์ได้ยินว่าเซฟารีนพูดถึงไอ้หมอนั่นนะ”
“ไรท์” เซฟารีนตะคอกเล็กน้อย “ทำไมต้องไปเรียกควาซาร์เค้าว่าไอ้หมอนั่นด้วยล่ะ เค้าก็มีชื่อให้เรียกนะ เซฟาไม่ชอบเลย ไรท์หยาบคายอะ” เซฟารีนพูดจบก็ลุกขึ้นยืนและจะเดินหนีไปทันทีเพราะโกรธไรท์
“เซฟารีน เดี๋ยวสิ ไรท์ขอโทษนะ ไรท์จะไม่เรียกควาซาร์เค้าว่าไอ้หมอนั่นอีกแล้ว ดีกันนะ ดีๆๆๆ” ไรท์พูดพร้อมกับชูนิ้วก้อยขึ้นเป็นความหมายว่าขอคืนดีด้วย เซฟารีนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวก้อยกับไรท์พร้อมกับพูดยิ้มๆว่า
“ที่จริงเซฟาก็ไม่ได้โกรธอะไรไรท์หรอก เซฟาแค่แกล้งงอนแก้เซ็งเฉยๆ ไม่นึกว่าไรท์จะจริงจังขนาดนี้ ดูสิทำหน้าซีเรียสใหญ่เลย ตลกชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“ตลกมากใช่มั้ยเซฟารีน แกล้งคนอื่นเค้าน่ะ” ไรท์ทำหน้าโมโหทันทีที่เซฟารีนพูดจบ
“ไรท์ โกรธเซฟาหรอ” เซฟาว่าขำๆพลางจ้องหน้าไรท์สลับกับน้ำพุด้านหลังไรท์ “เซฟาล้อเล่นเองนะ”
“เล่นกับความรู้สึกของคนอื่นมันไม่ขำหรอกนะ”
“ไรท์โกรธเซฟาจริงอะ” เซฟาเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นท่าว่าไรท์จะโกรธจริงๆ “ไรท์ อย่าเล่นแบบนี้สิ เซฟาไม่ขำนะ งั้นให้จูบเพื่อเป็นการไถ่โทษทีหนึ่งเอามั้ย”
“จริงเหรอ” ไรท์ถามกลับพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มทันที
“ฮั่นแน่ เผยความจริงออกมาแล้วล่ะสิ เหอะๆๆๆ ไม่มีทางซะหรอกพ่อหนุ่มน้อย”
“รู้ทันซะได้ เฮ้อ ว่าจะแกล้งคืนซะหน่อย ไม่น่าเลยเรา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ยังไงซะไรท์ก็ตามเซฟาไม่ทันหรอก เพราะว่าเซฟาน่ะรู้จักไรท์ดี ฮ่าๆๆๆๆๆ”
“ไรท์ดีใจนะที่เซฟารีนมีความสุขน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” แล้วทั้งคู่ก็คุยกันหัวเราะกันไปอย่างมีความสุขโดยอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งที่จ้องพวกเขามาตลอด แต่พวกเขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
+++++++++++++++++++
“โกโก้ร้อนแก้วหนึ่งครับ” ควาซาร์สั่งโกโก้กับพนักงานในร้านคอฟฟีช็อปแห่งหนึ่ง จากนั้นก็หยิบหนังสือที่เขาเอามาด้วยขึ้นมาอ่านรอ สักพักเสียงกระดิ่งของร้านก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามาในร้าน แต่ควาซาร์ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะมอง เขายังคงอ่านหนังสือของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ จนเมื่อ...
“ไม่มีโต๊ะว่างเลยหรือคะ”
“ที่นั่งเต็มแล้วล่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้วันอาทิตย์ลูกค้าก็เลยเยอะเป็นพิเศษน่ะค่ะ ทางเราต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ”
“ว้า แย่จังค่ะ”
“โกโก้ที่สั่งได้แล้วครับ” พนักงานเสิร์ฟคนเดิมนำโกโก้ร้อนตามที่ควาซาร์สั่งไว้มาให้ เขาจึงละสายตาจากหนังสือเล็กน้อยและวินาทีนั้นเองเขาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคุยกับพนักงานของร้านหน้าตาดูผิดหวังกับอะไรบางอย่าง และเขาก็จำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือ เซฟารีนนั่นเอง
“เซฟารีน!” เขาลุกเดินเข้าไปหาเซฟารีนที่กำลังคุยกับพนักงานหญิงคนหนึ่งที่เค๊าเตอร์ “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”
“ควาซาร์” เซฟารีนหันมาทันที ทำหน้างงเล็กน้อย ควาซาร์จึงถามซ้ำอีกที
“ว่าไง” เซฟารีนหายงงงันทันที
“ก็คือว่าร้านมันเต็มน่ะ ไม่มีโต๊ะว่างเลย”
“อ๋อ เรื่องแค่นี้เอง ไปนั่งกับเราก็ได้นะ เราก็มีเรื่องที่อยากจะคุยกับเธอพอดีเลย”
“อื้ม ขอบใจจ้ะ ฉันก็มีเรื่องที่อยากจะคุยกับควาซาร์เหมือนกันนะ”
“จะสั่งอะไรก่อนมั้ย”
“ก็ดีเหมือนกัน งั้นเอาโกโก้ร้อนที่หนึ่งแล้วกัน แค่นี้ก่อนแล้วกันค่ะ” เซฟารีนหันไปสั่งกับพนักงานเสร็จ พนักงานคนนั้นก็รับเมนูไปด้วยอารมณ์ประมาณว่า ‘อะไรกันทำไมสั่งแต่โกโก้ร้อนแก้วเดียวนะ ไม่คิดจะสั่งอย่างอื่นบ้างหรือไง’ ควาซาร์มองตามพนักงานคนนั้นไปอย่างขำๆ
“ขำอะไรหรอ”
“อ๋อ ก็พนักงานคนนั้นน่ะสิ เมื่อกี้ตอนเราสั่งโกโก้ร้อนก็ทำหน้าแบบนี้ไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้มีเธอด้วยอีกคน พี่แกคงเซ็งละมั้ง ฮ่าๆๆๆๆๆ”
“งั้นเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ” เซฟารีนหัวเราะอย่างควาซาร์ไปบ้าง แล้วสักพักโกโก้ร้อนก็มา พนักงานคนเดิมวางแก้วลงอย่างไม่สบอารมณ์นัก แล้วก็เดินจากไป เซฟารีนคิดในใจ ‘หมอนี่ไม่เคยรู้จักหัวใจของงานบริการเลยหรือไงว่าลูกค้าคือพระเจ้าน่ะ ทำแบบนี้กับลูกค้าได้ไงกันนะ’
“แต่ก็ช่างเหอะ ฉันชินแล้วล่ะ ก็มาทีไรฉันก็สั่งแต่โกโก้ร้อนไม่เคยสั่งอย่างอื่นเลยนี่นา พี่แกคงระอา”
“งั้นเหรอ แสดงว่าเธอคงมาที่นี่บ่อยสินะ”
“ก็อาทิตย์หนึ่งก็มาซัก 7วันน่ะไม่บ่อยเท่าไหร่หรอก”
“ทุกวันเลยนี่นา เหอะๆๆๆ”
“แต่ทั้งที่ฉันมาทุกวันพี่เค้าน่าจะคิดได้นะ ว่าโกโก้ร้อนวันละแก้วของฉันน่ะ รวมๆกันแล้วมันก็อยู่ในร้านนี้หลายดอลเลยนะ เฮ้อ!แต่ก็ช่างเถอะ อ้อ เกือบลืมไปเมื่อกี้นี้นายบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับฉัน เรื่องอะไรหรอ”
“มันไม่สำคัญหรอก เธอพูดก่อนสิ เมื่อกี้เธอก็บอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับเราด้วยเหมือนกัน ธุระของเธอน่าจะสำคัญกว่านะ เอาเล้ย เลดี้เฟิร์ท” ควาซาร์พูดพลางแบมือออกพร้อมกับยกไหล่ขึ้นเป็นเชิงว่า เชิญตามสบาย
“ก็เรื่องของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาน่ะ ฉันอยากจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับมันซักหน่อย นายพอจะช่วยฉันได้มั้ย”
“ได้สิ เรื่องถนัดเลยนะนั่น แต่คุยที่นี่คงไม่สะดวกหรอก เราว่าไปหาที่ที่คนน้อยกว่านี้คุยกันดีกว่า”
“เอ่อ...หมายความว่าไง ที่บอกว่า ‘ที่ที่คนน้อยกว่านี้น่ะ’ คือฉันคิดว่า...”
“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้น เราไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้นหรอก เชื่อใจเราได้นะ เพียงแต่ว่าเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานี่มันต้องคุยกันยาวน่ะ ในร้านแบบนี้คงไม่เหมาะหรอก”
“อืม งั้นก็ได้” แล้วทั้งคู่ก็จ่ายเงินค่าโกโก้ร้อนแล้วเดินออกมาจากร้านนั้นอย่างรวดเร็ว ควาซาร์พาเซฟารีนเดินมาจนถึงหน้าคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งก็คือคอนโดของเขาเอง เซฟารีนหยุดเดินทันที
“ควาซาร์ นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“คอนโดของเราเอง เฮ้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ก็บอกแล้วไงว่าเราไม่ทำอะไรเธอหรอก เราดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เอ่อ เปล่าๆ ฉันไว้ใจนาย” เซฟารีนเลิกระแวงในตัวควาซาร์ทันที เธอพยายามไม่คิดอะไร เพราะรู้สึกว่าตัวเองจะคิดมากเกินไป เพราะดูควาซาร์แล้วเขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเป็นคนไม่ดีเลย เขาดูจะรู้เรื่องเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาดี และถ้าเธอมัวแต่ระแวงควาซาร์ ความหวังที่จะตามหาพ่อก็คงต้องจบสิ้นลง เซฟารีนจึงเดินตามควาซาร์ไปอย่างว่าง่าย จนกระทั่งถึงห้องของควาซาร์ เขาเสียบคีย์การ์ดไปที่ประตู ประตูก็เปิดออกทันที
“เข้ามาก่อนสิเซฟารีน ตามสบายนะ”
“ขอบใจจ้ะ ว่าแต่...” เซฟารีนเดินเข้ามาในห้องของควาซาร์พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องหลายๆอย่าง “โห!ห้องนายนี่หรูมากเลย”
“มันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้นแหละ สิ่งที่ภายนอกดูสวยงามอาจแฝงความร้ายกาจไว้มากก็ได้” ควาซาร์พูดพลางเดินไปเปิดผ้าม่านและหน้าต่างแล้วเหม่อมองออกไปข้างนอกเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“นายอยู่กับใครหรอ”
“อยู่คนเดียว”
“แล้วพ่อแม่ของนายล่ะ”
“เราไม่เคยมีพ่อแม่หรอก ตั้งแต่จำความได้เราก็อยู่ในความดูแลของโอะ...ง” ควาซาร์ชะงักทันทีก่อนจะเอ่ยชื่อองค์กรลับที่เลี้ยงดูเขามาให้เซฟารีนฟัง
“ของใครเหรอ”
“ลุงเราเอง แต่ไม่ใช่ลุงแท้ๆหรอก เพียงแต่เรานับถือเค้าเหมือนลุงแท้ๆของเราน่ะ แต่ตอนนี้ลุงเค้าไม่ได้อยู่กับเราแล้ว เค้าป่วยด้วยโรคร้ายแล้วตายไปเมื่อ3ปีก่อน” ควาซาร์ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปยังหน้าต่าง ชะโงกหน้าออกไปข้างนอกเล็กน้อยแล้วพูดกับตัวเองเบาๆว่า “ขอโทษนะที่ต้องโกหก”
“ฉันเองก็เหมือนนายนะ พ่อกับแม่ฉันก็ตายไปหมดเหมือนกัน แต่ฉันก็รู้ว่าท่านทั้งสองรักฉันมาก และท่านยังฝากให้คุณพ่อเฮลมัสกิ้นส์คอยดูแลฉันด้วย คุณพ่อเฮลมัสกิ้นส์ดีกับฉันมาก คอยดูแล คอยให้กำลังใจ เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ฉัน”
“ถ้าเรารู้ว่าพ่อแม่ของเราเป็นใครก็ดีน่ะสิ อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าเขารักเรา แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเราแล้วก็ตาม แต่การที่เราไม่รู้ว่าพ่อแม่เราเป็นใคร เขารักเราบ้างไหม มันทรมานมากกว่าการที่พ่อแม่จากเราไปซะอีก”
“นายคงอยากเจอพ่อแม่นายมากสินะ ฉันก็อยากเจอพ่อของฉันเหมือนกัน” ประโยคหลังเซฟารีนพูดเบามากราวกับพึมพำกับตัวเอง ควาซาร์เริ่มเห็นท่าทางเศร้าของเซฟารีนจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“ช่างมันเถอะนะ เรื่องนั้นเราว่าอย่าไปพูดถึงมันเลยดีกว่า พูดไปก็ไม่สบายใจซะเปล่า” เซฟารีนเองก็ดูเหมือนจะคิดได้กับคำพูดของควาซาร์จึงกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิม
“จริงสินะ เรื่องที่พูดถึงแล้วไม่สบายใจก็อย่าไปพูดถึงมันเลยดีกว่า” พูดจบเซฟารีนก็ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังห้องห้องหนึ่งที่เห็นว่าจะเป็นห้องสมุดส่วนตัว เพราะมีหนังสืออยู่เยอะแยะไปหมด เซฟารีนเดินเข้าไปยังห้องสมุดนั้นทันที ส่วนควาซาร์ก็มองตามไปแบบปลื้มสุดสุดกับห้องสมุดของตัวเองในขณะที่เซฟารีนก็กำลังเพลิดเพลินกับหนังสือในห้องสมุด หยิบเล่มโน้นเล่มนี้ขึ้นมาดูอย่างรื่นเริงใจ
“เฮ้! เพื่อนยาก วันนี้ข้ามีข่าวดีมาฝากจากมูมด้วยล่ะ คือว่า...” เนปยังพูดไม่ทันจบควาซาร์ก็ส่งสัญญาณบอกว่าให้เงียบ
“จุ๊...จุ๊…เนปนายออกไปก่อนไป”
“อะไรๆ อยู่ๆก็มาไล่กันเฉยเลย ปกติเจ้าไม่เป็นแบบนี้นี่ควาร์ก”
“ชู่...” ควาซาร์ทำสัญญาณปากอีกครั้ง แต่เนปก็ยังไม่หยุดพูดจนกระทั่ง
“คุยกับใครอยู่เหรอควาซาร์” เซฟารีนเดินออกมาจากห้องสมุดพอดีเพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน
“ว้าว นกตัวนี้น่ารักจัง มาจากไหนกันนี่”
“มีแขกอยู่เหรอควาร์ก ทำไมเจ้า...”
“นกพูดได้!” เซฟารีนอุทานออกมาอย่างแปลกใจ “นายเลี้ยงนกด้วยหรอ แถมยังพูดภาษาคนได้ด้วย”
“เอ่อ...แหะๆ สัตว์เลี้ยงเราเองแหละ ชื่อเนป”
“เฮ้ๆๆ ใครเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า อย่าโมเมเอาเองสิ คราวก่อนข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลยนะ เจ้านี่มันจริงๆเลยควาร์ก สนิทสนมด้วยแล้วลามปาม เล่นของสูงนะ”
“มาร์คอลตัวนี้มันชอบเพ้อเจ้อน่ะ ตั้งแต่ลุงจากไปมันก็พูดปร๋อเลย สงสัยจะพูดแก้เหงา”
“เฮ้ๆเจ้านั่นแหละชอบเพ้อเจ้อ ข้าคือเทพเนปผู้ยิ่งใหญ่แห่งมูม ผู้ที่แสนจะฉลาดปราดเปรื่องนะ”
“...?” เซฟารีนงงกับบทสนทนาของสิ่งมีชีวิตตรงหน้ามาก ไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ และทำไมนกถึงพูดได้คล่องแคล่วเหมือนมนุษย์มากขนาดนี้ คำถามหลายๆคำถามหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเซฟารีนเต็มไปหมด จนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นด้วยคำถามไหนก่อนดี
“เอ่อ...นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ไม่ใช่ คือฉันหมายความว่านายกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่น่ะควาซาร์ ฉันงงไปหมดแล้วนะ”
“แล้วแต่เจ้านะควาร์ก ข้าไม่เกี่ยว เจ้าผูกเองก็แก้เองแล้วกัน”
“ได้ไง ก็ไม่ใช่เพราะนายเหรอ เซฟารีนถึงได้....ฮึ้ย! ทำอะไรซักอย่างสิเนป”
“แล้วจะให้ข้าทำอะไรล่ะ”
“อะไรก็ได้ เร็วเข้าสิ” ควาซาร์เร่งเร้าให้เนปทำอะไรซักอย่างเพื่อไม่ให้เซฟารีนงงไปมากกว่านี้ แต่เนป
กลับเข้าใจความหมายไปคนละแบบ
“ควา....ซ...อุ๊บ...” เนปยิงลำแสงบางอย่างมายังเซฟารีนพร้อมกับร่างของเธอที่ล้มลงกับโซฟาทันที โดยที่เธอยังเรียกชื่อควาซาร์ได้ไม่ทันจบ
“เฮ้ย!นายทำอะไรเธอน่ะ”
“ไม่มีอะไร แค่ลบความทรงจำไปบางส่วนเท่านั้นเอง รับรองนะว่าเธอจำเรื่องเกี่ยวกับข้าไม่ได้แน่นอน”
“นายทำแบบนี้ได้ยังไง”
“เอ้า ก็เจ้าเป็นคนบอกเองนี่นาว่าให้ข้าทำอะไรก็ได้น่ะ”
“ที่ฉันพูดน่ะ หมายถึงให้นายอธิบายเรื่องของนายให้เธอฟัง เธอจะได้เข้าใจ ไม่ใช่แบบนี้ โธ่เอ้ย!” ควาซาร์กุมขมับเป็นการใหญ่แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟา ส่วนเนป บินออกไปทางหน้าต่าง
“ฝากจัดการที่เหลือด้วยนะ เพื่อนรัก ฮูเรเฮล้า มูมสุดเลิฟ” พูดจบพร้อมกับปีกที่กระพือออกไปทางหน้าต่าง ทิ้งให้ควาซาร์ต้องโกหกอีกแล้ว
“เกลียดชะมัด ประโยคพิลึกๆแบบนี้ แหวะ ฮูเรเฮล้า มูมสุดเลิฟ นี่เราพูดประโยคทุเรศแบบนี้ไปได้ไงกันเนี่ย”
+++++++++++++++++++


บทความ โดยสมาชิกท่านนี้

กระทู้ โดยสมาชิกท่านนี้
  • คำถามแบบลูกไก่ๆ แต่ตอบแบบคนดัง อ่านแล้วจะอึ้ง!
  • บันทึกคนอื่นเข้าในลิสตัวเองทำไงอะ เพิ่งสมัครใหม่
  • ถ้า...สิ่งที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ...คือ
  • ที่สุดของดาราศาสตร์
  • ปัญหาลับสมอง มาให้สมองได้ขบคิดอะไรหน่อยนะ...
  • คุณรู้หรือเปล่าว่า.....55

  • ข้อสอบ โดยสมาชิกท่านนี้
  • ดาราศาสตร์โอลิมปิกม.ปลาย (ชมแล้ว:1,193)
  • ดาราศาสตร์โอลิมปิกม.ปลาย (ชมแล้ว:159)

  • นิยาย โดยสมาชิกท่านนี้
    Devil Triangle เปิดมิติเบอร์มิวดา (views: 15,585)
    “นายเองก็รู้ แล้วทำไมต้องแกล้งถามด้วยล่ะ” ควาซาร์และเนปจ้องตากันอย่างรู้ความคิดในใจของแต่ละฝ่าย “เบอร์มิวดา!!” ควาซาร์และเนปร้องออกมาพร้อมกันพลันความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมองอันชาญฉลาดของควาซาร์ “เนป” ควาซาร์เรียกเนป เนปเองก็หันมามอง



    PuLsAr
    (กฤติยา พงค์สุภา)

    ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,023 ครั้ง
    เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 เดือน
    แบ่งปันความรู้ 11 ครั้ง
    ได้รับดาว 157 ดวง

    โหวตเพิ่มดาว
    Google
     
    ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
    สำนักงาน :   02 2015735
    อีเมล์ :   
    Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
    คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
    รับรองและสนับสนุนโดย

    สสวท.

    มูลนิธิ พสวท.

    พสวท.