คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี | กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ballard (ball)
โพสต์ล่าสุด
มาจากบทความ ความรู้.........ฤๅ.........ปัญญา (ชมแล้ว: 2,600)

                        หากมีการศึกษาขั้นสูง จบปริญญาโท ได้เกียรตินิยม  ก็มักจะได้ชื่อว่า เป็นคนทรงภูมิ เป็นผู้มีความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาแขนงวิชาของตน ได้รับการยกย่องเชิดชูและนับถือจากผู้คนในสังคม  แต่ความรู้เหล่านั้นเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหรือเปล่า?  การมีชีวิตอยู่ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสน.....ความรู้เหล่านั้นมีประโยชน์จริงหรือ?.....ผู้เขียนอาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการดำรงชีวิต   แต่ก็มีชีวิต มีประสบการณ์ชีวิต ที่เคยผ่านมาทั้งความรุ่งโรจน์  , ความล้มเหลว  ,  ความสมหวัง , ความผิดหวัง  ,  ความอิ่มเอม ,  ความท้อแท้ มาบ้าง  ที่สามารถยอมรับ และผ่านมันมาได้  ถึงแม้จะไม่งดงาม แต่ก็ยังมีชีวิต มีลมหายใจอยู่จนทุกวันนี้  จึงน่าจะพอให้ความเห็นได้บ้างว่า การมีการศึกษาสูงหรือมีความรู้สูงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมีประโยชน์   ไม่ใช่แค่ตัวองค์ความรู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระบวนการกว่าที่จะได้องค์ความรู้เหล่านั้นมาด้วย  ประสบการณ์ชีวิตในวัยเรียน วัยศึกษาหาความรู้ต่างหาก ที่สำคัญและจำเป็นมากกว่าการมีความรู้สูง  เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้างให้เรามีความรู้อย่างเดียว แต่ยังเสริมสร้างให้เรามีปัญญาด้วย  ปัญญาที่หมายถึงความรู้แจ้ง ความรอบรู้  รู้จักความจริงที่เป็นสัจธรรมของชีวิต  ทั้งความสุข , ความทุกข์ , ความรวย , ความจน , การได้ครอบครอง , การพลัดพราก เป็นต้น  รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน เมื่อทั้งรู้และเข้าใจ จะได้ไม่ยึดติด ไม่ถือมั่น ไม่แบก...  แต่ในบางครั้ง คนที่มีความรู้มาก มีการศึกษาสูง จำนวนไม่น้อย เมื่อเจอปัญหา เจออุปสรรค หรือแม้แต่ข้อผิดพลาดในชีวิต ก็กลับตาพร่ามัว มองอะไรไม่เห็น หาทางออกไม่ได้ เพราะโลภะ ความอยากได้ , โทสะ ความโกรธเคือง  และโดยเฉพาะ โมหะ ความหลงงมงาย ความไม่รู้ ที่เป็นเหมือนเมฆหมอกมาบดบังนัยน์ตา ความยึดมั่นถือมั่น ความคิดจะครอบครอง ความต้องการเอาชนะของตนเอง ที่เป็นเหมือนกำแพงสูงมาขวางกั้น ทำให้มาสามารถยังตัวเองให้หลุดพ้นจากปัญหาไปได้ จนบางครั้ง อาจแก้ปัญหาด้วยวิธีฉาบฉวย เช่น คิดสั้นกระทำอัตวินิบาตกรรม  หรือทำร้ายตนเองเป็นต้น  โดยไม่รูว่า สิ่งนั้น กลับยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับบุคคลผู้เป็นที่รักของตนไปเสียอีก  พ่อหรือแม่กี่คนแล้ว ที่ต้องมาเสียน้ำตา เสียใจ กับวิธีการแก้ปัญหาปบบผิดๆของคนเหล่านี้ กี่ร้อยกี่หมื่นความรัก  ความทุ่มเทที่มอบให้ กลับไม่เหลืออะไรเป็นยาชูใจให้พวกเขาเลย  ผู้มีความรู้เหล่านี้มีสมองเปรื่องปราด แต่ใจกลับไม่เป็นนักปราชญ์ ขาดปัญญา  เหมือนคนที่ถือเทียนเดินในที่มืด มีเทียนในมือ แต่จุดให้เทียนสว่างไม่ได้ต้องคลำทางในความมืดต่อไปเพราะไม่รู้จะเริ่มจุดยังไง การจะเริ่มจุดเทียนให้สว่าง ต้องเริ่มจากการอบรมตนเองเสียก่อน ให้เป็นคนรักษ์ศีล คือทำกายและวาจาของตนให้ปกติเย็นเสียก่อน  ต้องไม่เบียดเบียนตนเองไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อกายและวาจาเป็นปกติเย็นดีแล้ว จึงเริ่มอบรมจิตใจด้วยการฝึกเจริญสมาธิ จิตใจที่สงบไม่ฟุ้งซ่าน  ก็เหมือนการจุดเทียนในเวลาลมสงบ หากใจฟุ้งซ่านไปด้วยอารมณ์โลภ โกรธ หลง ก็ไม่ต่างกับการจุดเทียนท่ามกลางกระแสลม ที่ไม่อาจจะจุดติดได้ แต่เมื่อจิตใจสงบดีแล้ว ปัญญาอันแจ่มชัดจึงจะเกิด ก็เหมือนกับการที่เราสามารถจุดเทียนให้สว่างได้ท่ามกลางความมืด และเมื่อใจไม่มืดบอด  ก็ย่อมพบทางสว่างที่จะสามารถทำให้แก้ไขปัญหาแก้ข้อผิดพลาดได้  เพราะชีวิตมีโอกาสให้เริ่มต้นใหม่เสมอ หลังจากที่ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดนั้นแล้ว




                                                                                                  นิรมิตร




                                                                                                                                                             


บทความ โดยสมาชิกท่านนี้
[Blog] ความรู้.........ฤๅ.........ปัญญา (views: 2,600)
ความคิดเห็นหลังจากอัตวินิบาตกรรมของใครคนหนึ่ง
[Blog] เวลา..........ทางเลือก (views: 2,087)
คุณเลือกที่จะใช้เวลาปิดภาคอย่างไร

กระทู้ โดยสมาชิกท่านนี้
ยังไม่มีงานเขียน

ข้อสอบ โดยสมาชิกท่านนี้
ยังไม่มีงานเขียน

นิยาย โดยสมาชิกท่านนี้



ballard
(ball)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 138 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 เดือน
แบ่งปันความรู้ 5 ครั้ง
ได้รับดาว 70 ดวง

โหวตเพิ่มดาว
Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.