คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี | กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
tidteez_k (Je,Tidtee)
โพสต์ล่าสุด
7 April 2008, 6:19 pm จากกระทู้ ต้นกำเนิดของสัตว์โลกตัวน้อยๆ.. สุนัข++ (ชมแล้ว: 1,109)















วันนี้มีเรื่องของสุนัขมาฝากค่ะ ทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ตัวโต แล้วทุกคนรู้รึเปล่าว่า เจ้าสุนัขตัวเนี่ย มีต้นกำเนิดมาจากอะไรกัน ???













"สุนัข" มีต้นกำเนิดมาจากสุนัขป่า โดยมนุษย์แถบขั้วโลกเหนือนำมาเลี้ยงเมื่อ 12,000 ปีมาแล้ว เชื่อกันว่าสุนัขป่าตัวแรก เกิดขึ้นเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว สมัยแรกเริ่มก็ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนสุนัขในปัจจุบันนี้ ก็คงเหมือนคนนั่นแหละ ที่กว่าจะพัฒนามาจนมีหน้าตาเหมือนปัจจุบัน ก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง กว่าเราจะรู้จักสุนัขที่หน้าตาเหมือนสุนัขในปัจจุบันนี้ จากรูปภาพโบราณอายุประมาณ 12,000 - 14,000 ปี ในยุโรป นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ต้นกำเนิดของสุนัขน่าจะมาจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างสุนัขจิ้งจอกและสุนัขป่า เพราะความเฉลียวฉลาด ความสามารถรอบตัว และการเป็นสัตว์สังคมของมันนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์นำมันมาเลี้ยงจนแพร่หลายไปทั่วโลก และการอพยบข้ามถิ่น และทวีปต่างๆ นี้เอง ทำให้สุนัขมีหลายพันธุ์



ในประเทศจีน ชาวจีนมีความเชื่อว่า สุนัขที่ชื่อ "Fu" มีความซื่อสัตย์ และนำความเจริญมาให้ โดยมีลักษณะคล้ายสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง


ในทวีปยุโรป นิยมเลี้ยงสุนัขเพื่อการล่าสัตว์ สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีของคนมาช้านานแล้ว สมัยก่อนมนุษย์เลี้ยงสุนัขไว้ใช้งานเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันนี้จุดประสงค์ในการเลี้ยงสุนัขได้เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนมากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากอุปนิสัยที่น่ารักของมัน ว่ากันว่า บรรพบุรุษของสุนัขถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ 35 ล้านปีก่อน

สุนัข แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 6 กลุ่ม ดังนี้

1. สุนัขล่าเนื้อ ( Hounds ) มีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก ผนวกกับความแข็งแรงของสรีระ ทำให้ Hounds เป็นสุนัขรุ่นแรกๆ ที่ถูกมนุษย์นำมาใช้ล่าสัตว์ สุนัข ล่าเนื้อ อาจแบ่งย่อย ได้อีก 2 กลุ่ม คือ


  • กลุ่มที่มีสายตาดี เช่น เกรย์ฮาว์น อัฟกัน และ สะลูกี้ สุนัขพวกนี้จะว่องไว วิ่งได้เร็ว และ มีสายตาดีมาก ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไป จะมีรูปร่างสูง และช่วงขายาว
  • กลุ่มที่มีประสาทการรับกลิ่นดี เช่น บัสเสทฮาว์น ดัชชุน สุนัขประเภทนี้จะมีขาสั้นแต่แข็งแรง หัวใหญ่ หูแผ่กว้างใหญ่ และ มีประสาท สัมผัสการรับกลิ่นที่ดีมาก ดีกว่ามนุษย์ถึง 1 ล้านเท่าทีเดียว
2. สุนัขเพื่อเกมส์กีฬา ( Sporting Dogs ) เป็นสุนัขพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์โดยเฉพาะ หน้าที่ของมันคือ การค้นหาเหยื่อและนำเหยื่อที่ถูกยิงแล้วกลับมาให้เจ้าของ เราสามารถแบ่งสุนัขเพื่อเกมส์กีฬาได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้


  • สเปเนี่ยน เป็นสุนัขที่มีรูปร่างขนาดกลางที่เฉลียวฉลาด จมูกรับกลิ่นได้ดีมาก มีลักษณะเด่น คือ หูจะยาวและตูบ แบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่ม คือ พันธุ์ที่ใช้ล่าสัตว์ และพันธุ์ขนาดเล็ก ที่ปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่เลี้ยงไว้ดูเล่น ในขณะที่ออกล่าสัตว์ เมื่อสเปเนี่ยนพบเหยื่อ มันจะไม่ส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าของทราบ แต่จะพุ่งเข้าโจมตีเหยื่อเลย เจ้าของจึงต้องให้มันอยู่ในระยะที่มองเห็นได้ คือ ประมาณ 20-65 เมตร เพื่อจะได้ยิงเหยื่อได้ทันก่อนจะหนีไป
  • พอยเตอร์ และเซทเตอร์ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสเปเนี่ยน ขายาว หูตูบ และจมูกรับกลิ่นได้ดีเยี่ยม ในการออกล่าสัตว์ เจ้าของจะให้สุนัขตามรอยเหยื่อ ออกไปได้ไกลกว่าในกรณีของสเปเนี่ยน จนบางครั้งอาจลับสายตาไปเลยก็ได้ ทั้งนี้เพราะเมื่อพบเหยื่อ สุนัขจะไม่เข้าโจมตีเหยื่อเลยทันที แต่จะส่งสัญญาณให้เจ้าของทราบ โดยการยืนและทำจมูกฟุดฟิดไปยังจุดที่เหยื่ออยู่ หรือบางครั้งอาจมีการยกขาหน้าร่วมด้วย สุนัขพันธุ์เซทเตอร์ ก็เช่นเดียวกัน มันจะส่งสัญญาณให้เจ้าของทราบ โดยการยืนแข็งนิ่ง แล้วค่อยๆ นั่งลง โดยสุนัขที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จะนิ่งคอยได้เป็นเวลานาน จนกว่าเจ้าของจะออกคำสั่งต่อไป มันจึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง
  • รีทรีพเวอร์ เป็นสุนัขที่เป็นมิตร แข็งแรง มีโครงสร้างที่ดี และเชี่ยวชาญในการล่าสัตว์ โดยสิ่งที่มันถนัดคือ การค้นหาและนำเหยื่อที่ถูกยิงกลับมาให้เจ้าของ โดยปกติแล้วมันมักจะทำงานร่วมกับสุนัขพันธุ์สเปเนี่ยน โดยให้สเปเนี่ยนเป็นผู้เริ่มต้นค้นหา ส่วนรีทรีพเวอร์คอยนำเหยื่อที่ถูกยิงแล้วกลับมาให้เจ้าของ นอกจากนี้ รีทรีพเวอร์ยังว่ายน้ำได้ดี มันจึงมักถูกใช้ในการล่าสัตว์ปีกที่บินอยู่เหนือน้ำ เช่น ห่านป่า เป็นต้น
3. สุนัขเทอร์เรีย ( Terriers ) ถือกำเนิดในประเทศอังกฤษ มันเป็นสุนัขขนาดเล็ก ที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ชอบดมกลิ่น ตามรอย และขุดคุ้ยหาสิ่งที่มันสงสัย มันจึงถูกใช้เป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์ โดยเทอร์เรียจะทำหน้าที่ตามรอยสัตว์ป่า เช่น กระต่าย หนู แบดเจอร์ หมาป่า เมื่อพบที่อยู่ของเหยื่อ มันจะมุดลงไปในรู ทำให้สัตว์เหล่านั้นตกใจ วิ่งออกมาจากรัง ให้คนตามล่าต่อไป


  • สุนัขเทอร์เรีย ตัวเล็ก แต่ใจสู้ แม้เทอร์เรียจะเป็นสุนัขขนาดเล็ก ขาสั้น แต่มันกลับเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว มีชีวิตชีวา ผนวกกับนิสัยประจำตัวที่อดทน และกล้าหาญ ทำให้มันถูกใช้เป็นสุนัขสงคราม บางยุคก็นำเทอร์เรียมาต่อสู้ในสนามแข่ง แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนเล่นภายในบ้าน สุนัขเทอร์เรียแยกย่อยได้อีกหลายพันธุ์ แต่เราอาจแบ่งเทอร์เรียเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของเส้นขน คือ

    • พันธุ์ขนเรียบ และ สั้น เช่น ฟอกซ์ เทอร์เรียขนสั้น
    • พันธุ์ขนหยาบ และ ยาว เช่น สก็อตทิช เทอร์เรีย และ เคอรี บลู เทอร์เรีย เป็นต้น

  • พันธุ์ยอดนิยม ดังที่ได้กล่าวข้างต้นแล้วว่า สุนัขเทอร์เรียมีต้นกำเนิดในอังกฤษ ซึ่งรวมถึงสก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์ด้วย อันที่จริงแล้ว บนเกาะอังกฤษนั้น มีเทอร์เรียมากมายหลายพันธุ์ กระจายไปตามท้องที่ต่างๆ แต่เทอร์เรียส่วนหนึ่งได้กลายพันธุ์ไป คงเหลือแต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยม เช่น


    • ฟ็อกซ์ เทอร์เรีย, บูล เทอร์เรีย, แบดลิงตัน และ แมนเชสเตอร์ เทอร์เรีย จากเกาะอังกฤษ
    • สกาย, เครน และ สก็อตทิช เทอร์เรีย จากสก็อตแลนด์ ไอริช และ เคอรี บลู เทอร์เรีย จากไอร์แลนด์ เป็นต้น
4. สุนัขทำงาน ( Working dogs ) หลังจากที่นำสุนัขป่ามาเลี้ยง เพื่อช่วยล่าสัตว์ มนุษย์ก็พบว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความสามารถเกินกว่าที่คาด มันฉลาด แข็งแกร่ง ว่องไว อดทน สายตาดี และตามกลิ่นได้อย่างดีเยี่ยม สุนัขจึงถูกคัดเลือกพันธุ์ เพื่อใช้งานนอกเหนือจากการล่าสัตว์ จนได้สายพันธุ์สุนัขทำงาน ที่มีลักษณะเด่น แตกต่างกันไปมากมาย


  • ทักษะที่หลากหลาย เป็นเวลานับศตวรรษแล้ว ที่มนุษย์นำสุนัขมาใช้งาน เช่น เฝ้ายาม สำรวจหาระเบิด (ในสงคราม) ลากสัมภาระ ต้อนฝูงสัตว์ ตามรอยผู้ร้าย และช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัจจุบันสุนัขยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตำรวจ นำทางคนตาบอด ตรวจค้นหายาเสพติด ก๊าซรั่ว ระเบิด และล่าสุดสุนัขยังถูกฝึกให้ช่วยเหลือคนหูหนวกได้อีกด้วย ตัวอย่างของสุนัขตำรวจ ได้แก่ บ็อกเซอร์ โดเบอร์แมน พินซ์เช่อร์ รอทไวเลอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด เกรดเดน
  • สุนัขขวัญใจชาวไร่ ยังมีสุนัขทำงานอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของชาวไร่ เช่น Collie , Puli , Old English Sheepdog , German Shepherd , Shetland Sheepdog และ Corgi โดยสุนัขพวกนี้ จะช่วยชาวไร่ในการเฝ้าฝูงปศุสัตว์ คอยต้อนสัตว์ ออกไปกินหญ้า และกลับบ้าน เป็นต้น พวกมันช่วยชาวไร่ทำงานได้ดีมาก จึงไม่น่าแปลกใจว่าเกือบทุกประเทศที่มีการเลี้ยงสัตว์ จะมีการพัฒนาสายพันธุ์สุนัขต้อนสัตว์ จนได้พันธุ์ประจำถิ่นของตนเอง เช่น Collie จากสก็อตแลนด์ Puli จากฮังการี และ Corgi จากเวลส์ เป็นต้น
  • สุนัขจอมอึด มีสุนัขอีกพวกหนึ่งที่แข็งแกร่ง และ อดทนมาก จนสามารถทำงานหนักๆ แทนมนุษย์ได้ เช่น ในอังกฤษสุนัขถูกใช้ให้ส่งจดหมายระหว่างเมือง และลากเกวียนบรรทุกของ นอกจากนี้ ประเทศในเขตอากาศหนาวมากๆ ซึ่งการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยังใช้สุนัข เช่น Alaskan Malamute, Siberian Husky และ Samoyed เพื่อเป็นพาหนะเดินทาง โดยสุนัขพวกนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 160 กิโลเมตร ภายในเวลา 18 ชั่วโมง และสุนัข 4 ตัวที่ใช้เทียมล้อเลื่อนสามารถลากเลื่อนที่หนักถึง 180 กิโลกรัมได้ระยะทาง 30 ไมล์ต่อวันทีเดียว
  • ความสามารถเฉพาะอย่าง มนุษย์ยังใช้สุนัขทำงานอีกหลายประเภท โดยสุนัขบางพันธุ์ถูกฝึกเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง เช่น สุนัขเซนต์ เบอร์นาร์ด ถูกฝึกให้ค้นหาและนำบรั่นดีไปให้กับผู้หลงทางในหิมะ, Bernese Mountain ลากเลื่อนที่บรรทุกนม และเนยไปส่งที่ตลาด, Portuguese Water Dog ดำน้ำงมหาอวนและเครื่องมือหาปลาที่ตกน้ำ หรือแม้กระทั่งปลาที่หลุดออกไปจากอวน นอกจากนี้ ยังมีสุนัขที่ทำหน้าที่ประหลาดที่สุด คือ สุนัขพันธุ์ Norwegian Lundehund ถูกใช้ให้เป็นหมาล่านก โดยมันถูกฝึกมาให้ทำงานในถ้ำ หรือหน้าผาที่สูงชัน เพื่อจู่โจมรังนกพัฟฟิน
5. สุนัขตุ๊กตา ( Toy ) เป็นสุนัขตัวเล็กๆ ซึ่งเดิมเค้าก็เป็นสุนัขตัวใหญ่นี่แหละ แต่ถูกพัฒนาพันธุ์จนได้สุนัขตัวจิ๋ว ที่น่ารักน่าเอ็นดู สุนัขประเภทนี้เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา มันมีบทบาทมากกับคนที่อยู่คนเดียว เช่น คนชราที่ถูกทอดทิ้ง คนป่วย รวมไปถึงเด็กๆ ด้วย


  • อดีตสุนัขไฮโซ สุนัขตุ๊กตาถือถือกำเนิดขึ้นมาตั้งหลายพันปีแล้ว โดยเมื่อ 4,000 ปีก่อน เราพบสุนัขสิงโต (Lion Dogs) ที่หน้าตาคล้ายๆ กับ สุนัขปักกิ่ง ในจีน และพบ Lap dogs ที่โด่งดังมากในกลุ่มคนโรมัน ในสมัยก่อนนั้น สุนัขตุ๊กตาเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้หญิง และเด็กๆ ในสังคมชั้นสูง เช่น ราชินีแมรี่ แห่งสก็อตแลนด์, ราชินีวิคตอเรีย, พระนางมารี อังตัวเนต และ มาดามปอมปาดัว แห่งฝรั่งเศส หรือ แม้แต่จักรพรรดินีของ จีน และ ลามะแห่งธิเบต ก็ล้วนแล้วแต่มีสุนัขคู่ใจเป็นสุนัขตัวเล็กๆ นี้กันทั้งนั้น
  • ถึงตัวเล็ก ก็เล็กพริกขี้หนูนะจ๊ะ แม้ว่าสุนัขตุ๊กตาจะตัวเล็ก ดูไม่มีพิษมีภัย แต่มันก็ยังมีสัญชาติญาณของสุนัขอยู่ครบถ้วน มันพร้อมที่จะปกป้องเจ้านาย และบ้านที่มันอาศัยอยู่ โดยการเห่าเสียงดังๆ หรือร้องหงิงๆ เตือนเมื่อมีผู้บุกรุก และบางตัวอาจถึงขั้นจู่โจมผู้บุกรุกเลย โดยไม่สนว่าผู้บุกรุกจะตัวขนาดไหน
6. สุนัข อเนกประสงค์ ( Non Sporting ) เป็นสุนัขนานาประโยชน์ตามแต่เจ้าของจะใช้งาน บางท่านก็ว่ามันก็คือสุนัขที่ไม่สามารถจัดเข้าในพวกใดพวกหนึ่ง ฟังดูแล้วดูไม่มีค่าจัง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก เพราะสุนัขพวกนี้หลายๆ พันธุ์ก็โด่งดังทะลุฟ้าเชียว เช่น สุนัขลายจุด (ดัลเมเชี่ยน) ขวัญใจเด็กๆ ไง


  • ประโยชน์ใช้สอยที่ไม่ธรรมดา ยกตัวอย่างเช่น สุนัข Lhasa Apso เป็นสุนัขที่ลามะในธิเบตเลี้ยงไว้เพื่อระวังภัย และยังถือว่าเป็นสัญญลักษณ์แห่งโชคลาภอีกด้วย สำหรับสุนัขพันธุ์เชาเชา ซึ่งถือกำเนิดในมองโกเลียเมื่อ 3,000 ปีก่อน แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นสุนัขที่ถูกใช้ในสงครามอยู่ดีๆ แต่ต่อมากลับถูกชาวจีนฆ่าเป็นอาหาร และนำเอาขนสัตว์ไปทำเครื่องนุ่งห่มเสียนี่ ว่ากันว่า ในปัจจุบันนี้ชาวเกาหลีส่วนหนึ่งยังนิยมกินเนื้อสุนัขเชาเชาและพูเดิ้ลสีแดงอยู่ โดยถือว่าเป็นอาหารอันโอชะชั้นเหลาทีเดียว

 


ก็ได้ทราบไปเต็มที่แล้วน้าว่า "สุนัข" ที่เราเล่นกับมันอยู่ทุกๆวันมีต้นกำเนิดมาจากอะไร?


คราวนี้ถ้าเกิดมีใครถามถึง ก็ใส่เต็มที่ไปเล้ย!!


 


ขอบคุณข้อมูลที่ช่วยกระจากความรู้:http://pirun.ku.ac.th/

 







บทความ โดยสมาชิกท่านนี้

กระทู้ โดยสมาชิกท่านนี้
  • ต้นกำเนิดของสัตว์โลกตัวน้อยๆ.. สุนัข++

  • ข้อสอบ โดยสมาชิกท่านนี้
    ยังไม่มีงานเขียน

    นิยาย โดยสมาชิกท่านนี้



    tidteez_k
    (Je,Tidtee)

    ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 103 ครั้ง
    เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 เดือน
    แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
    ได้รับดาว 73 ดวง

    โหวตเพิ่มดาว
    Google
     
    ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
    สำนักงาน :   02 2015735
    อีเมล์ :   
    Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
    คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
    รับรองและสนับสนุนโดย

    สสวท.

    มูลนิธิ พสวท.

    พสวท.