ออฟเฟอร์กับเรเนสนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นสุดหรูในคฤหาสน์ของเรเนส ทั้งสองนั่งรออะไรบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ นั่นก็คือผลการตรวจสอบเม็ดแก้วสีเขียวตัวการนั่นเอง เรสแท็พกลับมาเป็นปกติและร่าเริงดีเหมือนเดิม ในระหว่างที่รอนี้ ในหัวสมองของเด็กหนุ่มอาจจะรวมทั้งเพื่อนสาวของเขาด้วยเต็มไปด้วยปัญหาสารพัดอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเมื่อวานนี้ในร้านอาหารแอมเบอร์ของมาดามเนซีเนล ข่าวในหนังสือพิมพ์วิเศษแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วเสียด้วย แถมเนื้อหาออกจะผิดเพี้ยนว่า เฟซี่ พนักงานสาวเสริฟโดนคำสาปจากหนังสือพิมพ์จนต้องเข้าโรงเวทย์รักษาเพราะเกิดอาการตัวแข็งทื่อแต่ยังหายใจและก็ยิ่งเลยเถิดไปใหญ่เมื่อคนส่งหนังสือพิมพ์ถูกสำนักตรวจการแห่งฟาโต้จับไปสอบสวนซะอย่างงั้น แต่ก็ใช้เส้นพ่อของออฟเฟอร์ไปประกันตัวออกมาอย่างลับๆ พ่อของเรเนสก็ช่วยอีกแรงหนึ่งโดยการสร้างข่าวใหม่ให้เป็นไปตามนั้น และพยายามไม่ให้เด็กทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องแม้แต่นิด ส่วนมาดามเนซีเนลก็ได้ค่าปิดปากไปหลายแสนเพรนต้าเช่นกัน ก็ไม่แปลกที่เธอจะไม่พูด
ทันใดนั้นกระจกเงากรอบทองบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเกิดประกายแสงสีทองแวววับ ก่อนจะปรากฏใบหน้าของชายชราผู้หนึ่งออกมา
“คุณหนูเรเนสครับ ตามที่ลุงได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า มันไม่ได้เป็นสิ่งวิเศษที่มีพลังของเวทมนตร์เลย พูดง่ายๆก็คือมันไม่ใช่ของที่ชาวเวทย์ทำขึ้นอย่างแน่นอน”
เด็กทั้งสองดวงตาเบิกกว้างและจ้องหน้าซึ่งกันและกันอย่างแปลกใจ
“ลุงเพสพอจะรู้มั้ยว่ามันเป็นอะไร”เรเนสถาม แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อลุงแกตอบกลับมาว่า
“ขอโทษครับคุณหนู ทางเราไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร”เขาบอก “แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ หนังสือพิมพ์ของเมื่อวานนี้ไม่มีพาดหัวข่าวเรื่องวัตถุทรงกลมประหลาดอะไรเลยนะครับ ผมไปตรวจมาแล้วร้อยแล้ว”
“งั้นก็หมายความว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น จงใจขึ้นมาเพื่อทำร้ายเรสแท็พ”เรเนสพูด “แล้วทำไมถึงสร้างหนังสือพิมพ์ปลอมขึ้นมาด้วย และทำไมถึงเป็นรูปวัตถุกลมๆนั่นด้วย”
“เอ๊ะ!หรือว่าคนที่ทำ ต้องการให้เรารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับวัตถุกลมๆนั้น”
“เรสแท็พตกใจกลัวเหรอ ใช่แล้วออฟเฟอร์ เรสแท็พอาจจะตกใจกลัวรูปนั้นก็ได้ บวกกับพลังจากเม็ดแก้วบ้าๆนั่น อาจจะทำให้เรสแท็พเกิดอาการคลั่งขึ้นมา”เรเนสพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง นั่นก็ทำให้ออฟเฟอร์เห็นด้วย เพราะตอนนั้น ตอนที่เรสแท็พตกใจก็เป็นตอนที่เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ให้เรเนสฟังอยู่ มันก็เป็นเวลาที่เจ้านกขาวเห็นรูปวัตถุนั้นเข้าพอดี
“เราต้องรีบหาว่าวัตถุกลมๆที่เราเห็นนั้นคืออะไรเรเนส และอีกอย่างทำไมเรสแท็พถึงกลัวมันขึ้นมาได้”เด็กหนุ่มพูด เพื่อนสาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เราจะปล่อยให้เรื่องมันค้างคาแบบนี้ไม่ได้เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก คราวหน้าอาจจะไม่ใช่เรสแท็พแต่อาจจะเป็นชั้นก็ได้”
“อืม หลังจากนี้ไปพ่อของนาย อาจจะรวมถึงชั้นด้วย พวกท่านคงต้องสรรหาผู้คุ้มกันมาให้เราแน่ๆ”เด็กสาวบอกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ก็แน่ล่ะ”
ออฟเฟอร์เท้าคางอย่างหนักใจ แต่เขาก็พยายามบังคับอารมณ์ไม่ให้กลัวจนเกินไป ถึงกระนั้นมันก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร การปิดช่วยให้เรื่องไม่บานปลายและผู้ร้ายไหวตัวทันดูเหมือนจะไม่มีความหมายเพราะเบาะแสเทียบจะไม่ผุดให้เห็นเลยด้วยซ้ำไป มันก็น่าแปลกคนร้ายทำร้ายเฟซี่พนักงานสาวด้วยเหรอ แล้วเธอไปทำอะไรให้มันเคืองใจก่อนหน้านั้นรึเปล่า ความคิดต่างๆนานาพรั่งพรูเข้ามาในหัวของเด็กชายจนแทบจะระเบิด
ออกมา
“มีอีกเรื่องหนึ่งพวกท่านทั้งสอง”เสียงของลุงเพสทำให้ทั้งสองเบนจุดสนใจไปที่กะรจกสี่เหลี่ยมผืนผ้าบานใหญ่ “ทางนักตรวจสอบที่โรงเวทรักษา แจ้งมาว่า ผู้ป่วยเฟซี่ถูกเอาวิญญาณไปครึ่งหนึ่งทำให้เธออยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย”
“อะไรนะ!!”ทั้งสองอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว เรเนสถึงกับเอามือขึ้นป้องปากก่อนจะค่อยๆประคองสติกลับมาพูดต่อ
“งั้นก็หมายความว่า พนักงานเสริฟตัวปลอมจะต้องใช้วิญญาณของเฟซี่แน่ๆ”
ออฟเฟอร์ทำท่าคิดออกทันทีทันใด
“ไม่ผิดแน่”เขาบอก “ผู้ร้ายใช้วิญญาณของเธอ เพื่อแปลงร่างเป็นเฟรี่ก่อนจะสวมรอยเป็นเธอเพื่อทำร้ายเรสแท็พ”
“ใช่ ฉลาดมาก”แม่มดสาวชม “แต่ฉันคิดว่ามันคงไม่ได้ต้องการฆ่า เรสแทพหรอก มันเหมือนว่ากำลังทดสอบอะไรบางอย่างอยู่”
“ทดสอบเหรอ?”ออฟเฟอร์ทวนคำถามเสียงเข้ม เธอพยักหน้าแล้วตอบ
“ใช่ นายไม่เห็นอาการของเรสแท็พเหรอว่า มันกลัวพาหนะกลมๆนั่นขนาดไหน ทั้งที่มันเป็นแค่รูปภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาหลอกตา แถมยังมีเม็ดแก้วนั่นอีก มันมีปฏิกิริยาแค่เรสแท็พเท่านั้น ขนาดนายเป็นคนดูและหยิบขึ้นมายังไม่เห็นเป็นไรเลย”
เด็กชายพยักหน้าอย่างเห็นด้วย สิ่งที่เธอพูดมามันอาจจะเป็นไปได้มากจริงๆ และตอนนี้ก็ไม่มีความคิดไหนที่จะมาล้มล้างมนได้อีกแล้ว สิ่งสุดท้ายคือต้องหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด หาว่าทำไมเจ้าเรสแท็พถึงกลัวสิ่งนั้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และท้ายสุด ผู้ร้ายต้องเกี่ยวข้องกับพาหนะทรงกลมประหลาดนั่นอย่างแน่นอน
ณ ตรอกแคบๆและมืดสลัวมุมหนึ่งของตึกรามบ้านช่อง กลิ่นของขยะยังคละคลุ้งอยู่ทุกพื้นที่ แต่ชายหนุ่มผมสีเขียวเข้มคนหนึ่งยังยืนกอดอกเพื่อรออะไรบางอย่างอยู่ โดยไม่รู้สึกรู้สากับกลิ่นสาบอะไร อาจเป็นเพราะผ้าปิดหน้าที่คลุมครึ่งท่อนล่างถึงจมูกของเขาก็เป็นได้ ส่วนผ้าคลุมและชุดหนังสีดำนั้นก็ดูกลมกลืนกับความสลัวเสียเหลือเกินจนแทบจะมองไม่เห็นร่างสูงๆของเขา
ทันใดนั้นเสียงคนเดินก็ดังขึ้นมา มันเป็นเสียงของรองเท้าส้นเข็มกับก้อนอิฐกระทบกัน ร่างของเธอไม่ได้เคลื่อนเข้ามาตรงปากซอกมุมตึก แต่กำลังก้าวเท้าอย่างแช่มช้าลงผนังตึกมา ทำให้เธอดูเหมือนนินจาสาวเสียมากกว่า ชุดหนังสีเงินดูแวววาวและโดดเด่นไปพร้อมๆกับเรือนผมสั้นเลยที่เลยหูมาเล็กน้อย
“มาแล้วเรอะ เพมเมอรี่”ชายคนนั้นเอ่ยปากทำเสียงเข้ม
นั่นก็ทำให้เธอกระโดดลงมาและถึงพื้นอย่างสวยงามดังกับเป็นนักยิมนาสติก เธอค้อมกายคำนับชายหนุ่มคนนั้น ก่อนจะรีบพูดด้วยเสียงหวานใส
“ขออภัยค่ะ ท่านชาร์ล”
อีกฝ่ายดูหมือนไม่สนใจก่อนจะรีบถามราวกับเป็นเรื่องเร่งด่วน
“เรื่องที่ชั้นใช้เธอไปทำ ผลออกมาเป็นยังไง”
หญิงสาวแสนสวยฉีกยิ้มกว้างอย่างพอใจและตอบออกมาอย่างมาดมั่น
“เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากที่ดิชั้นได้ทดสอบโดยการดัดแปลงหนังสือพิมพ์เวทย์ ทั้งยังใส่เม็ดแก้วเร่งอารมณ์อีก ปฏิกิริยาที่ได้ก็คือ เจ้านกนั่นมีความกลัวเกี่ยวกับยานของเราค่ะ”
ดวงตาของชายหนุ่มหรี่ลงด้วยแววตาแห่งความดีใจและรุ่งโรจน์ ถ้าเป็นไปได้ใต้ผ้าปิดหน้านั่นคงจะปรากฏรอยยิ้มแห่งความยินดีมิน้อย แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะชมรับใช้ที่ทำงานได้สำเร็จอย่างเธอ
“เยี่ยมยอดมากเพมเมอรี่ เรื่องนี้จะถูกรายงานไปถึงนายท่านในอีกไม่ช้าแน่นอน”
เธอค้อมกายคำนับอีกครั้งด้วยสีหน้ามีความสุข
“ขอบคุณค่ะท่านชาร์ล”เพมเมอรี่กล่าว “เรื่องการสอดแนม ดิฉันไม่มีพลาดอยู่แล้ว”
ชาร์ลปรายตามองเธอนิดหน่อย ก่อนจะเบือนหน้าหนี
“ถ้าจะให้ดี เธอควรจะหัดเปลี่ยนร่างโดยไม่ใช้วิญญาณของร่างจริงนะ”
ดูเหมือนคำติติงนี้จะทำให้อีกฝ่ายทำตาขวางใส่จากด้านหลัง แต่ก็พยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วอัดอั้นออกไป
“ค่ะ ถ้าดิฉันทำได้นะ แต่ชาวพรีสเตอร์ อย่างเราก็ไม่มีใครทำได้นะคะ”
“เอาเถอะชั้นล้อเล่นน่า เธอไปได้ล่ะ”ชายหนุ่มสั่งให้เธอกลับไป สมุนสาวทำตามที่เขาบอกทันทีอย่างไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกได้อย่างช่ำชองภายในครั้งเดียว ชายหนุ่มปรายตามองเธออีกครั้งหนึ่งและเมื่อเห็นเธอไปแล้วเขาก็หันมาพูดกับตัวเองว่า
“ในที่สุดก็เจอเสียที กุญแจแห่งหงส์ขาว ต้องอยู่กับเจ้าเด็กนั่นไม่ผิดแน่”
และวินาทีนั้นเอง กระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งของชาร์ลก็เกิดส่องแสงสีแดงวูบวาบขึ้น เขารีบล้วงมันออกมา แผ่นกลมบางๆราวกับนาฬิกาพกถูกนำออกมา เขาเปิดฝาครอบสีทองออก ทำให้เห็นว่าข้างในนั้นมีเพียงกระจกที่มีปุ่มสีแดงหลายๆปุ่มตรงฝาครอบ ทันในนั้นเสียงแตกพล่าแต่ทรงไปด้วยอำนาจก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
“เจอแล้วยัง ชาร์ล”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มและตอบ
“เจอแล้วขอรับนายท่าน”
“ดี งั้นจงไปนำมันมาโดยเร็ว”
“ขอรับ นายท่าน”


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |