<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1" type="text/javascript"></script> |
|
ภณิดา ซ้ายขวัญ
รู้สึกอย่างไรคะที่ได้รับทุน อย่างแรกคือดีใจมาก เพราะการที่ได้จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ เป็นความฝันมานาน แล้วก็รู้สึกภูมิใจเพราะได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน
post ครั้งแรก: Fri 29 December 2006, 1:24 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 1 January 2007, 7:08 pm
อยู่ในส่วน: ข่าวบริการวิชาการ, ปัญหาเชาวน์, กีฬา, vservice, คอมพิวเตอร์, ภาษาอังกฤษ, ชีววิทยา, คณิตศาสตร์
|
|
ชื่อ ภณิดา ซ้ายขวัญ เกิดวันที่ 16 กันยายน 2522 ประวัติการศึกษา ระดับการศึกษาปัจจุบัน ปริญญาโท คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ A-levels Cambridge Tutors College, Croydon มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ .สงขลา มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวรนารีเฉลิม จ. สงขลา ประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลสงขลา ทุนที่ได้รับ ทุนก.พ. ส่วนกลาง |
ทราบข่าวการสอบทุนได้อย่างไร และ มีการเตรียมตัวในการสอบอย่างไร
ติดตามข่าวเรื่องทุนมาตั้งแต่ ม.ต้น แล้วอยากไปเมืองนอกมากกกก(นึกว่าจะชาวขึ้น)
ส่วนใหญ่ก็ติดตามข่าวเรื่องทุนต่างๆจากฝ่ายแนะแนวของโรงเรียนอยู่เสมอ การเตรียมตัวในการสอบก็เหมือนกับการเตรียมตัวสอบทั่วไปแต่
ฝึกภาษาอังกฤษมากขึ้น ติดตามข่าวสาร อ่านหนังสือเยอะๆ เพื่อให้ได้ความรู้รอบตัว
และพยายามหัดเขียนเรียงความ เพราะข้อสอบเป็นข้อสอบบรรยาย เราต้องเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ถึงจะอธิบายได้ถูกต้อง
และการฝึกทักษะการเขียนจะช่วยให้การตอบคำถามไม่วกไปวนมากระชับได้ใจความ
อยากให้พูดถึงทุนที่ได้รับโดยคร่าวๆค่ะ ว่าลักษณะของทุนเป็นอย่างไร มีเงื่อนไข
อย่างไร
ทุนกาญจนาภิเษก เรียนสาขาอะไรก็ได้ตามต้องการ ทุนครอบคลุมถึงปริญญาเอก แต่เมื่อจบปริญญาโทต้องกลับไปทำงานให้กับหน่วยงานรัฐสองปี
ก่อนที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาเอก
รู้สึกอย่างไรคะที่ได้รับทุน
อย่างแรกคือดีใจมาก เพราะการที่ได้จะไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นความฝันมานาน แล้วก็รู้สึกภูมิใจเพราะได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน
แถมเมื่อเราได้ทุน คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายให้เรา รู้สึกว่าเหมือนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกขั้น
เริ่มได้รับผิดชอบตัวเอง
เมื่อพูดถึงนักเรียนทุน หลายคนจะมองว่าเป็นเด็กคนนี้เป็นเด็กเรียน เด็กเก่งเลยอยากทราบความคิดเห็นของแต่ละคนค่ะ
นักเรียนทุนก็ต้องเก่งถึงระดับหนึ่ง แต่ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า การสอบทุนไม่ได้วัดแค่ความเก่ง
เพราะข้อสอบก็ไม่ได้ยากกว่าข้อสอบอื่น แต่มีความรู้สึกว่าเขาดูความคิด และมุมมองในเรื่องทั่วๆไป
ของคนๆนั้นมากกว่า โดยเฉพาะดูว่าพร้อมจะนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศหรือเปล่า เมื่อมาเรียนที่นี่ได้เจอกับรุ่นพี่และเพื่อนๆที่ได้ทุนก็ไม่เห็นจะมีใครที่เป็นเด็กเรียน
ทุกคนร่าเริง สนุกสนานเหมือนเด็กทั่วไป
รู้สึกมีแรงกดดันมั้ยคะ ที่ต้องเรียนให้ได้ตามมาตรฐานที่มีการตั้งเอาไว้
ก็ไม่กดดันอะไร พยายามทำให้ดีที่สุด ตั้งใจเรียน คิดว่าเมื่อตั้งใจทำแล้วผลออกมายังไงก็คงต้องยอมรับ
ทำไมถึงเลือกเรียนวิชาที่เรียนอยู่ตอนนี้
สมัยม.ปลายเรียนสายวิทย์-คณิต ก็ชอบวิชาฟิสิกส์กับเลขเป็นพิเศษ ตอนที่ต้องมาเลือกว่าจะเรียนสาขาไหน
ก็พยายามเลือกสาขาที่มีสองวิชานี้ ก็วิศวะนี่แหละ
มีการจัดเวลาอย่างไรระหว่าง เรียน เล่น เข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูง ทำกิจกรรมอะไรบ้าง
(เมื่อเรียนมัธยม)
ก็ไม่ได้จัดตารางอะไร แต่จะพยายามทำงานที่ได้มาในแต่ละวันให้เสร็จ เพราะเมื่องานเสร็จหมดก็จะเล่นได้เต็มที่
ก็ไปเที่ยวไป ดูหนังซื้อของกับเพื่อนบ้าง เล่นกีฬาบ้าง อ่านหนังสือ(การ์ตูน) เยอะแยะ
โชคดีด้วยที่ที่ห้องมีการนัดกันทำกิจกรรมบ่อยๆ พอถึงวันลอยกระทงก็นัดกันไปลอยกระทงร่วมกัน
พอปิดเทอมก็จัดไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ส่วนกิจกรรมกับทางโรงเรียนก็ร่วมทีมโต้วาที
เป็นตัวแทนไปแข่งขันทักษะทางวิชาการ และกิจกรรมบางอย่างก็ร่วมทำกันทั้งห้อง เช่น
ร่วมแต่งแฟนซึในโครงการถนนสีขาว ซึ่งก็สนุกดี
อยากให้เล่าประสบการณ์การเรียนในต่างประเทศค่ะ ว่าเริ่มเรียนที่ไหนอย่างไร
และ แตกต่าง จากเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน
มาแรกสุดก็เริ่มเรียนภาษาประมาณหกสัปดาห์ที่Folkestone เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
เพราะได้แต่เที่ยว (ฮ่าฮ่า) จากนั้นก็ไปเรียนA-levels ที่เมืองCroydon ก็แน่นอนว่าชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงมาก
อย่างแรกเลยก็คือระบบ A-levelsซึ่งเมืองไทยไม่มี ก็คือจะตัองเลือกเรียน 3 วิชา
สอบเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยก็ต่างกัน ก็คือเลือกมหาวิทยาลัยว่าจะสมัครที่ไหนบ้าง
เลือกได้ห้ามหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยก็จะอ่านใบสมัครแล้วก็บอกเรามาว่าจะรับเราหรือเปล่า
ถ้ารับเราต้องได้เกรดเท่าไหร่ บางครั้งก็มีการสัมภาษณ์ จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือใบสมัครที่เราต้องเขียนเรียงความเกี่ยวกับตัวเอง
ประมาณเขียนโฆษณาตัวเอง เขียนยังไงก็ได้ให้เขาอยากจะรับเราว่างั้นเหอะ สำหรับการเรียนที่แตกต่างไปก็คือไม่เห็นมีใครเรียนพิเศษ
นักเรียนในห้องก็มีจำนวนไม่มาก และที่สำคัญคืออุปกรณ์ในการทดลองมีให้เล่นเต็มที่
ปัญหาที่เคยประสบมาในการเรียนต่างประเทศ
ปัญหาชองช่วงที่มาแรกๆก็คือภาษายังไม่ดี จะพูดอะไรก็ไม่ได้ดังใจ บางครั้งก็ฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไรมาก็ได้แต่ยิ้มแหยๆพร้อม
say yes ไปเรื่อยๆ ไหนจะคิดถึงบ้าน พ่อแม่ญาติโกโหติกา และ อาหารไทย (อันนี้สำคัญเพราะอาหารอังกฤษไม่อร่อยเอามากๆ)
ก็ไม่ใช่ปัญหามากมายอะไร อาศัยค่อยๆปรับตัวไปเรื่อยๆ ร่วมกับการทำใจ ฮิฮิฮิ ก็มีบ้างทีท้อเพราะเหนื่อยแต่ก็คอยบอกตัวเองเสมอว่ามาที่นี่เพื่ออะไร
มาเพื่อเรียนหนังสือนะ ไม่ได้มาเที่ยวที่จะได้มีแต่สนุก
ท้ายนี้อยากให้ฝากอะไรเล็กๆน้อยๆ ถึงน้องๆ ค่ะ
สำหรับน้องๆที่เข้ามาอ่านนะคะ ก็อยากจะบอกว่าขอให้ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ไม่ใช่แต่เรื่องเรียนแต่ต้องหน้าที่อื่นๆด้วย ถ้าเราทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ทุกอย่างก็ต้องออกมาดี
ถ้ามันไม่ดีก็อย่าไปคิดมากว่าทำไมพระเจ้าไม่เห็นใจหรืออะไรทำนองนี้จะปวดหัวเสียเปล่าๆ
ให้นึกดูว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ทำไปยังมีข้อผิดพลาดตรงไหน แก้ไขจุดนั้น พยายามต่อไปสักวันโอกาสต้องเป็นของเราค่ะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |