เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/26" type="text/javascript"></script>
ระบบการศึกษา : แคนาดา
หลักสูตร เงื่อนไข การสอบเข้าเรียนต่อ ปีการศึกษา
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 27,795 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 7 December 2001, 8:06 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 7 December 2001, 8:06 am

หน้าที่ 4 - ระยะเวลาของการศึกษาในแต่ละหลักสูตร
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

หลักสูตรระดับปริญญาตรี (Bachelor’s
degree)


โดยปกติจะใช้เวลาในการเรียนประมาณ 3 – 5 ปี
ในแคนาดาจะมีหลักสูตรปริญญาตรีอยู่ 2 ประเภท คือ






    General Pass Degrees และ

    • Honours Degree ในหลักสูตร Honours
      Degrees นี้ นักศึกษาจะต้องเรียนเพื่อ







ให้มีหน่วยกิจมากกว่าหลักสูตรแบบ General Pass
Degrees และจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย หากนักศึกษาคิดจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท
ควรเรียนในหลักสูตรประเภท Honours Degrees


ในมหาวิทยาลัยบางแห่ง การเรียนหลักสูตรปริญญาตรีประเภท
Pass Degrees ใช้เวลาเพียง 3 ปี และหลักสูตรปริญญาตรีประเภท Honours ใช้เวลาในการศึกษา
4 ปี แต่ในมหาวิทยาลัยบางแห่งหลักสูตรทั้ง 2 ประเภท จะใช้เวลาในการศึกษามากกว่า
5 ปี จะเป็นหลักสูตรวิชาชีพ ซึ่งจะต้องมีการฝึกงาน โดยการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย
และหน่วยงานที่นักศึกษาจะไปฝึกงาน สำหรับหลักสูตรที่จำเป็นต้องฝึกงาน คือ หลักสูตรบัญชี
สถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์


หลักสูตรปริญญาโท
(Master’s degree
) 1 ครึ่ง – 2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถาบันและขึ้นอยู่กับว่านักศึกษาจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานของแต่ละหลักสูตรและต้องสอบ
Comprehensive Examination (สอบประมวลความรู้) หรืออาจต้องทำวิจัยหรือเขียนรายงานวิทยานิพนธ์หรืออาจทั้งเรียนวิชาพื้นฐานของแต่ละหลักสูตร
พร้อมทั้งเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยก็ได้ และงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์นี้สามารถนำไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้ด้วย


หลักสูตรปริญญาเอก
(Doctcral หรือ Ph.D. Degree)
ใช้เวลาในการศึกษาอย่างน้อย 2 ปี หลังปริญญาโท
หรือ 3 ปี หลังปริญญาตรี แต่อย่างไรก็ตาม นักศึกษาต้องใช้เวลาเฉลี่ยอย่างน้อย 3
ถึง 5 ปี หลังจากจบปริญญาโท หลักสูตรปริญญาเอกนี้จะประกอบด้วยวิชาพื้นฐาน การร่วมสัมมนาทางวิชาการ
การค้นคว้างานวิจัย การเขียนรายงานวิชาการ การนำเสนอ และการเขียนวิทยานิพนธ์ เป็นต้น


การศึกษาภาคปฏิบัติ (Co
– op Education)


การศึกษาภาคปฏิบัติหรือการฝึกงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา
โดยสถาบันการศึกษาได้ร่วมมือกับสถานประกอบการทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง
เพราะหากนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ขาดประสบการณ์ในการทำงาน อาจทำให้หางานทำได้ยาก
ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้สถาบันการศึกษาต่างๆ จึงมีหลักสูตรการฝึกปฏิบัติงานในหลายสาขา
ดังนั้น นักศึกษาจึงต้องเรียนในหลักสูตรภาคปฏิบัติในสาขาวิชาที่ตนเรียนอยู่ ระยะเวลาในการฝึกงานประมาณ
2 ภาคการศึกษาก่อนที่จะไปทำงานตามที่ทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ และจะใช้เวลาประมาณ 3
– 4 ภาคการศึกษา ฝึกงานในหลักสูตร 5 ปีของระดับปริญญาตรีก่อนที้จะสำเร็จการศึกษา


การศึกษาระบบนี้ เป็นที่สนใจของนักศึกษามาก
ดังนั้น จึงมีนักศึกษาสนใจเข้าสมัครเรียนกันมาก การสมัครเข้าเรียนจึงยากพอสมควร
และสถาบันบางแห่งไม่เปิดหลักสูตรแบบนี้สำหรับนักศึกษาต่างชาติ ดังนั้น การสมัครเรียนจึงควรตรวจสอบก่อนว่าหลักสูตรนั้นรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนหรือไม่


การคิดคะแนน มหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา
คิดคะแนนเป็น % และคะแนนผ่านคือ 50%


การส่งใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครสถานศึกษา


เมื่อได้รับใบสมัครแล้วควรกรอกข้อความด้วยความระมัดระวัง
ครบถ้วน สะอาด เรียบร้อย และส่งไปยังสถานศึกษานั้นๆ โดยตรงพร้อมทั้งแนบเอกสารต่างๆ
เหล่านี้ด้วย คือ




  1. หลักฐานการศึกษาภาษาอังกฤษฉบับจริง (Official
    Transcript)

  2. จดหมายรับรองของอาจารย์ผู้สอน / อาจารย์ที่ปรึกษา
    2 – 3 ท่าน (Letters of
    recommendation)

  3. หลักฐานการเงินของผู้ปกครอง (financial
    statement) (ในกรณีที่สถานศึกษาต้องการ)

  4. ใบรับรองสุขภาพจากแพทย์ (ในกรณีที่สถานศึกษาแนบมากับใบสมัคร)

  5. เรียงความประวัติส่วนตัวของนักเรียน ทั้งประวัติการศึกษาที่ผ่านมาและโครงการศึกษาต่อในแคนาดา
    ความตั้งใจ เป้าหมายในการศึกษา

  6. รูปถ่ายของนักเรียน

  7. สำเนาผลการสอบต่างๆ คือ TOEFL GMAT GRE
    SAT อย่างละ 1 ฉบับ แล้วแจ้งให้


Educational Testing Service (ETS) ส่งผลการสอบฉบับจริงโดยตรงไปยังสถานศึกษาต่อไป
เมื่อสถานศึกษาได้เอกสารต่างๆ ครบก็จะพิจารณาแล้วแจ้งผลให้นักเรียนทราบ


Application Deadline
: มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะหมดเขตรับสมัคร









วันที่ 1 มีนาคม
สำหรับ ภาคแรก

วันที่ 1 ตุลาคม
สำหรับ ภาคสอง












<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 8,420 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.