วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36" type="text/javascript"></script>
สมาธิวิปัสนา : Let Your Mind Settle Like a Clear Forest Pool
สมาธิคืออะไร สำคัญอย่างไร เราได้ประโยชน์อะไรจากการนั่งสมาธิ
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 10,148 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 8 December 2001, 6:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2001, 6:49 pm

หน้าที่ 1 - สมาธิ วิปัสสนา
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


" ทุกย่างก้าวที่มีสติ ทุกการกระทำที่ใส่ใจ
คือทางที่ตรงไปสู่ความตื่น และไม่ว่าเธอจะไปยังสถานที่ใด เธอก็จะอยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง
"




ดิฉันเริ่มรู้จักการเข้าค่ายสมาธิ วิปัสนาครั้งแรก เมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
สี่ ในขณะนั้นดิฉันย้ายไปเรียนที่เชียงใหม่ และเลือกกิจกรรมเลือกเป็น ชุมนุมสมาธิ
และเป็นได้รับเลือกเป็นประธานชุมนุม กิจกรรมชุมนุมนั้นโดยปกติแล้วจะมี การ ให้นักเรียนรู้จักว่า
สมาธิคืออะไร สำคัญอย่างไร และเราจะได้ประโยชน์อะไรจากการมีสมาธิ อีกทั้งให้นักเรียน
สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น สวดพระไตรปิฎก และบทสวดอื่นๆ และมีอาจารย์ประจำชุมนุม
ที่มีความสนใจใน เรื่องนี้ เป็นผู้บรรยาย และให้ความรู้ในเรื่องที่เราสงสัย ประกอบกับยกตัวอย่าง
หรือเล่าประสบการณ์ให้ฟัง สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าเอามือคลำ
การได้ลงมือปฎิบัติย่อมจะทำให้เราเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง ค่ายสมาธิ ครั้งแรกจึงเกิดขึ้น
โดยการจัดไปที่ วัดสันป่ายางหลวง จังหวัด ลำปาง มีคณาจารย์ และนักเรียนจำนวนมากให้ความสนใจ
เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนั้น การเข้าค่ายในครั้งนั้น ดิฉันเองเมื่อเริ่มแรกรู้สึกถึงความทรมานในสังขาร
ของตนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตื่นตั้งแต่ ตีสามเพื่อมาสวดมนต์ ทำวัตรเช้า การถือศีลแปด
การที่ต้องรับประทานอาหารเพียงหนึ่งมื้อ และดื่มน้ำปาณะ แทนอาหาร การที่ต้องนิ่งเงียบ
ไม่พูดไม่คุยกัน หรือส่งเสียงดัง นอกเสียจากจะเป็นการสนทนาธรรม การต้องนั่งสมาธินานๆ
แล้วเป็นเหน็บ การเดินจงกรม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ดิฉันไม่ได้ปฎิบัติเป็นกิจวัตร
ครั้งต้อง มาฝึกปฏิบัติ ก็ย่อมทำให้รู้สึกถึงความไม่เคยชินเป็นธรรมดา น้องๆ หลายคนที่ไปค่าย
อดรนทนไม่ได้แอบออกจากวัด ไปหาซื้อส้มตำกินกันก็มี บ้างก็แอบพกขนมมา แอบกินขนมตอนกลางคืน
บ้างก็คิดถึงบ้านอยากโทรศัพท์ เพราะว่า มัน การฝึกปฏิบัติไม่ได้สุขสบายเหมือนกับการนอนอยู่บ้าน
สองวันผ่านไปที่ดิฉันรู้สึกถึงความทรมานดังกล่าว เฝ้าถามตัวเอง ว่า นี่หรือคือการฝึกสมาธิ
วันที่สามของการเข้าค่าย ดิฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้า ลุกขึ้นไปหยิบไม้กวาด มากวาดเศษใบไม้
บริเวณ ลานวัด ถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนทำความสะอาดไปด้วยในตัว เช้านั้นเองความรู้สึกจดจ่อกับสิ่งที่ตนเองกำลังทำ
ความรู้สึกตัวว่าเรากำลังทำอะไร โดยไม่ได้ปล่อยใจให้กังวลกับสิ่งอื่น ความรู้สึกปลอดโปร่งเข้ามาในจิตใจ
ทำให้ดิฉัน สามารถที่จะยิ้มให้กับทุกๆ คนที่เดินผ่าน นั่นคือจุดเริ่มต้นค่ะ หลังจากนั้นดิฉันก็มีโอกาสเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
และ ไปช่วยกิจกรรมที่วัดอยู่หลายโอกาสด้วยกัน ดิฉันให้ความสนใจในชุมนุมสมาธิ
การทำสมาธิมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าในบางโอกาสแล้ว การทำสมาธิ ก็ไม่ใช่ ทางออกที่ดี
โดยเฉพาะหากคุณกำลังคิดจะหนีปัญหา เพราะสมาธิอาจทำให้คุณ ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
มาก ขึ้นกว่าเดิม


ความหมายของสมาธิ หมายถึงการมีจิตแน่วแน่อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งจนหยุดนิ่ง
และมีใจจดจ่อ อยู่กับสิ่งนั้น


ความหมายของกรรมฐาน หมายถึงสิ่งที่ใช้เป็นอุบายในการกำหนดจิต เพื่อพิจารณา
เจริญภาวนา เป็นเหมือนอุปกรณ์ในการฝึกอบรมจิต (บางตำราเรียก กัมมัฏฐานก็ใช้ได้เหมือนกัน)


ความหมายของวิปัสสนา หมายถึงการพิจารณาสังขารตามหลักไตรลักษณ์ (ทุกขัง
อนิจจัง อนัตตา) นั่นเอง ในความเป็นจริงจะใช้สลับกันค่อนข้างมาก โดยความหมายไม่ต่างกันมากนัก
เช่นวิปัสสนาสมาธิ หรือ วิปัสสนาภาวนาก็ได้ มีความหมายเดียวกันว่าคือการฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง
หรือการเจริญปัญญานั่นเอง


ประโยชน์ของการฝึกสมาธิภาวนา ตามหลักศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำไว้แบ่งออกเป็น
๔ ระดับ คือ


๑. สมาธิภาวนาที่เป็นไปเพื่อความสุขในปัจจุบัน หรือเพื่อพักผ่อนจิต (ทิฏฐธรรมสุขวิหาร)
๒.สมาธิภาวนาเพื่อการได้ญาณทัสสนะ คือการได้ญาณวิเศษเช่นมีหูทิพย์ ตาทิพย์เป็นต้นยังถือเป็นขั้นต้นเท่านั้น
๓. สมาธิภาวนาเพื่อสติและสัมปชัญญะ คือเพื่อให้มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าถูกต้องหรือไม่
ทำอะไรด้วยความรอบคอบ และยั้งคิด ๔.สมาธิภาวนาเพื่อความสิ้นไปซึ่งอาสวะนั่นก็คือดับกิเลสทั้งปวงได้หมด
เพื่อบรรลุนิพพานประโยชน์ของการฝึกสมาธิ


หรือในภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่ายๆ สำหรับประโยชน์ของการฝึกสมาธิภาวนา
ที่เห็นได้ชัดเจนในระดับแรกคือ ทำให้จิตใจที่เคยว้าวุ่น กลับมาเป็นสงบเยือกเย็น
คนที่เคยเอาแต่ใจตัวเองเป็นคนอารมณ์ร้อนฉุนเฉียวมาก่อน ก็ทำให้เป็นคนหนักแน่นมีเหตุผลมากขึ้น
ไม่โกรธง่ายและรู้จักระงับอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีจิตใจงาม ยังผลให้สภาพจิตโดยทั่วไปมีแต่ความปลอดโปร่ง
ผ่องใส และบ่งบอกได้จากใบหน้าที่อิ่มเอิบ หรือจะว่าแก่ช้าลงก็ไม่ว่า เพราะว่าการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
ดำเนินไปด้วยความมีระเบียบและทำงานช้าลง นั่นก็คือคนที่ฝึกสมาธิภาวนา จะมีผลพลอยได้ทำให้แลดูอ่อนกว่าไว
ในระดับที่ดีขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็คือ ช่วยรักษาโรคภายในกายเราได้ และทำให้ร่างกายเราแข็งแรง
เพราะการที่สภาพจิตที่ผ่านการฝึกสมาธิ จะทำให้กระแสคลื่นความถี่ในสมองมีระเบียบ
ไม่กระจัดกระจาย เมื่อมีระเบียบก็มีพลังงานที่แรงกว่าคนปกติ ทำให้การใช้ความคิดในเรื่องใดๆ
ก็ตามสามารถ ขบปัญหา ได้แตกและว่องไว ส่วนด้านการเดินพลังงานในจักรตามจุดต่างๆ
ของร่างกายก็เป็นการทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่บกพร่อง สุขภาพกายก็แข็งแรง
โรคภัยก็ไม่ค่อยเบียดเบียน ในระดับที่สูงขึ้นไปก็คือ ทำให้ล่วงรู้ในอดีต อนาคต
และเห็นความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่ความบริสุทธิ์ของระดับสมาธิภาวนา
ที่เป็นเช่นนี้เพราะจิตเรานิ่งและว่าง สามารถใช้พลังของจิตเพ่งกำหนดรู้ไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
จะได้คำตอบในเรื่อง นั้นๆเอง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อความหลุดพ้นก็ตาม
และนั่นก็คือเป็นการขัดเกลากิเลส และทำให้เกิดปัญญาที่แท้จริงเข้าใจต่อสภาพของสิ่งต่างๆ
ก่อนที่จะก้าวเข้าไปสู่ขั้นสูงสุด ในระดับที่สูงที่สุดก็คือ ช่วยเพิ่มบุญ หรือเรียกว่าเป็นการสั่งสมกรรมดีให้มีกระแสเพิ่มขึ้นในตัวเราเอง
กรรมดีนี้จะส่งผลแรง ได้มากน้อย แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับระดับของการทำสมาธิ ความจริงบุญที่เกิดจากสมาธินี้แม้ในระดับต้นๆที่จิตสงบ
ก็เรียกว่า ได้บุญแล้ว และกรรมดีนี่เองที่จะช่วยลดทอนแรงแห่งกระแสกรรมชั่วที่เราได้เคยทำไว้ในอดีตให้มีอำนาจน้อยลง
หรือตามให้ผลไม่ทัน เพราะอำนาจกรรมดีที่เพิ่มขึ้นจะคอยเติมให้อยู่เสมอ แต่ถ้าทำได้จนถึงขั้นสูงสุดเรียกว่า
บรรลุนิพพาน ก็คือหลุดพ้นจากอำนาจแห่งกรรมได้ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป


เราลองมาดูกันนะคะว่าหากสนใจที่จะฝึกปฏิบัติกันแล้ว จะไปที่ไหนกันได้บ้าง และลองมาดูตารางปฎิบัติคร่าวๆ
กัน


ดิฉันก็เด็กเมืองสิงห์ฯ จึงขอแนะนำสถานที่แห่งนี้ก่อนเลยค่ะ



วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี



วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี


พระราชวิสุทธิญาณมงคล หรือ หลวงพ่อจรัญ เป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และวิปัสสนาจารย์พร้อม
ๆ กัน สำหรับที่วัดนี้ ในปัจจุบันมี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
มาเข้ารับการอบรมฝึกสมาธิ กันมาก จนหาวันว่างไม่ได้ หลวงพ่อท่านได้พัฒนาวัดอัมพวันให้เป็นสถานพัฒนาจิตใจ
ยกระดับความเป็นมนุษย์ พัฒนาสังคม ในแต่ละปีจะมีผู้ที่ผ่านการ ฝึกอบรมจากวัดของท่านนับเป็นแสน
ๆ คน



ที่อยู่สำหรับการติดต่อ: ถนนสายเอเชียตรงไปตลอด ก่อนถึงตัวจังหวัดสิงห์บุรี
ประมาณ 15 กิโลเมตร อยู่ทางซ้ายมือ จะมีป้ายบอกชื่อวัดให้เลี้ยวซ้ายได้เลย


ลักษณะการให้บริการ: ที่พักอาศัย น้ำ ไฟ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหาร


ค่าใช้จ่ายแล้วแต่จะบริจาค


การเจริญสติปัฏฐานสี่ (ภาวนาว่า ยุบหนอ พองหนอ)


ระยะเวลาการฝึกอบรม: การปฏิบัติกรรมฐานแบ่งออกเป็น 4 ช่วงในแต่ละวัน
ดังนี้


ช่วงแรก4.00 - 6.30 น


ช่วงที่ 2 8.00 - 11.00 น


ช่วงที่ 3 13.00 - 17.00 น


ช่วงที่ 4 18.30 - 21.00 น


กำหนดรับประทานอาหารในแต่ละวัน 7.00 น รับประทานอาหารเช้า 11.05 น รับประทานอาหารกลางวัน
17.05 น ดื่มน้ำปานะ (นมไวตามิล)


เวลาเปิดให้บริการ: ถ้าจะปฏิบัติ 3 วันให้ไปวันศุกร์ตอนเช้า ถ้าจะปฏิบัติ
7 วัน ให้ไปวันโกนและจะ ออกจาก การปฏิบัติในในวันโกนถัดไป


สำหรับแห่งต่อไป อ่านให้ดีก่อนนะคะ เพราะเรียกว่า ถ้าหากสนใจจะเข้ารับการฝึกต้องอาศัยความพร้อมทั้ง
กาย ทั้งใจทีเดียวค่ะ ดิฉันเองยังต้องยอมรับว่า สถานที่ถัดไปนี้ คงจะเหมาะสำหรับผู้ใหญ่มากกว่าน้องๆ
หนู ทั้งหลาย


ศูนย์วิปัสนากรรมฐานธรรมกมลา ปราจีนบุรี และ ธรรมอาภา พิษณุโลก เป็นการเข้ารับการอบรมวิปัสนากรรมฐาน
ตามแนวทางของท่านอาจารย์ อูบาขิ่น ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า


วินัยในการปฎิบัติ กระบวนการทำจิตให้บริสุทธิ์โดยการสังเกตดูตนเองนี้
มิใช่เป็นเรื่องง่ายอย่างแน่นอน เราต้องปฏิบัติ อย่างจริงจัง ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องใช้ความพยายามขงอตนเองเท่านั้นจึงจะเข้าถึงการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง
ไม่มีใครอื่นที่จะทำให้ได้ ดังนั้น วิปัสสนากรรมฐานจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า
ที่จะปฏิบัติ และมีความเคร่งครัดต่อระเบียบ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและเป็นการคุ้มครองตนเองด้วย
กฎระเบียบต่างๆ จะเป็นส่วน ที่ทำให้การปฏิบัติกรรมฐานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


เวลา 10 วันนี้นับเป็นระยะเวลาที่สั้นในการที่จะเจาะลึกไปถึงระดับจิไร้สำนึกและเรียนรู้วิธีการที่จะขจัดกิเลส
ที่ตกตะตอนอยู่ในส่วนลึกสุด (อนุสัยกิเลส) การปฏิบัติให้ต่อเนื่อง โดยไม่พูดจา
หรือเกี่ยวข้องกับใครเป็นเคล็ดลับ ของความสำเร็จโดยวิธีการนี้ กฎระเบียบต่างๆ
ที่กำหนดขึ้นก็เพื่อรักษาการปฏิบัติแนวนี้ให้คงอยู่ได้ กฎเกณฑ์ ต่างๆ มิได้ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ของอาจารย์ผู้สอนหรือเพื่อความสะดวกในการบริหาร
หรือเพื่อคัดค้านประเพณี คำสอน หรือความเชื่อแบบงมงายที่มีอยู่ในบางศาสนา แต่เป็นสิ่งที่มีพื้นฐานมาจากประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติ
กรรมฐานนับพันๆ คนเป็นเวลาหลายปี และยังเป็นสิ่งที่มีเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์ การรักษากฎระเบียบจะก่อให้
เกิดบรรยากาศที่เป็นระเบียบที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปฎิบัติกรรมฐาน การฝ่าฝืนกฎระเบียบย่อม
จะทำให้ เกิดมลภาวะ


ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ให้ครบ 10 วันและจะต้องอ่านกฎระเบียบต่างๆอย่างใคร่ครวญ
ผุ้ที่คิดว่าสามารถปฏิบัติ ตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้เท่านั้นจึงควรจะสมัครเข้าปฏิบัติ
ผู้ที่มิได้เตรียมตัวที่จะใช้ความพยายามในการปฏิบัติ อย่างเต็มที่ไม่ควรสมัคร
เพราะจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ยังจะเป็นการรบกวนบุคคบอื่นที่ ตั้งใจเข้ามาปฏิบัติด้วยความเคร่งครัดอีกด้วย
ผู้เข้ารับการฝึกจะได้รับคำเตือนว่าหากเลิกฝึกก่อนที่จะจบการ อบรมเนื่องจากเห็นว่า
กฎระเบียบต่างๆ ยากที่จะปฏิบัติจะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวผู้นั้น รวามทั้งจะก่อให้เกิด
ความไม่สบายใจขึ้นมาได้ ในกรณีนี้นับว่าร้ายแรงที่สุดก็คือ เมื่อถูกเตือนหลายครั้งแล้วยังไม่สามารถปฏิบัติตาม
กฏระเบียบได้ก็จะถูกขอให้ออกไปจากการฝึกอบรม


ผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท


บุคคลที่ป่วยด้วยโรคทางจิตบางครั้งอาจต้องการสมัครมาเข้ารับการฝึกวิปัสนา ด้วยความเข้าใจผิดว่า
การปฏิบัติ วิปัสนาจะช่วยรักษาหรือ บรรเทาอาการป่วยทางจิตของตน แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่ปกติสุข
ตลอดจน การได้รับการเยียวยาทางจิตประสาทด้วยวิธีต่างๆ มาแล้วนั้น กลับจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติภาวนา
จนถึงขึ้นที่ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลยจากการเข้ามารับการฝึกอบรม หรืออาจทำให้ไม่สามารถ
อยู่รับ การฝึกอบรมตลอดหลักสูตรได้ด้วย แม้การปฏิบัติวิปัสสนาจะเป็นประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่แต่ก็มิใช่เป็นการ
ทดแทนการรักษาพยาบาลด้วยยา หรืออื่นใด เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติให้บริการโดยอาสาสมัครทั้งสิ้น
จึงทำให้ ไม่สามารถที่จะดูแลบุคคลผู้มีปัญหาเหล่านี้ โดยถูกต้องได้ ผู้มีปัญหาทางจิตประสาทจึงไม่ควรสมัครเข้ารับการ
อบรม


กฎระเบียบ


พื้นฐานในการปฎิบัตวิปัสสนาคือ ศีล ศีลจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนา สมาธิ
และกรบวนการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นั้นจะเกิดขึ้นจากปัญญา คือการรู้แจ้งเห็นจริง


ศีล


ผู้เข้าปฎิบัตวิปัสสนาทุกท่านจะต้องรักษาศีลห้า อย่างเคร่งครัดได้แก่



  1. เว้นจากการฆ่าสัตว์

  2. เว้นจาการลักทรัพย์

  3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

  4. เว้นจากการพูดเท็จ

  5. เว้นจากการดื่มน้ำเมา


สำหรับผู้ที่เคยผ่านหลักสูตรนี้มาแล้วจะต้องถือศีล 8 ซึ่งมีเพิ่มเติมคือ



  1. เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล

  2. เว้นจากการดูละครฟ้อนรำและการใช้เครื่องหอมตกแต่งร่างกาย

  3. เว้นจากการนอนบนที่นอนที่หนาและอ่อนนุ่ม


ผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้วจะรักษาศีลข้อหก ได้ โดยการ ดื่มแต่เพียงน้ำปานะ หลังจากการพักในเวลา
ห้าโมงเย็น ในขณะที่ผู้ปฏิบัตใหม่อาจจะดื่มนม น้ำชา หรือรับประทานผลไม้ได้ อาจารย์ผู้สอนอาจจะยอมให้ผู้ที่เคยปฏิบัติ
มาแล้วบางคนยกเว้นการรักษาศีลข้อนี้ได้ ถ้าหากบุคคลนั้นมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนข้อ
เจ็ด แปด นั้น ทุกคน ต้องรักษา


การยอมรับอาจารย์ผู้สอนและวิธีการปฏิบัติ


ในระหว่างการฝึก ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องรับที่จะปฏิบัติตามวิธีการและคำแนะนำของอาจารย์ผู้สอนทุกประการ
นั่นคือผู้เข้ารับการฝึกจะต้องปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติที่อาจารย์สอนโดยไม่มีการแต่งเติมหรือตัดทอนใดๆ
ทั้งสิ้น การยอมรับด้วยความเชื่อถือเท่านั้นที่จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกสามารถปฏิบัติได้อย่างขยันขันแข็งโดยตลอด
ซึ่งการยอมรับนี้ก็ควรจะมีการแยกแยะและทำความเข้าใจด้วย มิใช่เป็นไปเพราะถูกบังคับหรือหลงงมงาย
เหมือนคนตาบอด ความเชื่อมั่นที่มีต่อาจารย์ผู้สอนและวิธีการปฏิบัติจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการปฏิบัติ
วิปัสสนา


พิธีกรรมและวัตรทางศาสนาตลอดจนวิธีการปฏิบัติอื่นๆ


ในระหว่างการฝึกสิ่งที่สำคัญมากคือ จะต้องงดพิธีกรรมและวัตรทางศาสนา ต่างๆ ทั้งหมด
เช่น การจุดตะเกียง นับลูกประคำ ท่องมนต์ อดอาหาร สวดมนต์เป็นต้น การปฏิบัติกรรมฐานแบบอื่นๆ
หรือการปฏิบัติเพื่อการบำบัด รักษาอื่นๆ จะต้องเว้นด้วย เช่นการเดินจงกรม การฝึกโยคะโดยใช้สมาธิ
ทั้งนี้มิใช่เป็นการคัดค้านการปฏิบัติ วิธี อื่นๆ แต่เพื่อให้ได้ทดลองฝึกวิธีวิปัสสนาแบบนี้เพียงแบบเดียว
เพราะการนำวิธีปฏิบัติอื่นมาผสมปนเปกับ วิธีนี้ จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติหรืออาจจะทำให้การปฏิบัติไม่ได้ผลเลย
แม้ว่าอาจารย์ผู้สอน จะคอยเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกก็ตาม แต่ก็ยังมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในอดีต
เมื่อผู้รับการฦึกนำเอาวิธีการปฏิบัตินี้ ไปรวมกับวิธีอื่น จนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น
ความสงสัยความสับสนที่อาจเกิดขึ้นนั้นสามารถจะแก้ไขให้ กระจ่างได้โดยการไปพบอาจารย์ผู้สอน


การเข้าพบอาจารย์ผู้สอน


หากมีปัญหาหรือความสับสนใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาควรไปขอคำอธิบายจากอาจารย์ผู้สอนเท่านั้น
เวลา ระหว่าง 12.00 -13.00 น. จะเป็นเวลาที่จัดไว้ให้สำหรับเข้าพบเป็นการส่วตัวกับอาจารย์ที่ที่พัก
แต่ท่านก็ สามารถตั้งคำถาม ถามอาจารย์ได้ในระหว่างเวลา 21.00-21.30 น. ในห้องปฏิบัติรวม


การพบกับอาจารย์ผู้สอนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอคำอธิบายสำหรับปัญหาทั่วๆ ไปเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติ
จึงไม่ควร ใช้โอกาสนี้เสียไปกับการอภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาหรือถกเถียงกันในประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติ
วิปัสสนากรรมฐาน มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่ผู้ปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ได้ ผู้ที่เข้ารับการฝึกจึงควรมุ่งที่จะปฏิบัติ
เพียงอย่างเดียว


การรักษาความเงียบ


ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนจะต้องรักษาความเงียบนับตั้งแต่เริ่มต้นฝึกจนกระทั่ง 10.00
น. ของการฝึกวันที่ 10 การรักษาความเงียบนี้รวมไปถึงความเงียบทั้งทางกาย วาจา
และใจ โดยจะต้องไม่มีการพูดจากับใครเลย และจะต้องงดการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก้ตาม
ทั้งการออกท่าทาง การเขียนโน้ต หรือทำสัญญาณต่างๆ แต่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้หากจำเป็น
และติดต่อกับผู้ดำเนินนานได้หากมีปัญหา เกี่ยวกับที่พัก อาหาร หรืออื่นๆ แต่การติดต่อพูดจาเหล่านี้ควรมีให้น้อยที่สุด
ผู้เข้าฝึกทุกคนควรจะสร้างความ รู้สึกว่าตนเองกำลังปฏิบัติอย่างจริงจังเหมือนอยู่คนเดียว


คู่สมรส


จะมีการแยกชายหญิง แม้กระทั่งคู่สมรสก็ไม่ควรมีการติดต่อกันในระหว่างฝึก


การสัมผัสทางกาย


จะต้องไม่มีการสัมผัสทางร่างกายใดๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าในระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศ
ตลอดระยะการฝึก


โยคะและการออกกำลังกาย


แม้การทำโยคะหรือการออกกำลังกายจะไม่ขัดต่อการปฏิบัติแต่ระหว่างการเข้ารับการฝึกอบรม
สิบวันนี้ ก็ขอ อย่าให้มีการออกกกำลังกายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ท่าดัดตน บริหารร่างกายมือเปล่า
หรือวิ่งจ๊อกกิ้ง ทั้งนี้ เนื่องจากศูนย์ปฎิบัติไม่มีสถานที่ๆ จัดไว้โดยเฉพาในเรื่องนี้ถ้าต้องการออกกำลังกายทำได้เฉพาการเดินไปมา
ระหว่างชั่วโมงพักผ่อนในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น


เครื่องราง ลูกประจำ หรืออื่นๆ


สิ่งเหล่านี้ห้ามนำเข้ามาในบริเวณที่พัก หากมีการนำเข้ามาโดยมิได้ตั้งใจ จะต้องนำไปฝากไว้กับผู้ให้บริการ
ตลอดเวลาสิบวัน


ของมึนเมา


ห้ามนำเอา ยา เหล้า หรือ ของมึนเมารวมทั้งยากล่อมประสาท ยานอนหลับ และ ยาระงับประสาท
หากจะต้อง รับประทานยาเหล่านี้ตามที่แพทย์สั่งจะต้องแจ้งให้อาจารย์ผู้สอนทราบล่วงหน้าก่อนการฝึก


สูบบุหรี่


ห้ามสูบบุหรี่หรือเคี้ยวยาเส้นตลอดระยะเวลาการฝึก


อาหาร


เนื่องจากไม่สามารถที่จะจัดหาอาหารพิเศษตามความต้องการของผู้ปฏิบัติกรรมฐานได้จึงต้องขอให้ผู้เข้ารับการ
ฝึก รับประทานอาหารมังสวิรัติที่จัดเตรียมไว้ให้หากผู้ใดที่แพทย์สั่งให้รับประทานอาหารพิเศษเนื่องจากปัญหา
ด้านสุขภาพก็ขอให้แจ้งให้ผู้ดำเนินงานทราบในเวลาลงทะเบียน


เสื้อผ้า


ควรเป็นแบบเรียบง่าย สวมสบาย ไม่จำกัดสี หรือแบบ แต่ไม่ควรสวมเสื้ผ้าที่รัดตึง
โปร่งบาง เสื้อไม่มีแขน หรือ กางเกงรัดรูป ห้ามนุ่งกางเกงขาสั้นทั้งชายหญิง และ
ห้ามอาบแดดหรือเปลือยบางส่วนโดยเด็ดขาด


ความสะอาด


ผู้เข้ารับการฝึก จะต้องอยู่และปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติธรรมจึงจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำทุกวันและรักษาเสื้อผ้า
ให้สะอาด และบางครั้งอาจไม่มีบริการซักผ้า ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องซักเสื้อผ้าเอง
แต่ก็ควรทำในช่วงเวลาพัก เท่านั้น หากเป็นไปได้ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เพียงพอที่จะใช้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติ


การติดต่อภายนอก


ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ในบริเวณที่ใช้ฝึกตลอดการฝึก จะออกไปภายนอกได้เฉพาะในกรณีจำเป็นอย่างยิ่ง
จะต้องได้รับอนุญาต จากอาจารย์ผู้สอนก่อน ผู้เข้ารับการฝึกจึงต้องงด การโทรศัพท์
การเขียนจดหมาย และ การพบปะกับผู้ที่มาเยี่ยมเยีนนอกจากในกรณีฉุกเฉิน ผู้ที่มาเยี่ยมจะต้องมาติดต่อกับผู้ดำเนินงาน


ดนตรี อ่านหนังสือ และเขียนหนังสือ


ห้ามเล่นดนตรี ฟังวิทยะ และห้ามนำสิ่งที่ใช้เขียนหรืออ่านเข้ามาในสถานที่ฝึก
ผู้เข้ารับการฝึกไม่ควรรบกวน ตัวเอง โดยการจดโน๊ต การห้ามเขียนและอ่านก็เพื่อที่จะได้ปฏิบัติกรรมฐานได้อย่างเคร่งครัด


เครื่องบันทึกเทปและกล้องถ่ายรูป


สิ่งเหล่านี้จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนเป็นพิเศษเท่านั้น


นาฬิกาปลุก นาฬิกาข้อมือ ที่มีเสียงบอกเวลา


ห้ามนำมาใช้ในห้องปฏิบัติรวมอย่างเด็ดขาด และไม่ควรใช้นาฬิกาปลุกในที่พักเพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่น


ค่าใช้จ่าย


บริจาคตามสมควร


ตารางเวลา


04.00 น. ระฆังปลุก


0430 - 0630 นั่งปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว


0630 - 0800 อาหารเช้า


0800 - 0900 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม


0900 - 1100 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด


1100 - 1200 อาหารกลางวัน


1200 - 1300 พักผ่อน


1300 - 1430 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด


1430 - 1530 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม


1530 - 1730 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด


1730 - 1800 พักดื่มน้ำปานะ


1800 - 1900 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม


1900 - 2015 ฟังบรรยายในห้องปฏิบัติรวม


2015 - 2100 ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม


2100 - 2130 สอบถามข้อสงสัยกับอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม


2130 พักผ่อน


เห็นตารางแล้วหลายคนคงจะอยากถอนหายใจแบบดิฉันนะคะ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


คุณแสงดาว เชิญรุ่งโรจน์ 02-9655510-3


พ.ญ.บุญช่วย สถาปัตยวงศ์ 02-3980666


คุณลดาชาติ ไทรงาม 02-5611856


 


เชียงใหม่


ธุดงคสถานล้านนา ต.สันทราย จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์: 053-353174-6 ติดต่อ พระอนุชา
อัคคะจิตโต ให้บริการฟรี โดยมีการปฏิบัติธรรมในวันอาทิตย์ 9.00-12.00 โดยวิธีการ
กำหนดศูนย์ แบบหวลงพ่อวัดปากน้ำ เวลาเปิดให้บริการ: 6.00-21.00 ทุกวัน


กรุงเทพมหานคร


วัดอินทรวิหาร (สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี) ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย
บางขุนพรหม เทเวศน์ กรุงเทพฯ โทรศัพท์: 6285550-2, 6285550-2 บุคคลที่ติดต่อได้:
คุณสุวัฒน์ เป็นการฝึกจิตใจ และสมาธิ ให้เกิด ปัญญาและสันติสุขของคุณแม่ ดร.สิริ
กรินชัย เป็นการฝึกอบรม และปฎิบัติสมาธิสำหรับค่าบริการ แล้วแต่ศรัทธาและไม่มีการเก็บอีก
มีการฝึกอบรมทุกเดือน เป็นเวลา 8วัน7คืน และวันอาทิตย์ 13.00-16.00 โดยคณะวิทยากรของวัด
เปิดให้บริการทุกเดือน โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า


ค่ายพุทธบุตรเพื่อชีวิตใหม่ สำหรับเด็กอายุ 13-15 ปี และอายุ 15-25 ปี
ณ ยุวพุทธิก สมาคมแห่ง ประเทศไทย ซอยเพชรเกษม 54 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ยุวพุทธิกสมาคม
แห่ง ประเทศไทย โทร. 805-0790-4


สถาบันพลังจิตตานุภาพ มูลนิธิหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร วัดธรรมมงคล
ซอย 101 สุขุมวิท บางจาก พระโขนง กทม. โทรศัพท์: 311-3903, 741-3552 ติดต่อ พระมหาสุพล
ขันติพโล (ผู้อำนวยการสถาบันพลังจิตตานุภาพ) สอนเป็นหลักสูตรครูสมาธิ เพื่อทำสมาธิเป็นและเป็นครูสมาธิ
หลักสูตรละ 1500 บาท ค่าบำรุงน้ำ ไฟ สถานที่ (เป็นห้องแอร์)แล้วแต่ศรัทธาแต่มีค่าหนังสือเทอมละ
500 บาท ระยะเวลาการฝึกอบรม: เป็นเวลา 3 เทอม เทอมละ 40 วัน 1. เรียนภาคทฤษฎี
2. เรียนภาคปฏิบัติ 3. ฝึกภาคสนาม เวลาเปิดให้บริการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-20.30น.


บ้านสายลม (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พหลโยธิน8 (ซอยสายลม) กรุงเทพฯ ค่าบริการแล้วแต่กำลังทรัพย์
หลักสูตรที่เปิดสอนคือ : มโนมยิทธิ วิปัสนากรรมฐาน ทุกวันเสาร์-จันทร์ทุกต้นเดือน
เริ่มประมาณ12.00 น.


นนทบุรี


วัดศรีประวัติ ตำบลบางกรวย อำเภอ บางกรวย จังหวัด นนทบุรี ถ้าไปทางพุทธมณฑล
ตรงสี่แยกทศกัฎฐ์เข้า ถนน ตลิ่งชั่น-บางบัวทอง จากจุดนั้นประมาณ 2 กม.ก็ถึงวัด
โทรศัพท์: 01-6162205 ติดต่อ พระอาจารย์ทอง ธมฺโม ให้บริการฟรี เป็นการสอนเจริญสติปัฎฐานในแนวรูปนาม
เปิดให้บริการ: ทุกวัน(ห้องกรรมฐานว่าง)


นครราชสีมา


ศูนย์สมาธิภาวนา วัดป่าสาลวัน (วัดหลวงพ่อพุธ) อ.เมือง จ.โคราช โทรศัพท์:
01-9671435, 9552125 เปิดสอนการปฏิบัติธรรมและสมาธิ ฟรี เปิดให้บริการ: 04.00-05.00
ทำวัตรเช้า, นั่งสมาธิ 09.00-10.00 บรรยายธรรม 14.00-15.00 บรรยายธรรม 18.00-19.30
นั่งสมาธิ


ถ้าหากสนใจก็ดูนะคะว่าที่ไหนใกล้บ้าน หากท่านใดมีความประสงค์จะแนะนำสถานที่อื่นๆ
ให้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้อง ได้ทราบกัน ขอเชิญที่ Vcafe
นะคะ หรืออีเมล์มาได้ที่ wimma@vcharkarn.com





หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 ม.ค. 2550 (11:37)
แนวทางอ.โกเอ็นก้า

ธรรมสุวรรณา จ.ขอนแก่น
www.thai.dhamma.org
081-5444953
02-9932711
metta (IP:202.142.206.143)


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,228 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.