วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/77" type="text/javascript"></script>
แปลงแสงเป็นสาร
นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton รายงานว่าประสบความสำเร็จ ในการแปลงแสงให้เป็นสารแล้ว
ผู้เขียน: ศ.ดร. สุทัศน์ ยกส้าน ชมแล้ว: 11,592 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 20 December 2001, 8:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 December 2001, 8:23 pm

หน้าที่ 1 - E=mc2
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


สมการ E= mc2 ของไอน์สไตน์ ได้รับการตรวจสอบโดยการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าถูกต้อง 99.9999% เช่นเวลาลูกระเบิด ปรมาณูระเบิด หรือเวลาไฮโดรเจนรวมตัวกันเป็นฮีเลียมบนดวงอาทิตย์ ในกรณีแรกสสารส่วนหนึ่งได้กลายสภาพเป็นพลังงานแสง เสียง และความร้อนที่มีอำนาจในการทำลายสูง ส่วนในกรณีหลังมวลส่วนหนึ่งของไฮโดรเจนได้กลายไปเป็นพลังงานเช่นกัน




แต่สมการนี้อาจเขียนได้ใหม่เป็น m = E/c2 ซึ่งมีความหมายว่าหากเราทำให้พลังงาน E หายไป เราก็ควรจะได้สสารมวล m แทน นักฟิสิกส์ทุกคนได้ตระหนักมานานแล้วว่าสมการรูปแบบที่สองนี้ก็เป็นจริงเช่นกัน ในกรณีการระเบิดของจักรวาล (Big Bang) เพราะพลังงานสุญญากาศที่มีสะสมอยู่ในจักรวาลได้กลายสภาพเป็นกาแล็กซี เป็นดาวและเดือน ฯลฯ หรือเวลาที่นักฟิสิกส์เร่งอนุภาค ให้พุ่งเข้าชนกันในเครื่องเร่งอนุภาค พลังงานส่วนหนึ่งของอนุภาคได้ถูกเปลี่ยนเป็นอนุภาคชนิดใหม่มากมาย จะยังไงๆ ก็ตาม นักฟิสิกส์ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการแปลงแสงให้เป็นสารโดยใช้แสงบริสุทธิ์แต่เพียงปัจจัยเดียว




ในวารสาร Physical Review Letters ฉบับวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2543 K. McDonald นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton และคณะซึ่งประกอบด้วยนักฟิสิกส์ 20 คน ได้รายงานว่า เขาประสบความสำเร็จในการแปลงแสงให้เป็นสารแล้ว




เมื่อราว 300 ปีก่อนนี้ Isaac Newton ผู้พบแรงโน้มถ่วงได้เคยครุ่นคิดเรื่องธรรมชาติของแสงและได้ลงความเห็นว่า แสงเป็น อนุภาคเล็กๆ ที่เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง อนุภาคแสง เวลาตกกระทบกระจกหรือระนาบใดๆ จะสะท้อนในลักษณะเดียวกับที่ลูกปิงปอง กระดอนจากโต๊ะ คือมุมตกเท่ากับมุมสะท้อน ในเวลาต่อมา Thomas Young ได้ทดลองให้โลกประจักษ์ว่าแสงสามารถแทรกสอด และเลี้ยวผ่านขอบของฉากที่ขวางทางเดินของมันได้ การที่แสงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้ Young มีจินตนาการว่า แสงเป็นคลื่น ความคิดที่ว่าแสงเป็นคลื่นจึงได้รับการยอมรับกันมาจนกระทั่งถึงต้นคริสต์ศตวรรษนี้ เมื่อได้มีการทดลองมากมายที่ชี้บ่งให้เห็นว่า แสงมีพฤติกรรมที่ส่อว่าเป็นคลื่นก็ได้และอนุภาคก็ได้ ทุกวันนี้เรารู้แล้วว่าถึงแม้แสงสามารถแสดงพฤติกรรมคลื่นหรืออนุภาคได้ แต่มันก็ไม่มีวันแสดงพฤติกรรมทั้งสองรูปแบบได้พร้อมกัน และการแสดงพฤติกรรมรูปแบบใดหรืออย่างไรนั่นก็ขึ้นกับการทดลองที่เราทำ




ในการทดลองแปลงแสงให้เป็นสารของคณะวิจัยซึ่งนำโดย K. McDonald ได้มีการโฟกัสลำแสงเลเซอร์ที่มีพลังงานสูงถึง 5 แสน ล้านวัตต์ให้เป็นลำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวเพียง 0.001 มิลลิเมตร ถึงแม้แสงที่ได้จะมีความเข้มสูงมากก็ตาม แต่พลังงาน 5 แสนล้าน วัตต์ที่มีก็ยังไม่สูงพอที่จะสร้างสารได้ เพราะคิดเป็นเพียง 0.0001% ของพลังงานที่ต้องการ McDonald กับคณะจึงจำเป็นต้องเพิ่ม พลังงานแสงเลเซอร์ให้สูงขึ้น และได้พบว่าหากเขาให้แสงเลเซอร์พุ่งชนกระแสอิเล็กตรอนที่มีพลังงานสูงอย่างเฉียงๆ อนุภาคเลเซอร์ จะกระดอนแฉลบออกมา ในทำนองเดียวกับที่เวลาลูกปิงปองพุ่งชน ลูกเทนนิสเอียงๆ ดังนั้นหลังการชนอนุภาคแสงเลเซอร์จะมี พลังงานสูงขึ้น แต่แสงที่มีพลังงานสูงขึ้นจะมีความยาวคลื่นสั้นลง นั่นคือ อนุภาคแสงเลเซอร์ที่สะท้อนหลังจากปะทะกับอิเล็กตรอน จะมีสภาพเป็นรังสีแกมมาที่มีความยาวคลื่นสั้น และมีพลังงานสูง อนุภาครังสีแกมมาที่ได้เมื่อถูกชนด้วยอนุภาคแสงเลเซอร์เดิมก็ยิ่ง มีพลังงานสูงยิ่งขึ้นไปอีก จนสูงเพียงพอที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นสสารได้ และ McDonald กับคณะได้เห็นอนุภาคอิเล็กตรอนและ โพสิตรอน (positron) เกิดขึ้น (อนุภาคโพสิตรอนคือปฏิอนุภาค (antiparticle) ของอิเล็กตรอน เพราะมีคุณสมบัติทางกายภาพ เหมือนอิเล็กตรอนทุกประการ เพียงแต่มีประจุบวก ตรงข้ามกับ อิเล็กตรอนที่มีประจุลบ)




ประสิทธิภาพในการแปลงแสงให้เป็นสารวิธีนี้ ใช่ว่าจะสูงเพราะในการทดลองยิงแสงร่วม 20,000 ครั้ง McDonald ได้เห็น อนุภาคอิเล็กตรอนและโพสิตรอนประมาณ 100 คู่เท่านั้นเอง




ในอนาคตเมื่อโลกมีแสงเลเซอร์ที่มีกำลังสูงยิ่งกว่านี้ นักวิทยาศาสตร์คนใดที่ต้องการปฏิสสารปริมาณมากๆ เพื่อนำมาใช้ในการทดลอง เขาคงต้องใช้วิธีของ McDonald กับคณะ แต่ก็คงไม่มีใครหวังจะได้โพสิตรอนที่หนักมากเป็นกิโลกรัม เพราะถึงแม้เราจะใช้แสง เลเซอร์ที่มีพลังงานเท่าดวงอาทิตย์ เราก็สร้างโพสิตรอนได้เพียง 30 กรัม/วินาที เท่านั้นเอง













หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 ก.พ. 2549 (19:19)
เยี่ยมครับ สักหน่อยน่าจะเกิดไอติมรสแสงอาทิตย์ หรือรสแสงซูเปอรร์โนวา น่าอร่อย
ควาย (IP:58.147.46.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 มิ.ย. 2549 (12:39)
ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความดี ๆ ให้ความรู้กับคนไทยครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ
vcharkarn_man เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 ส.ค. 2549 (16:22)
เอ ถ้าผมจะทำธุรกิจเหมืองแร่ที่ดาวอังคาร โดยส่งแร่ เช่นทองคำ โดยผ่านทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นทองที่โลกเราอีกทีจะได้ไหมนะ?
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


ศ.ดร. สุทัศน์ ยกส้าน
(ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,694 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 155 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.