คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/102" type="text/javascript"></script>
มองมนุษย์ : ภาษิตอิศริญาณ
กวีนำข้อสังเกตเกี่ยวกับมนุษย์มาร้อยกรอง เป็นบทกวี สั่งสอนตัวใจตัวเองและผู้อื่น
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 5,687 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 December 2001, 6:43 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 26 December 2001, 6:43 pm
อยู่ในส่วน: ภาษาวรรณคดี

หน้าที่ 1 - มองมนุษย์: ภาษิตอิศริญาณ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ปัจจุบันต่างจากอดีตตรงที่มีเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์สูงมากกว่าเมื่อก่อน
ทำให้ลักษณะบ้านเมืองเปลี่ยน  ความเป็นอยู่เปลี่ยน  แม้แต่ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ก็เปลี่ยน
เช่นสูงขึ้นแข็งแรงอายุยืนขึ้น      ความรอบรู้ทางวิทยาการต่างๆมีมากขึ้น    แต่อย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยน 
คือพฤติกรรมมนุษย์ที่ยังมีกิเลสตัณหา  โง่และฉลาด  ดีและชั่วไม่ต่างจากอดีต


กวีบางคนเล็งเห็นความจริงข้อนี้มานับร้อยปีแล้ว  จึงนำข้อสังเกตเกี่ยวกับมนุษย์มาร้อยกรองเข้าเป็นบทกวี    
สั่งสอนเตือนใจเพื่อให้เข้าใจผู้อื่น และตัวเองมากขึ้นไปด้วยพร้อมๆกัน หนึ่งในจำนวนผลงานเหล่านี้ 
ไม่มีเรื่องใดจะสรรค์ขึ้นด้วยถ้อยคำคมคายเจือปนด้วยการเสียดสีอย่างแนบเนียน  เกินหน้าไปกว่างานเล็กๆชิ้นหนึ่ง 
ชื่อ "เพลงยาวอิศริญาณ"    เรื่องนี้ไม่ใช่หนังสือสอนศีลธรรมให้ทำดีหนีชั่ว 
แต่เป็นข้อคิดในการอยู่ร่วมกันในสังคม  หลายข้อก็ยังเป็นเรื่องไม่ล้าสมัย ตราบใดธรรมชาติของมนุษย์ยังไม่เปลี่ยนแปลง


ตามประวัติกล่าวไว้เพียงสั้นๆว่าผู้แต่งชื่อหม่อมเจ้าอิศริญาณ เป็นโอรสพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงมหิศวรินทรามเรศ  
อยู่ในเพศบรรพชิต ผนวชอยู่ ณ วัดบวรนิเวศในสมัยรัชกาลที่ ๔    ชาวบ้านว่าพระจริตท่านไม่ค่อยปกตินัก   
เดาว่าถ้าเป็นสมัยนี้คงจะเห็นว่าท่านเพี้ยนๆไม่ใช่เสียสติ    ครั้งหนึ่งทรงทำอะไรวิปริตไป
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสประภาษว่า "บ้า" คนอื่นๆก็พลอยเห็นตามนั้นไปด้วย   
หม่อมเจ้าอิศริญาณน้อยพระทัยจึงทรงแต่งเรื่องนี้ขึ้นเป็นภาษิต     ในตอนหนึ่งมีทำนองเปรียบเปรยกระทบเรื่องนี้ว่า


เจ้าว่างามก็ต้องงามไปตามเจ้า ก็ใครเล่าจะไม่งามตามเสด็จ


การคล้อยตามคนใหญ่คนโต  ไม่ว่านายจะทำอะไรลูกน้องก็เห็นดีเห็นงามตามไปหมด เป็นเรื่องที่เห็นได้ทุกยุคทุกสมัย 
ไม่ว่าประเทศไหนหรือระบอบการปกครองแบบไหน


ถ้าใครกำลังทะเลาะอยู่กับใคร   ลองอ่านตอนนี้ดูบ้างอาจจะใจเย็นลงได้   เป็นบทที่ว่าด้วยการรักษาน้ำใจกันในฐานะเพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน


ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาศัย
เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ


บทนี้ว่าด้วยการรู้เท่าทันตัวเองและรู้ทันผู้อื่น   จะใช้ใครทำงานก็ต้องขอไหว้วานอย่างสุภาพเขาจึงจะยินดีร่วมมือด้วย


เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า   ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องก้มประณมกร ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็นวัวมอ


บางบทก็สอนให้หนักแน่นอย่าหูเบา


อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ


หม่อมเจ้าอิศริญาณคงเคยเห็นคนชอบคุยอวดภูมิรู้มามากแล้ว จึงปรามเอาไว้ในเชิงว่า…อย่าโอ้อวดข่มคนอื่น 
เพราะจะไม่มีใครชอบ


ถ้ารู้จริงนิ่งไว้อย่าไขรู้  เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ
ไม่ควรก้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย


แต่ถ้าหากเชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งคิดจะลองดีใครให้ถึงที่สุด    เพราะเชื่อมือว่าเอาชนะได้   
หม่อมเจ้าอิศริญาณทรงเรียกว่าล้องูเห่าเล่น  ก็สอนวิธีเอาไว้ว่า


ล้องูเห่าเล่นก็ได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง
ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ


คือต้องรู้จุดอ่อนของคนเก่งที่เราไปลองดีเขา  ว่าจะปราบให้ลงได้ด้วยวิธีใด   
ถ้าไม่รู้แต่ไปลองดี อาจจะถูกตีกลับมาตายได้ง่ายๆเหมือนกัน และก็ทรงเหน็บแนมมนุษย์ด้วยกันไว้ว่า


ผีมันหลอกช่างผีตามทีมัน คนเหมือนกันหลอกกันเองกลัวเกรงนัก


ดูจากสำนวนภาษาและสติปัญญาของหม่อมเจ้าอิศริญาณที่แฝงมากับถ้อยคำ ท่านเป็นคนฉลาดที่ค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้าย 
แต่ก็ไม่ได้มองด้วยความชิงชังรังเกียจ    ทรงสอนรู้เท่าทันความเขลาและความบกพร่องของมนุษย์ 
เพื่อจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคให้ลุล่วงไปได้  แต่ในเวลาเดียวกันก็ให้เราเรียนรู้ที่จะประนีประนอมอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นอย่างไม่เดือดร้อนจนเกินไป


เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ใครทำตึงแล้วก็หย่อนผ่อนลงเอา  นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง


และที่ดีที่สุดคือท่านเตือนให้เราไม่ลืมที่จะย้อนกลับมาทบทวนพิจารณาตัวเองด้วยความรอบคอบ  
ไม่ใช่แต่จะคอยเพ่งมองแต่ความดีหรือไม่ดีของคนอื่นฝ่ายเดียว


อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,582 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 178 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

มองมนุษย์ : ภาษิตอิศริญาณ [5,688]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,339]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,285]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,748]
Global Warming { English } [159,985]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.