คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/103" type="text/javascript"></script>
หลักการตั้งชื่อ
สามัญชนไทยตั้งชื่อลูกกันง่ายๆ ความนิยมตั้งชื่อยาวๆ ไพเราะเพราะพริ้ง เริ่มในสมัยรัชกาลที่ ๕
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 12,293 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 December 2001, 7:00 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 26 December 2001, 7:00 pm
อยู่ในส่วน: ภาษาวรรณคดี

หน้าที่ 1 - หลักการตั้งชื่อ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนต้นรัตนโกสินทร์   สามัญชนไทยตั้งชื่อลูกกันง่ายๆ พยางค์เดียวหรืออย่างมากก็ไม่เกินสองพยางค์  
อย่างทอง  ขำ แจ่ม  เอี้ยง  ฉิม   อิน  จัน   หรือทองอิน  บุญมา       โดยมากชื่อเหล่านี้จะใช้ได้ทั้งหญิงและชาย 
มีซ้ำกันมากมาย   ส่วนชื่อยาวและไพเราะมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มักอยู่ในพระนามของเจ้านายเป็นส่วนใหญ่


ความนิยมตั้งชื่อยาวๆ ไพเราะเพราะพริ้งในหมู่คนธรรมดาที่ไม่ใช่เจ้านายเริ่มในสมัยรัชกาลที่
๕    ในนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน
กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่องว่า


    พลอยเคยได้ยินเจ้าคุณพ่อท่านหัวเราะเยาะเพื่อนฝูงขุนนางบางคนที่ตั้งชื่อลูกยาวๆ
ว่าทำเทียมเจ้าเทียมนาย จัญไรจะกิน  อย่างที่บ้านพระพิพัฒน์ใกล้ๆกัน ตั้งชื่อลูกคล้องจองกันเป็นจังหวะว่า
เพ็ญพิสมัย ใสสุคนธรส สดสำราญจิตต์  สนิทเสน่หา   เจ้าคุณพ่อท่านเคยเอามาร้องให้แม่ฟังเป็นจังหวะ
แล้วบอกว่าดังเหมือนเพลงแขกเจ้าเซ็น


ในสมัยรัชกาลที่ ๖ และ ๗  ชื่อคนไทยเริ่มยาวขึ้นเป็นสองพยางค์  ถือว่าเก๋ทันสมัยกว่าคนรุ่นพ่อแม่    
อย่างชื่อของลูกๆแม่พลอยคือ ประพนธ์  ประพันธ์  ประพัทธ์ และประไพ   นอกจากนี้ก็มีชื่ออย่างสมใจ  
วิมล  ยุพา อำนวย     แล้วมาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในยุค '  วัธนธัม
'พ.ศ. ๒๕๘๒  ที่รัฐกำหนดให้ผู้ชายและผู้หญิงมีชื่อเหมาะสมกับเพศของตน


ชื่อคนไทยวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ  ชื่อที่ทันสมัยในยุคหนึ่งก็กลายเป็นล้าสมัยในอีกยุคหนึ่ง
คงยากที่จะพบว่าหนูน้อยในปี ๒๐๐๐ (โดยเฉพาะคนกรุงเทพ) คนไหนคลอดออกมาแล้วพ่อแม่จะให้ชื่อว่า
ประพนธ์ หรือ สมใจ    แต่ที่นิยมกันมากการตั้งชื่อให้ถูกต้องตามหลัก   หลักที่ว่านี้มีอยู่
๒ หลัก คือตามตำราทักษาปกรณ
และหลักตัวเลข แต่ในบทความนี้จะพูดถึงหลักทักษาปกรณ์เท่านั้น
เพราะเป็นหลักที่นิยมกันแพร่หลายมากที่สุด


ตำราทักษาปกรณ เรียกอีกอย่างว่า
อัฏฐเคราะห์
มาจากอินเดีย เข้ามากับพุทธศาสนา  เดิมนิยมใช้ตั้งฉายาพระสงฆ์เมื่อบวช 
ตำรานี้มีหลักอยู่ว่าการตั้งชื่อคนควรให้สอดคล้องกับสิริมงคล ๗ อย่าง คือ อายุ
เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี  บริวาร และหลีกเลี่ยงข้อไม่ดี ๑ อย่างคือกาลกิณี 
โดยเอาตัวอักษรและวันเกิดเป็นหลักในการตั้งชื่อ


คำว่าเดช หมายถึงอำนาจวาสนา เกียรติคุณ ได้รับการยกย่องสรรเสริญ  อายุ ก็คือมีอายุยืนร่างกายแข็งแรง 
ศรี หมายถึงเสน่ห์   โชคลาภรวมไปถึงความสำเร็จ      มูละ หมายถึงทรัพย์สินหลักฐานบ้านช่อง 
อุตสาหะ คือความขยันหมั่นเพียร   มนตรี หมายถึงตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีผู้อุปถัมภ์ให้ความก้าวหน้า 
บริวารหมายถึงบุตรภรรยาสามี เพื่อนและลูกน้องที่จะช่วยเกื้อหนุน  ส่วนกาลกิณี เป็นตัวเคราะห์
ควรหลีกเลี่ยงไม่เอามาไว้ในชื่อ


คนเกิดวันอาทิตย์     ถือว่าบริวาร
คือสระทั้งหมด,  อายุ ได้แก่ตัว  ก ข ค ฆ ง,   เดช คือจ ฉ ช  ฌ ญ, ศรีได้แก่ ฏ
ฐ ฑ ฒ ณ,   มูละได้แก่ ต ถ  ท ธ น,  อุตสาหะ        คือ        ป ผ พ ภ ม, มนตรี 
คือ  ย ร ล ว  และกาลกิณี คือ ส ห ฬ อ


ถ้าคุณเกิดวันอาทิตย์  เป็นชายนิยมใช้ เดช นำหน้า ก็ควรจะขึ้นต้นชื่อด้วย จ ฉ
ช ฌ ญ  ตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ต้องเอามาทั้งหมด   ต่อไปก็เลือกเอาในบรรดา  มูละ  คือ
ต ถ ท ธ น  ตัวใดตัวหนึ่ง  หรือ มนตรี  คือเลือกมาจาก ย ร ล  ว ถ้าอยากมีอายุก็ไปหาจาก
ก ข ค ฆ ง   และจะแถมด้วย อุตสาหะ คือ  ป ผ พ ภ ม  ก็ดี  แต่หลีกเลี่ยงอย่างเอาตัว 
ส ห ฬ อ  แต่ถ้าเป็นหญิงก็นิยม ศรี นำหน้า คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ (สงสัยจะหาชื่อยาก) แต่จะไม่เอาศรีนำหน้าก็ไม่เป็นไร 
แต่ถ้าพ่อแม่อยากให้มีเสน่ห์และโชคลาภก็น่าจะเอาตัวใดตัวหนึ่งในนี้ประกอบในชื่อ


คนเกิดวันจันทร์    บริวาร
คือ ก ข ค ฆ ง, อายุ คือ จ ฉ ช  ฌ ญ, เดช คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ,  ศรี คือ ต ถ  ท ธ น,มูละ
คือ  ป ผ พ ภ ม ,อุตสาหะ คือ ย ร ล ว ,มนตรี คือส ห ฬ อ และกาลกิณี คือสระทั้งหมด 
ชื่อคนเกิดวันจันทร์จึงตั้งยากหน่อยเพราะต้องเลี่ยงสระ   อย่างชื่ออรรถกฤต เหมาะกับคนเกิดวันจันทร์ 
เพราะมีทั้ง มนตรี อุตสาหะ  ศรี และบริวาร  ข้อสำคัญคือชื่อนี้หลีกเลี่ยงรูปสระได้หมด  
ไม่มีกาลกิณี


คนเกิดวันอังคาร    ตัวกาลกิณี คือ ก ข ค ฆ ง ควรหลีกเลี่ยง
,   บริวาร คือ จ ฉ ช  ฌ ญ ,อายุ ได้แก่ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, เดชคือ ต ถ  ท ธ น,ศรีคือป
ผ พ ภ ม,มูละได้แก่ ย ร ล ว ,อุตสาหะ คือส ห ฬ อ  และมนตรี คือสระทั้งหมด


คนเกิดวันพุธ  ตอนหลังมาแบ่งเป็นพุธกลางคืนเรียกว่าราหู 
พุธกลางวันเรียกว่าพุธ แต่ในตำราทักษาปกรณ์เดิมไม่ได้แบ่ง     บริวาร คือ ฏ ฐ ฑ
ฒ ณ, อายุ คือ ต ถ  ท ธ น,  เดช คือ ป ผ พ ภ ม,  ศรี ได้แก่ ย ร ล ว , มูละ คือ
ส ห ฬ อ, อุตสาหะได้แก่สระทั้งหมด , มนตรี คือ ก ข ค ฆ ง   และกาลกิณีคือ จ ฉ ช 
ฌ ญ


คนเกิดวันพฤหัส   บริวารคือ ป ผ พ ภ ม, อายุ คือ
ย ร ล ว , เดช คือ ส ห ฬ อ, ศรี คือสระทุกตัว, มูละ คือ ก ข ค ฆ ง,อุตสาหะ คือ
จ ฉ ช  ฌ ญ,  มนตรีคือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ  และกาลกิณี คือ ต ถ  ท ธ น


คนเกิดวันศุกร์  บริวาร
คือ ส ห ฬ อ,  สระทั้งหมดเป็นอายุ, เดช คือ ก ข ค ฆ ง,ศรี  คือ จ ฉ ช  ฌ ญ, มูละ
คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ,อุตสาหะคือ ต ถ  ท ธ น,  มนตรี คือ ป ผ พ ภ ม และกาลกิณี คือ ย ร
ล ว


คนเกิดวันเสาร์  
บริวารคือ ต ถ  ท ธ น, อายุ คือ ป ผ พ ภ ม, เดช คือ ย ร ล ว, ศรี คือ ส
ห ฬ อ, มูละ ได้แก่สระทั้งหมด  อุตสาหะ คือ ก ข ค ฆ ง,มนตรี คือ จ ฉ ช  ฌ ญ และกาลกิณี
คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ


พ่อแม่บางคนเชื่อถือหลักการตั้งชื่อนี้มาก ถึงกับขอให้ผู้ตั้งใส่ตัวอักษรเข้าไปให้ครบ
๗ อย่าง  ชื่อของเด็กจึงออกมาพิสดารสะกดยากสำหรับเจ้าหน้าที่อำเภอและไปรษณีย์ 
ทำให้ระบุชื่อผู้รับผิด รับเงินธนาณัติไม่ได้   หรือลงชื่อในทะเบียนบ้านผิด แตกต่างจากสูติบัตรหรือบัตรประชาชน
ทำให้เข้าโรงเรียนไม่ได้ ทำพาสปอร์ตไม่ได้ ต้องแก้ไขใหม่กันมาเยอะแล้ว   นอกจากนี้
บางคนหลีกเลี่ยงตัวกาลกิณี ก็เลยต้องสะกดชื่อใหม่ไม่เหมือนในพจนานุกรม   อย่าง 
พัธนา  พนิฎา ศรัณญา   แทน  แต่ทางการก็อนุโลมให้ชื่อคนเป็นชื่อเฉพาะ ไม่ต้องสะกดตามพจนานุกรม 
เว้นแต่ใครดวงไม่ดีไปเจอเจ้าหน้าที่อำเภอที่เคร่งครัดไม่ยอมฟังท่าเดียว ก็จะต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
หรือวิ่งหาผู้รู้มารับรองชื่อว่าใช้ได้     เสียเวลาวุ่นวายอีกพักใหญ่กว่าจะได้ชื่อดีสมใจ


ส่วนตัวผู้เขียนเอง  กาลกิณีเป็นตัวแรกของชื่อ  แต่ก็ใช้มาเรื่อยไม่ได้เปลี่ยน 
ไม่ได้เดือดร้อนอะไรค่ะ





หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 25 ก.พ. 2549 (21:42)
ทำไมทั่วโลกไม่ใช้ภาษาเดียวกานหมดนะ จาอุตส่าห็คิดขึ้นมาใหม่กันทำไม ใช้ภาษาเดียวสื่อสารกันทั่งโลก ไปไหนก็จาได้คุยกานรู้เรื่อง
ninjanoiz เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 175 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 มี.ค. 2549 (00:43)
ผมมีกาลิณีอยู่ในชื่อ 3 ตัว

เคยแต่ตั้งชื่อและนามสกุลใหม่ให้คนอื่น แต่ตัวเองยังไม่คิดจะเปลี่ยน กลัวคนที่ตั้งให้จะมาเข้าฝันด่าเอา
สู่ฝัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 มิ.ย. 2549 (22:03)
อืมมมมมมม สงสัยคุณพ่อคุณแม่นะคะ กว่าจะตั้งชื่อเพราะๆ(รึเปล่า) ให้พวกเราได้เนี่ย คิดหัวแทบระเบิด
น้องขี้สงสัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 มี.ค. 2551 (12:00)

เกิดวัันจันทร์นะอยากเปลี่ยนชื่อไครช่วยทีคับ


rew_kuan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,581 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 178 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

หลักการตั้งชื่อ [12,294]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,275]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,468]
Global Warming { English } [159,879]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.