<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/108" type="text/javascript"></script> |
|
ตระกูลกล้องส่องดาวจากอวกาศ (ตอนที่ ๑)
ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของกล้องส่องดาว และหลักการเบื้องหลัง
post ครั้งแรก: Sun 21 January 2007, 8:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 21 January 2007, 8:12 pm
อยู่ในส่วน: ดาราศาสตร์
|
นานมาแล้วผู้เขียนไปนอนห่มดาวกลางทุ่งนาหน้าฟาดข้าว ที่บ้านโพธิ์ศรีสว่าง จังหวัดร้อยเอ็ด ชาวนามัดรวงข้าวกองพูนเหมือนกำแพงสีทอง ปล่อยให้อาบแดดกลางทุ่งจนแห้งดี แล้วก็คว้ารวงข้าวทั้งมัดด้วยไม้สองท่อนผูกเชือกต่อกัน จับฟาดไม่กี่ทีเมล็ดข้าวก็ร่วงพรูอยู่บนลานดินที่มีผ้าพลาสติกปูรองรับ ผลพวงแห่งแรงงาน ฟาดข้าวกันจนดึกใต้ตะเกียงลาน แล้วก็ตั้งเพิงหมาแหงนนอนกันกลางทุ่งใต้ผืนฟ้ามืดมิด พอสายตาปรับเข้ากับความมืดหลังจากตะเกียงลานดับลง แสงระยิบระยับจากดวงดาวนับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูเข้าสู่สายตา ยิ่งมองนานเข้า ก็ดูเหมือนผืนฟ้าลึกลำ้กล้ำไกลไปสุดคำนึง ดาวซ้อนดาวจนนับไม่หมดแม้ในผืนฟ้าแค่ฝ่ามือ แล้วใจก็คิดว่ามนุษย์เรากี่หมื่นกี่แสนปีมาแล้วที่แหงนหน้าดูฟ้าผืนเดียวกันและงงงันไปกับความงดงามสุดบรรยาย ได้สัมผัสสิ่งเดียวกับที่ผู้เขียนกำลังดื่มด่ำอยู่จากดวงดาวนับพันๆล้านๆดวงเช่นนี้ กี่ยุคกี่สมัย กี่ชั่วคนผ่านมา ที่มนุษย์เราเฝ้านั่งมองดาว เพียงด้วยสายตาและจินตนาการ ที่จะพาความคิดล่องลอยไปยังดินแดนแสนไกล จนไม่คิดแม้จะเอื้อมไปให้ถึงได้ กี่หมื่นกี่แสนปีมาแล้วที่มนุษย์ไม่รู้กี่ชั่วคน ทุรนทุรายอยากมองไปให้ไกลกว่าที่สายตาจะมองเห็น กว่าเราจะเริ่มมีกล้องดูดาวให้ใช้เป็นครั้งแรกก็เมื่อสี่ร้อยปีกว่ามานี้เอง สิ่งเดียวที่มนุษย์สมัยก่อนผู้ไร้เครื่องมือทันสมัยจะหาได้อย่างเหลือเฟือก็คือ ความชัดเจนในคืนฟ้าเปิดเดือนปิดอย่างนี้ ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ดาว เขาไม่มีอุปกรณ์ที่ความก้าวหน้าของเรานำมาช่วยให้ดูดาวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ความก้าวหน้านั้นก็พาให้แสงดาวลางเลือนเกินกว่าเราจะหาดูได้ง่ายๆไปทุกที ท้องฟ้ายามค่ำบนโลกเรา นอกจากจะถูกเลือนไปด้วยชั้นบรรยากาศแล้ว แสงสีตระการตาที่เราสร้างสรรค์มันขึ้นมาเอง ก็กลับทำให้หาที่ดูดาวคืนฟ้างามอย่างนี้ได้ยากยิ่งนัก แล้วจินตนาการก็พาให้สงสัยไปว่า ดวงดาวเหล่านี้ มีความเป็นมาอย่างไร เกิดมาจากไหน และคำถามต่อคำถามตามมาไม่รู้จบ พรั่งพรูสู่สมองเหมือนจะให้มันพองระเบิด มนุษย์เราต้องทนกลำ้กลืนความอยากรู้กันมานานกว่าจะมีวันนี้ และก็ยังมีคำถามอีกมากมาย ที่ยังต้องทนกลำ้กลืนกันไปอีก ในขณะที่ค่อยๆมะงุมมะงาหราค้นหาคำตอบในความมืดมิดของจักรวาลกันต่อไป ความรู้อันยิ่งใหญ่ก็ได้อาศัยเครื่องมืออันยิ่งใหญ่ไปค้นหา และยิ่งก็ต้องอาศัยการสั่งสมคำตอบทีละน้อยทีละนิด จากมันสมองของมนุษย์ตัวเล็กกะจิริดจำนวนมากมาย ผ่านหนทางยาวไกลไม่น้อยไปกว่าเส้นทางระหว่างดวงดาว หากเรายังจะต้องบากปั่นพากเพียรก้มหน้าแสวงหาความรู้กันต่อไปอีกนานเท่าไรนั้นไม่มีใครรู้ |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |