<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/109" type="text/javascript"></script> |
|
ฟิสิกส์ของแสงซินโครตรอน
บทความจากศูนย์วิจัย Synchrotron แห่งชาติ
post ครั้งแรก: Tue 26 February 2002, 7:45 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 26 February 2002, 7:45 pm
อยู่ในส่วน: ฟิสิกส์
|
เมื่อกล่าวถึงแสงซินโครตรอน โดยทั่วไปเราหมายถึงแสง (คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งถูกผลิตโดยเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ซึ่งโดยหลักการทำงานของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เราได้คำจำกัดความของแสงซินโครตรอน คือ
?"คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากอิเล็กตรอน (หรือโพสิตรอน) ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง ขณะกำลังเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็ก"
แสงซินโครตรอนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ไม่ใช่เพียงอิเล็กตรอนหรือโพสิตรอนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วอนุภาคมีประจุทุกชนิด เมื่อเคลื่อนที่จะปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเสมอ ปรากกการณ์นี้อธิบายได้ด้วยสมการแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์


โดย
เป็นค่าประจุไฟฟ้า
คือระยะห่างจากแหล่งประจุ และ
คือค่าความเร่งของประจุ (หารด้วยความเร็วแสง) เราจะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ของสมการของแมกซ์เวลล์ให้ลักษณะสนามไฟฟ้า (และเป็นทำนองเดียวกันสำหรับสนามแม่เหล็ก) ที่ประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนแรกแปรผกผันกับระยะทางจากแหล่งประจุยกกำลังสอง และไม่ขึ้นกับความเร่งของประจุ ส่วนที่สองแปร ผกผันกับระยะทางจากแหล่งประจุและขึ้นกับทั้งความเร็วและความเร่งของประจุด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในส่วนแรกนั้น มีค่าลดลงอย่างรวดเร็ว (เนื่องจากแปรผกผันกับระยะทางยกกำลังสอง) และมีความสำคัญ ที่บริเวณใกล้ๆแหล่งประจุเท่านั้น และเนื่องจากแหล่งประจุคืออนุภาคซึ่งมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นแสงซินโครตรอนจึงเกี่ยวข้องกับส่วนที่สอง เท่านั้น และสิ่งสำคัญ ที่เราได้จากผลลัพธ์ของสมการของแมกซ์เวลล์ก็คือ แสงซินโครตรอนเกิดขึ้นเมื่อประจุเคลื่อนที่ด้วยความเร่งเท่านั้น
ทำไมต้องทำให้อิเล็กตรอนเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็ก
ในการพิจารณาลักษณะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปลดปล่อยจากอนุภาคมีประจุนี้ เราพิจารณาปริมาณทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า กำลังการแผ่รังสี (radiation power) ซึ่งแปรผันกับค่าสนามไฟฟ้ายกกำลังสอง และเป็นปริมาณที่บอกค่าความเข้มแสง
?เราใช้ผลลัพธ์ของสมการของแมกซ์เวลล์หาค่ากำลังการแผ่รังสีดังกล่าว และแยกกำลังการแผ่รังสีออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่เกิดจากความเร่งในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ และส่วนที่เกิดจากความเร่งในแนวขนานกับการเคลื่อนที่ กล่าวคือ
![]()

โดย
คือมวลของประจุ และ
คือ Lorentz factor ?(ซึ่งมีค่าเท่ากับพลังงานของประจุหารด้วย พลังงานมวลนิ่ง)
?จะเห็นได้ว่า ด้วยแรงเร่งเท่ากัน แสงที่ถูกปลดปล่อยออกจากประจุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร่ง ในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่นั้น มีความเข้มสูงกว่าแสง ที่ถูกปลดปล่อยออกจากประจุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร่ง ในแนวขนานกับการเคลื่อนที่ถึง?
เช่น? อิเล็กตรอนพลังงาน 1 GeV มีค่า
width=80> ดังนั้นอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร่งในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่จะปลดปล่อยแสงที่มีความเข้มสูงกว่าอิเล็กตรอนที่เ คลื่อนที่ด้วยความเร่งในแนวขนานกับการเคลื่อนที่ถึงเกือบ 4
ล้านเท่า!!
color=#0000ff>หากต้องการแสงซินโครตรอนซึ่งมีความเข้มสูง ต้องทำให้ประจุเกิดความเร่งในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ นั่นคือทำให้ ประจุเลี้ยวโค้งโดยการเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก (จากผลของ Lorentz force)
ทำไมต้องอิเล็กตรอน
ไม่เพียงแต่อิเล็กตรอนหรือโพสิตรอนเท่านั้น อนุภาคมีประจุทุกชนิด เมื่อเคลื่อนที่จะปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเสมอ เพียงแต่เราเห็นได้จากค่ากำลังการแผ่รังสี
width=24> ว่าความเข้มแสงที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นแปรผกผันกับมวลของอนุภาคยกกำลังสี่ นั่นเป็นเหตุผลที่ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนใช้อนุภาคอิเล็กตรอนหรือโพสิตรอนซึ่งเป็นอนุภาคมีประจุที่มีมวลน้อยที่สุด
ทำไมต้องความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง
ประจุซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างกันจะปลดปล่อยแสงที่มีลักษณะต่างกัน เราพิจารณากำลังการแผ่รังสีของประจุที่เคลื่อนที่ ด้วยความเร็วต่างกันสองค่าดังรูป

จะเห็นได้ว่า ยิ่งอนุภาคเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จะยิ่งปลดปล่อยแสงออกมาในมุมที่เล็กยิ่งขึ้น
(ในทิศของการเคลื่อนที่) ดังนั้น
แสงซินโครตรอนซึ่งปลดปล่อยจากอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง
จึงเป็นแสงที่ลำเล็ก และมีความคมสูงมาก (highly collimated light)


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |