คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1095" type="text/javascript"></script>
ฟิสิกส์ของหลุมดำ จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
หลุมดำนับว่าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายในวงการวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการก่อเกิดของมัน โครงสร้าง หรือในแง่ของการเชื่อมโยงฟิสิกส์หลุมดำกับศาสตร์แขนงต่างๆ เป็นที่กล่าวกันว่าเราจะไม่สามารถเข้าใจแรงโน้มถ่วงได้อย่างสมบูรณ์หากเราไม่เข้าใจหลุมดำเสียก่อน
ผู้เขียน: ณฤทธิ์ ปิฎกรัชต์ ชมแล้ว: 24,700 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 7 January 2007, 12:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 11:44 am
อยู่ในส่วน: ฟิสิกส์, ดาราศาสตร์
สารบัญ

หน้าที่ 3 - การค้นพบหลุมดำ, เทอร์โมไดนามิก และ อนาคต
897
Prof. John Wheeler


มีเกร็ดความรู้เกี่ยวหลุมดำที่ควรรับทราบบางประการคือ คำว่า black hole ที่ในภาษาไทยใช้ว่าหลุมดำได้มีการคิดค้นขึ้นในปี 1967 โดยนักฟิสิกส์ชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า John Wheeler เขาเป็นผู้มีชื่อเสียงมากไม่เพียงเพราะผลงานที่เขาสร้างขึ้นเท่านั้น เป็นเพราะว่านักศึกษาที่เขาสอนได้รับรางวัลโนเบลฟิสิกส์ไปหลายคนและเขาก็ยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ ซึ่งอายุของท่านน่าจะประมาณอย่างน้อยก็ 96 ปีแล้ว


ที่กล่าวข้างต้นยังเป็นสิ่งทีท้าทายนักฟิสิกส์และผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ การชี้บ่งครั้งแรกเกิดขึ้นไปใน 1971 โดยที่เชื่อกันว่าระบบ Cygnus X-1 มีแนวโน้มที่จะเป็นหลุมดำมากที่สุด และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีการศึกษาหลุมดำด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง Hubble หรือดาวเทียมวัดการแผ่รังสีโดยทางอ้อม


การศึกษาโครงสร้างทางทฤษฎีของหลุมดำ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการที่มีการค้นพบว่า หลุมดำมีสมบัติเชิงอุณหภูมิโดย Bardeen, Carter และ Hawking ในปี 1973 ซึ่งสมการอุณหพลศาสตร์ของหลุมดำ มีรูปแบบคล้ายกับสมการอุณหพลศาสตร์ที่ศึกษากันในระดับอุดมศึกษา ในงานของนักฟิสิกส์ทั้งสามทำให้เราทราบว่า อุณหภูมิของหลุมดำแปรผันกับความโน้มถ่วงที่พื้นผิว (surface gravity) ใช้ตัวอักษรว่า \kappa


อุณหภูมิของหลุมดำมีค่า ดังนี้


\displaystyle{T = \frac{\kappa}{2\pi}}


กฎนี้ถือว่าเป็นกฎข้อที่ศูนย์ (zeroth law) สำหรับกฎข้อที่ 1 ในอุณหพลศาสตร์ทั่วไปกล่าวว่า


dE = T dS + work terms


สำหรับหลุมดำมีสมการอุณหพลศาสตร์ข้อที่ 1 อยู่ในรูป


\displaystyle{dM =  \frac{\kappa}{8\pi} dA } + work terms


โดยที่ A คือพื้นผิวของหลุมดำ ดังนั้นเมื่อเราทำการเทียบสองสมการโดยใช้อุณหภูมิ (T) ที่ได้จากกฎข้อที่ศูนย์ จะได้ว่าเอนโทรปีของหลุมดำก็คือ


\displaystyle{S = \frac{A}{4}}



โดยที่เราเลือกที่จะใช้ค่าคงที่ธรรมชาติ ซึ่ง G = c = \hbar = k_B = 1 และจำนวณ \displaystyle{\frac{1}{4}} จริง ๆ แล้วก็สามารถหาได้จากการคำนวณที่ Hawking ทำ นั่นคือการคำนวณโดยทฤษฎีควอนตัมสนาม (quantum field theory) สมการความสัมพันธ์ระหว่างเอนโทรปีกับพื้นผิวของหลุมดำถือเป็นสมการที่สวยงามแต่ก็ยังไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนว่าทำไมเอนโทรปีของหลุมดำจึงแปรฝันกับขนาดของพื้นผิวแทนทีจะเป็นปริมาตรเหมือนกับวัตถุอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ก๊าซหรือของเหลวต่าง ๆ


อนึ่ง เอนโทรปีของหลุมดำเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ เอนโทรปีเบคเคนสไตน์-ฮอว์กิ้ง (Bekenstein-Hawking entropy) เนื่องจาก David Bekenstein นักฟิสิกส์ชาวอิสราเอลเป็นคนหนึ่งที่ได้เสนอว่าหลุมดำจะต้องมีเอนโทรปีอยู่ และเขาก็ได้ศึกษาเรื่องเอนโทรปีของหลุมดำในหลายแง่มุมมาเป็นเวลาร่วม 3 ทศวรรษ ความยากและความสับสนในเรื่องการมีเอนโทรปีในหลุมดำก็คือว่า เพราะในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปเป็นทฤษฎีแบบคลาสิก ดังนั้นอุณหภูมิของหลุมดำจริงแล้วต้องเป็นอุณหภูมิสัมบูรณ์ (0 เคลวิน) แต่เมื่อมีการค้นพบการแผ่รังสีฮอว์กิ้งและได้มีการยอมรับว่าหลุมดำมีเอนโปรปี นักฟิสิกส์ก็เลยต้องพยายามเข้าใจโครงสร้างทางกลศาสตร์สถิติ (statistical mechanical structure) ของหลุมดำให้ได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากคำอธิบายทางกลศาสตร์สถิติหรือทฤษฎีทางด้านนี้ยังไม่มีการจัดตั้ง ดังนั้นการศึกษาทางด้านนี้จึงเปิดกว้าง การสร้างแบบจำลองใหม่จึงมีความเป็นไปได้ไม่น้อยตราบเท่าที่กระบวนการสร้างแบบจำลองเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลตามหลักฟิสิกส์และคณิตศาสตร์


898
Prof. David Bekenstein



ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันว่าค่าคงที่แห่งเอกภพ (cosmological constant มักใช้ตัว \Lambda แทน) มีอยู่จริง ๆ ซึ่งตรงข้ามกับไอน์สไตน์เคยคิดว่าการที่เขาใส่ค่าคงที่แห่งเอกภพลงไปเป็นความผิดพลาดมหันต์ ดังนั้นถ้าทำการถอดสมการไอน์สไตน์ที่มีค่าคงที่แห่งเอกภพลงไป ผลเฉลยหลุมดำที่ได้ก็จะเป็นผลเฉลยที่มีโครงสร้างที่เปลี่ยนไปรวมถึงสมบัติทางอุณหพลศาสตร์ (thermodynamic properties) ด้วย โดยที่ถ้าเรามีค่าคงที่ของเอกภพเป็นปริมาณลบเราจะเรียกผลเฉลยหลุมดำนั้นว่า หลุมดำเอดีเอส (AdS black hole) โดยที่ AdS มากจากคำว่า Anti de-Sitter ในขณะที่ถ้าค่าคงที่ของเอกภพเป็นปริมาณบวก ผลเฉลยหลุมดำก็จะเรียกว่า หลุมดำดีเอส (dS black hole) จริง ๆ แล้ว de Sitter เป็นชื่อสกุลของนักดาราศาสตร์ชาวดัชต์ในอดีตคนหนึ่ง


การศึกษาวิจัยฟิสิกส์หลุมดำในปัจจุบัน มักจะมีการศึกษาหลุมดำในพื้นหลังกาลอวกาศ (spacetime background) หลาย ๆ แบบแล้วมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจหรือเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เช่น สมบัติทางอุณหพลศาสตร์ของหลุมดำเคอร์ในพื้นหลังแบบไม่มีค่าคงที่แห่งเอกภพก็จะต่างไปจากหลุมดำเคอร์ที่ศึกษาในพื้นหลังดีเอสหรือเอดีเอส และนอกจากผลเฉลยหลุมดำที่ได้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพแล้ว ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงอื่น ๆ ก็ให้ผลเฉลยหลุมดำเช่นกันถึงแม้ว่าจะมีค่าเพียงแค่แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (mathematical model) นอกจากนี้นักฟิสิกส์หลุมดำหรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังสามารถศึกษาหลุมดำได้ในมิติกาลอวกาศที่ต่างไปจาก 4 มิติด้วย ไม่ว่าจะใน 2 มิติ เช่นหลุมดำดิลาตอน 2 มิติ (2 dimensional dilaton black hole) ซึ่งเป็นหลุมดำที่ต้องมีประจุสเกลาร์ดิลาตอน ในหรือ 3 มิติ ซึ่งมีหลุมดำบีทีแซด (BTZ black hole) ซึ่งค้นพบเมื่อไม่เกิน 15 ปีที่ผ่านมาโดย Bernados Teitelboim และ Zanelli ชาวชิลี สำหรับหลุมดำชนิดนี้เป็นหลุมดำที่ใช้เป็นแบบจำลองทางทฤษฎี (theoretical model) หรือแบบจำลองของเล่น (toy model) ที่เป็นที่นิยมเพราะโครงสร้างของแรงโน้มถ่วงใน 3 มิติสามารถเชื่อมโยงกับการสร้างทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมได้ง่ายกว่าในมิติอื่น ๆ อย่างไรก็ตามผู้เขียนขอเน้นว่าการศึกษาแรงโน้มถ่วงใน 3 มิติถึงแม้จะสามารถสร้างทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมได้จริง ๆ ก็ไม่ถือว่ามนุษย์เราประสบความสำเร็จเพราะโลกที่เราอยู่ไม่ได้เป็นโลกใน 3 มิติ


นอกจากนี้ทฤษฎีสตริง (string theory) ก็ให้ผลเฉลยหลุมดำเช่นกัน แต่มิติที่ผลเฉลยมีอยู่นั้นจะอยู่ในมิติที่สูงกว่า 4 มิติ ถึงแม้จะมีวิธีในการยุบขนาดมิติ (compactification) นั้นลงมาเป็น 4 มิติเราก็ยังไม่ได้สมบัติของหลุมดำที่เหมือนกับหลุมดำที่ได้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพ ดังนั้นจึงอาจจะกล่าวได้ว่านอกจากทฤษฎีสัมพัทธภาพแล้วยังไม่มีทฤษฎีใด ๆ ที่ให้ผลเฉลยหลุมดำเชิงกายภาพที่ดีกว่า เพียงแต่ว่าการศึกษาสมบัติทางอุณหพลศาสตร์ของหลุมดำในทฤษฎีแรงโน้มถ่วงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นใน 2 มิติ 3 มิติ (หลุมดำบีทีแซด) หรือในทฤษฎีสตริงจะให้ความเข้าใจมากขึ้น สำหรับการศึกษาเชิงอุณหพลศาสตร์ในรูปแบบล่าสุดใน 4 มิติแบบใหม่ก็คือการศึกษามิติของสถานะ (phase space) เชิงเรขาคณิตที่ชื่อว่าเรขาคณิตรุปไปน์เนอร์ (Ruppeiner geometry) โดยที่ผลจากการคำนวณให้ผลลัพธ์ที่ตรงกับที่คำนวณไว้จากทฤษฎีอื่น ๆ ด้วย ข้อดีของการใช้เรขาคณิตรุปไปน์เนอร์ในการศึกษาหลุมดำก็คือสามารถพอที่ทำนายความไม่มีเสถียรภาพเชิงอุณหพลศาสตร์ (thermodynamic instability) ของหลุมดำได้ระดับหนึ่ง เป็นที่หวังกันว่าการศึกษาเชิงเรขาคณิตแบบนี้จะทำให้นักฟิสิกส์เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างเชิงอุณหพลศาสตร์กับกลศาสตร์สถิติได้ แต่คาดว่าหนทางยังอีกยาวไกล


สำหรับการศึกษาด้านอื่น ๆ ของหลุมดำเชิงทฤษฎีก็จะเกี่ยวข้องกับเอนโทรปีไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหลักโฮโลกราฟฟิก (holographic principle) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจริงที่ว่าเอาโทรปีของหลุมดำ (หรือข้อมูลที่อยู่ในหลุมดำ) ถูกห่อปกคลุม (bound) โดยขนาดพื้นผิวของมัน หรือจะเป็นการศึกษาควอไซ นอร์มอลโมด (quasi normal mode) ของหลุมดำซึ่งเป้าหมายหลัก ๆ ก็ไม้พ้นการพยายามค้นหาทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมเพราะนี่คือหนึ่งในวิถีการสรรหา ซึ่งเรียกกันว่าทฤษฎีแรงโน้มถ่วงควอนตัมลูป (loop quantum gravity) ทฤษฎีนั้นที่เหนือไปจากทฤษฎีสตริง


เพื่อที่จะรวบรวมใจความของบทความทั้งหมดนี้ว่าไว้ในไม่กี่ประโยคก็คือ การศึกษาฟิสิกส์ของหลุมดำในทางทฤษฎีทุกวันนี้ก็มีเป้าหมายหลักที่ไม่พ้นความเข้าใจแรงโน้มถ่วงให้มากขึ้น เพราะหลุมดำเป็นวัตถุ (อาณาบริเวณ) ที่มีการแสดงออกถึงแรงโน้มถ่วงในหลาย ๆ รูปแบบ หนทางในอนาคตจะยาวไกลเพียงใจคงไม่ใครสามารถบอกได้ แต่เป็นที่เชื่อกันว่าเรามาถูกทางแล้วไม่ว่าจะเดินด้วยวีถีทางใดก็คาดกันว่าจะลู่เข้าสู่เป้าหมายเดียวกันได้
เกี่ยวกับผู้เขียน
903 ณฤทธิ์ ปิฎกรัชต์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาปริญญาเอกทางฟิสิกส์ทฤษฎี ณ มหาวิทยาลัยสตอกโฮล์์ม ประเทศสวีเดน ณฤทธิ์ทำงานวิจัยด้าน อุณหพลศาสตร์ของหลุมดำ (black hole thermodynamics) โดยแนวทางใหม่โดยใช้ Ruppeiner geometry ซึ่งเป็น information geometry ชนิดหนึ่ง

สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่ http://www.physto.se/~narit/
ณฤทธิ์ เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่อีกท่านหนึ่งที่ร่วมเผยแพร่ความรู้สู่สังคมไทยผ่านวิชาการดอทคอม






<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 ม.ค. 2550 (20:43)
Can you explain more about quasi-normal mode you mentioned in the article? Thank you very much.
curious (IP:209.234.66.97)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 ม.ค. 2550 (16:30)
Quasi-normal modes of black holes (BHs) arise when you study perturbation of BH. Once the BH is perturbed you can study wave propagations in BH geometries which allow you to study furthermore such as the stability of the BH itself as well as the generation of gravitational waves. The easiest way to study this is to assume linear perturbation. I am not an expert on this. I just wanted to add that in my article to catch some attention because there is a Thai physicist working in this field. His name is Suphot Musiri. If you know how to access the arXiv, you will be able to find his address as such. He is at Mor Sor Wor Prasanmit, so he is in Bangkok. You'd better ask him further questions. He is a nice guy.
The author (IP:130.237.208.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 ม.ค. 2550 (20:11)
นักฟิสิกส์นี่เก่งกันจริงๆเลยค่ะ อ่านตาลายเลยนะ ช่วยๆกันทดลองกันไปเรื่อยๆ ทำทุกวิถีทางพิสูจน์มันให้เป็นจริง สู้ตาย!
Poylittlegirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ม.ค. 2550 (03:59)
ขอบคุณมากครับคุณ Poylittlegirl จากนักฟิสิกส์คนหนึ่ง
The Author (IP:213.100.106.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 ม.ค. 2550 (14:53)
หลุมดำจะเป็นรูหนอนอย่างหนึ่งหรือไม่ละครับ หรือจะเป็นที่เวลาหยุดนิ่งเท่านั้น
P.S.FilM/prichchaya@hotmail.com (IP:202.129.16.242)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 19 ม.ค. 2550 (06:15)
การที่จะเป็นรูหนอนได้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ condition ครับ
แต่จริง ๆแล้วรูหนอนก็คือผลเฉลยของสมการไอน์สไตน์นั่นเอง
หลุมอย่าง Schwarzschild ก็เป็นรูหนอนได้ถ้าเอาหลุมดำกับหลุมขาวมาต่อกัน
อย่างที่รู้จักกันในชื่อว่าสะพาน Einstein-Rosen
The Author (IP:213.100.106.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 ก.พ. 2550 (02:28)
คุณแพรวก็เริ่มศึกษาได้ครับ ฟิสิกส์เป็นวิชาแห่งเสรีภาพแห่งความคิด ถ้าแนวความคิดของคุณสามารถใช้ตอบคำถามได้ ก็จะได้การยอมรับได้ อย่างไรก็ตามการที่จะไปศึกษาระดับสูงในฟิสิกส์ได้จะต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่ดีครับ
The Author (IP:213.100.106.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 ก.พ. 2550 (13:26)
เห๊อๆๆ เก่งกานมากๆเรยอ่ะน๊ะค๊ะเนี่ย เห๊อะๆ สู้ๆละกานนาค๊ะ เด๋ซจาคอยช่วยเปงกำลังจายให้นาค๊ะ^^
!i!--**CeE**--!i! (IP:203.113.15.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 18 ก.พ. 2550 (13:32)
ปอยได้ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งในห้องสมุดของโรงเรียน มันมีชื่อว่า
"นักอยากวิจัยสำหรับเด็กไทยที่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์"
ซึ่งเป็นหนังสือที่ถูกใจอย่างแรงเลยค่ะ เนื้อหาด้านในดีมากๆ ส่วนหนึ่งของหนังสือมีบอกถึงคุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักฟิสิกส์ และอื่นๆที่เกี่ยวกับวงการวิทย์ของเราค่ะ
แต่เนื่องจากว่าชอบฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ จึงขอยกคุณลักษณะของนักฟิสิกส์มาก่อนนะคะ
แววนักฟิสิกส์
1.ฉันชอบเรียนรู้ปรากฎการณ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้อย่างไร น้ำขึ้นน้ำลงเกิดขึ้นได้อย่างไร ทางช้างเผือกเป็นอย่างไร (ข้อนี้ตรงกับปอยเด๊ะค่ะ)
2.ฉันชอบจินตนาการ (ใช่เลย!! ถูกเป๋ง จินตนาการล้ำเลิศ รถกับคนวิ่งเร็วเท่ากันชนกันจะเกิดอะไรขึ้น คนจะกระเด็นขึ้นฟ้าหรือไปข้างๆ อยากทดลองๆๆๆ 555+)
3.ฉันสนใจเรื่องที่เป็นนามธรรม เช่น เรื่องเวลา อวกาศ และมิติของเวลา ( ใช่เลยสนใจอย่างแรง สงสัยมาก ถึงมากที่สุดเลย)
4.ฉันชอบตั้งคำถามที่ตอบได้ยาก เช่น พระเจ้ามีทางเลือกหรือไม่ในการสร้างจักรวาล (แต่ปอยสงสัยว่าเราจะเจอเอกภพคู่ขนานได้อย่างไร ในเมื่อมันขนานกัน เราจะทะลุรูหนอนได้ที่ตรงไหน เพราะเหตุใดจึงต้องไปตรงนั้น)
5.ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติของนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานทางฟิสิกส์ เช่น นิวตัน แมกซ์เวลล์ ไฟน์แมน (โอ้..ชอบอย่างแรง อยากเลียนแบบพวกเขาจริงๆ)
6.วิชาคำนวณสนุกและไม่ยุ่งยากสำหรับฉัน (เอ่อ..เรียนอยู่ในที่ที่เปิดโอกาสแต่เด็กเก่ง แต่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กที่ชอบเรียน วิชาคำนวณพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อนั่งทบทวนก็โดนอาจารย์ด่า ว่าทำไมไม่อ่านหนังสือ มัวนั่งคิดแต่เลข..เสียใจในเรื่องนี้มากค่ะ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะทบทวน หรือแข่งขัน ทดสอบความรู้ของตัวเองเลย มีแต่นั่งท่องจำเพื่อให้ผ่านไปวันๆ มันน่าเบื่อเหลือเกินที่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ)
ลองพิจารณาดูนะคะ..^-^ เผื่อใครที่อยากเป็นนักฟิสิกส์จะได้นำข้อบกพร่องไปปรับปรุงนะ
ปอยน่ะอยากอยู่ในเมืองบ้างจริงๆ เผื่อจะมีโอกาสดีๆได้ไปแข่งขันทางวิชาการบ้าง
ผู้ใหญ่ไม่เปิดโอกาสเลย ใจร้ายที่สุด พยายามวิ่งหามัน มันก็วิ่งหนี
เหมือนกับเราวิ่งเข้าหาประตูที่กำลังจะปิด พอเราจะเอื้อมมือไปเปิด
เค้าก็ปิดไม่ให้เราเข้าเลย ใจร้ายที่สุดค่ะ ปอยสู้นะ ปอยจะสู้ให้ถึงที่สุด
เพื่ออนาคต นักวิจัยในอนาคตค่า ^-^!!
Prof.Poylittlegirl
Poylittlegirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 ต.ค. 2550 (22:25)
จะไป สน ใจ ใครอื่นทำไม หล่ะ
นอกจาก ครอบครัว
ผมก้อ ไม่สน อะไร ใคร มาก

ทำในสิ่งที่อยาก เเต่ต้อง ไม่ใช่ สิ่งที่ไม่ดี
จดไว้ดิ สิ่งที่อยากทำ เเล้ว ทำต่อเมื่อมีโอกาส
โอกาสที่จะให้เราได้ทำสิ่งที่เราชอบมากๆ เราต้องสร้างขึ้นมาเอง รอไปก้อเท่านั้น
จงสิ่งที่จะให้โอกาส ต่อเราให้นานที่สุด คนอื่นๆเค้าไม่ใช่เรา อย่าให้ขวางทางดิ
uesuki เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


vmaster
(vmaster)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 43,700 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 38 ครั้ง
ได้รับดาว 240 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ฟิสิกส์ของหลุมดำ จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต [24,701]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,135]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,859]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [413,610]
Global Warming { English } [157,948]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.