 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1107" type="text/javascript"></script> |
|
Rice FOR Rich เรื่องข้าวๆ
ผลจากการวิจัยสร้างสรรค์ด้วยสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพของ รศ.ไสยวิชญ์ วรวินิต เจ้าของรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นประจำปี 2549 จากผลงานเรื่องการสกัดแป้งข้าวบริสุทธิ์ (rice starch) ด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการการเพิ่มมูลค่าของข้าวให้กับสังคมไทย จนได้จดสิทธิบัตร
post ครั้งแรก: Thu 11 January 2007, 5:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 11:56 am
|
หน้าที่ 3 - มองการวิจัยของคนรุ่นใหม่
ข้อได้เปรียบของประเทศไทยคืออะไร
ในประเทศของเรา สิ่งที่ผมทำเนี่ยถือเป็นส่วนน้อย ที่เค้าให้รางวัลเนี่ยเค้าถือว่าเป็นตัวอย่างกับคนรุ่นๆต่อไปที่จะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆของเรานำมาเพิ่มมูลค่าเพราะผลิตภัณฑ์ของเราเองเนี่ยมีราคาถูกที่จะใช้มาเป็นวัตถุดิบในการแปรรูป ประเทศอื่นเนี่ยเค้านำเข้าไป แล้วก็ไปแปรรูปแล้วก็ส่งกลับมาขายเรา ทำไมเค้าทำได้ทั้งที่เค้าต้องนำเข้าไป
แต่ผลิตภัณฑ์ของเราเองเราแปรรูปของเราเองแล้วเราส่งไปขายไม่ดีกว่าเหรอ วัตถุดิบเราจะถูกกว่าชาวบ้านเค้าหมด
วัตถุดิบเป็นข้อได้เปรียบของเรา วัตถุดิบประเทศเรามีเหลือเฟือเกินพอ
เคยท้อหรือเบื่อการวิจัยไหม
ไม่ครับ การวิจัยเนี่ยเป็นงานที่สนุกการคิดค้นอะไรต่างๆออกมาได้เรื่อยๆถือเป็นความสนุก งานวิจัยเป็นงานท้ายทาย ท้าทายต่อความรู้ความคิดของเรา ว่าจะต้องคิดค้นสิ่งใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ
คิดงานไม่ออกทำไง
ทำสมาธิครับ ทำแล้วจะคิดออก เป็นนักวิทยาศาสตร์บางทีเวลาพักผ่อนคือเวลาที่จะได้คิดโครงการ ช่วงเวลาที่พักผ่อนบางทีก็เจอะแจ็คพอร์ต เจอะอะไรขึ้นมาจากความคิดของเรา
ทำแลบต้องอาศัยโชคไหม
มันอาศัยความพยายาม คือบางคนทำหนสองหนก็เลิก ไม่สำเร็จก็เลิก คิดถึงดวงแล้วมันไม่มีประโยชน์ ความพยายามคือความสำเร็จ ถ้าพยายามเมื่อไหร่แล้วจะสำเร็จ
โปรเจคต์ใหม่ๆตอนนี้มีไหมครับ
ที่ทำเสร็จไปแล้วตอนนี้มีอีกตัวหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้แป้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาก็คือแป้งผัดหน้าทาตัว ตอนนี้ประเทศไทยต้องนำเข้าแป้งที่ทำจากแมกนีเซียมซิลลิเกต ถ้าเราทาหน้าแล้วเผลอสูดเข้าไปในปอดก็จะไปจับในปอดชั่วชีวิตเลย มันไม่ย่อยสลาย คนเราผัดหน้าทาตัววันละหนสองหน เด็กเนี่ยบางทีสามหน สุดท้ายก็จะเป็นเนื้องอกในปอดได้
ปัญหาสำคัญของประเทศไทยตอนนี้ก็คือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอันตรายแล้วก็ใช้เยอะ ปีหนึ่งนำเข้าประมาณ80,000ตัน แต่ตอนนี้แป้งข้าวที่ผมทำเนี่ยจะเป็นตัวสำคัญเลยที่จะใช้แทนแป้งแมกนีเซียมซิลลิเกต
ซึ่งกำลังจะถูกประกาศเป็นหนึ่งในสิบนวัตกรรมแห่งชาติ
แต่จะเอามาใช้รึเปล่าเนี่ยตรงนี้ขึ้นกับกลไกของตลาด แล้วแต่ผู้ใช้ หมอก็มาพูดแล้วว่าอันตรายนะ ถ้าคุณยังใช้อยู่ก็ใช้ไป แต่ผมรับรองว่าถ้าคนรู้ว่าอันตรายเนี่ยไม่มีใครใช้
และที่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีการดัดแปลงแป้งด้วยกระบวนการทางเคมีและทางฟิสิกส์ให้มีคุณสมบัติต่างๆหลายตัวเช่น การทำแป้งให้ถูกย่อยได้ยาก(Slow Digester Starch) เพราะเมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่นอาหาร มันจะไม่สร้างปัญหาอย่างโรคอ้วนเพราะตอนนี้คนเป็นโรคนี้กันเยอะ แล้วก็เป็นโรคอะไรต่างๆเยอะแยะต่อไปได้หมด ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ
ดังนั้นหากเราทำผลิตภัณฑ์ให้ถูกย่อยได้ยาก ก็สามารถที่จะเพิ่มพลังงานให้อ้วนได้ยาก ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องอาหารการกิน ผมจึงจะมาเน้นทางด้านอาหาร
อ.คิดจะหยุดวิจัยมั่งไหม แบบว่าพอแล้ว เหนื่อย อิ่มตัวแล้ว
ไม่ครับผมชอบทำอะไรใหม่ๆไปเรื่อยน่ะครับ ไม่มีวันหยุดครับ ปีหน้าผมก็เกษียณละ แต่ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จะไปทำวิจัยต่อ
อาจารย์มองการวิจัยของคนรุ่นใหม่ยังไง
นักวิจัยรุ่นใหม่สมัยนี้เนี่ยเค้าทำการวิจัยในหัวข้อที่เค้าได้ไปศึกษาในต่างประเทศมา ทั้งคนที่จบปริญญาเอก หรือโทจากต่างประเทศ บางทีเป็นงานวิจัยที่ไม่ได้ประโยชน์กับประเทศไทยเลยแต่ก็ยังทำ
ทำเพราะว่าไปเรียนมาอย่างนั้น แต่ว่าผมไปเรียนอย่างหนี่ง(เคมีที่ ประเทศเยอรมัน)ผมกลับมาทำงานผมเปลี่ยนได้ ผมปรับตัวเองให้เหมาะสมที่จะทำงานวิจัยให้กับประเทศไทย ไม่ใช่คงไว้แบบที่ทำในต่างประเทศ
มันไม่เหมาะสมกับการพัฒนาของประเทศไทย วิจัยคนละอย่าง วิจัยไปไม่ได้ประโยชน์
คนที่จบต่างประเทศมาส่วนใหญ่ก็มักเป็นอย่างนั้น
นักวิทยาศาสตร์ไทยขาดอะไร
แน่นอน วิทยาศาสตร์ไทยยังขาดการบริหารจากองค์กรของรัฐที่เหมาะสม การสนับสนุนทางด้านเงินวิจัยซึ่งยังไม่เพียงพอ
ประเทศที่พัฒนาเนี่ยเค้าจะมีการอุดหนุนงานวิจัยให้นักวิทยาศาสตร์มาก ซึ่งตรงนี้ประเทศไทยก็เกือบจะติดอันดับโหล่สุด
นักวิทยาศาสตร์สำคัญกับสังคมไทยแค่ไหน
นักวิทยาศาสตร์คือผู้ที่พัฒนาสังคมไทย วิจัยแล้วก็พัฒนาสังคมไทย สังคมไทยเนี่ยมีปัญหาหลายอย่างเลย จากสิ่งแวดล้อมนักวิทยาศาสตร์ก็มาแก้ปัญหา อาหารการกินนักวิทยาศาสตร์ก็มาแก้ปัญหา ความเป็นอยู่ของคนทั่วๆไปนักวิทยาศาสตร์ก็มาแก้ปัญหา การเพิ่มมูลค่าของสินค้า นักวิทยาศาสตร์ก็มาช่วย เมื่อส่งออกก็ได้เงินตรากลับเข้าประเทศก็เป็นการช่วยสังคมไทย
นักวิทยาศาสตร์คือกลไกที่ใช้พัฒนาประเทศ
อาจารย์ใช้หลักอะไรในการทำงาน
หลักในการวิจัยอย่างหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์นะครับ นักวิทยาศาสตร์ควรจะต้องมีคือ Impossible is not the mind of sciencist คำว่าเป็นไปไม่ได้ไม่อยู่ในหัวใจของนักวิทยาศาสตร์ อันนี้ไม่ใช่คำพูดของผมแต่เป็นคำพูดของนักวิทยาศาสตร์ของโลกซึ่งผมเอามาใช้ เพราะว่าเราจะทำวิจัยเนี่ยถ้าเราคิดซะก่อนว่าเป็นไปไม่ได้แล้วเนี่ยเราไม่ต้องทำแล้วครับ จบเลยครับ มันต้องคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมด
อยากบอกอะไรกับเด็กคนหนึ่งที่อยากเรียนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
อยากจะบอกอย่างหนึ่งว่าในโลกนี้ มีอยู่สามสาขาวิชาเท่านั้นที่เด่นมากที่คนในโลกกำลังพัฒนาอยู่นะครับ ที่เค้าคิดว่าในสามสาขานี้จะเพิ่มการพัฒนาของประเทศได้ สาขาที่หนึ่งคือ อิเลคทรอนิคส์ สาขาที่สองคือ Material Science สาขาที่สามคือ เทคโนโลยีชีวภาพ เพราะฉะนั้นประเทศไทยถึงได้สร้าง ศูนย์พันธุวิศวกรรมแห่งชาติของเทคโนโลยีชีวภาพ ศูนย์วัสดุแห่งชาติ แล้วก็ศูนย์เทคโนโลยีทางอิเลคทรอนิคส์ขึ้นมา
เป็นสามสาขาที่จะพัฒนาทุกประเทศในโลก
เอาง่ายๆ อีกหน่อยถ้าเผื่อน้ำมันหมดโลกแล้วจะทำยังไง คำตอบง่ายๆเลยก็คือเทคโนโลยีชีวภาพช่วยได้ โดยการเอาจุลินทรีย์มาหมักให้กลายเป็นเอทานอล เอทานอลเนี่ยใช้แทนพลังงานได้ถึง100 % ซึ่งเมื่อดัดแปลงเครื่องยนตร์แล้วนะครับ ใช้เอทานอลล้วนๆได้เลย
พวกเคมีภัณฑ์ พลาสติก ยารักษาโรคทั้งหลายเนี่ย ก่อเกิดมาจากเอทานอลได้หมด เอทนอลเนี่ยถ้าทำดีไฮเดรชันเอาน้ำออกจากโมเลกุลก็จะกลายเป็นแก๊สเอทีลีน ซึ่งเอามาทำโพลิเมอร์ไรเซชั่นก็จะกลายเป็นโพลีเอทีลีนก็จะได้พลาสติก จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพสามารถจะผลิตสารเคมีได้เยอะมาก ไปแทนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของน้ำมันได้เลย
ที่เค้าว่าน้ำมันจะหมดโลกในอีก50ปีข้างหน้าเทคโนโลยีชีวภาพเนี่ยแทนได้หมด
อาจารย์ว่าอีก10ปี เทคโนโลยีชีวภาพของเมืองไทยเราจะเป็นยังไง
ผมคิดว่าอีก 10 ปีเนี่ย เทคโนโลยีชีวภาพของเราจะเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย ทางด้านนักวิจัยเราก็ผลิตขึ้นมาได้เรื่อยๆ ปีนี้รัฐบาลก็ส่งเสริมเงินอุดหนุนทางด้านนี้มาเยอะพอสมควรและในปีต่อๆไปก็เช่นกัน เพราะเรามีศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ คนที่จบทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเนี่ย หลายคนก็ไปทำงานที่ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ
ดังนั้นอีก10ปีข้างหน้า ความก้าวหน้าของประเทศโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีชีวภาพจะมีมากทีเดียว
อ.เชื่อรัฐบาลจะเห็นความสำคัญมากขึ้น
ถูกต้องครับ(ตอบทันที)ถ้าไม่เห็นความสำคัญเค้าคงไม่ตั้งศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
-----------------------------------------------
เกี่ยวกับผู้เขียน
อาจวรงค์ จันทมาศ นักศึกษาปี 4 ภาควิชาฟิสิกส์ มหิดล
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 ม.ค. 2550 (20:12) ขอข้อมูลไปทำรายงานเรื่อง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่คนไทยค้นพบหน่อยน่ะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 ก.พ. 2550 (16:28) ผมอยากขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำวิทยานิพนธ์ครับ หัวข้อศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์ข้าว ถ้ามีขนาดของห้องต่างๆ ที่เกี่ยวกับห้องวิจัยและอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องวิจะยต่างๆ ขอด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
kaiyoi_@hotmail.com (IP:125.24.43.235)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 24 ก.พ. 2550 (07:21) เรียนเชิญทุกท่าน มาร่วม ทำงานเพื่อแผ่นดิน ใน
โครงการ
"ศูนย์ เรียนรู้ ไม้เครื่องหอม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เนื่องในโอกาศมหามงคลเฉลิมพระชนะพรรษา๘๐พรรษา๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ "
โดยมี ท่าน ศาสตราจารย์พิเศษ ประชิต รามานนต์
ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
ที่ปรึกษาโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพิช
อันเนื่องจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ดำรงค์ตำแหน่ง
ประธานที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ โครงการดังกล่าว
โดยมี พี่อ.อาทิตย์ บุญทรัพย์เสรีย์ รองประธานที่ปรึกษาโครงการวิจัย พืชสมุนไพร ม.มหิดล (เปรียบเทียบ ตำแห่งเจ้าหน้าทีระดับ 9) เป็น ตัวตั้งตัวตีในการดำเนินงานต่างๆ โดยสรุป ตัวผมเองมีหน้าที่ชักชวนเพื่อนพี่น้องเข้ามาช่วยกัน เป็นอาสาสมัครทำงาน ในโครงการดังกล่าว โดยไม่กำหนด สัญชาติ เชื่อชาติ เพศ วัย ใดๆ เพียงท่านมีจิตอาสา มาเป็นแนวร่วม ในการดำเนินงานเท่านั้น โดยอาศัยความสามารถ พิเศษหรือ ความเสียสละเวลา เล็กๆน้องเพื่อมาช่วยกันทำงานถวายแผ่นดิน ในโครงการ นี้ครับ ทำได้แค่ไหน ก็ได้ทั้งนั้นครับ เราจะมาช่วยกัน ตามความรู้ความสามารถ ของท่าน เพื่ยงโปรดสละเวลาอันมีค่าของเท่าน เพื่อทำถวายแผ่นดิน
พิเศษ สำหรับท่านทึ่ต้องการทำงานวิจัย เรามีนักวิชาการระดับด้อกเตอร์ เข้าร่วมโครงการมากมายครับ
เนื่องจากโครงการนี้ เริ่มมาไม่กีวัน นี้เอง และนี้เป็นการโพสท์ครังแรก โปรดเข้าไปที่ลิ้งนี้http://learners.in.th/blog/taro/21225
เพื่อ ลงชื่อไว้ก่อน ชั่วคราว
เพื่อมาช่วยกันทำงานถวายแผ่นดิน ด้วยกันครับ
ธรรม เมืองธนพล 0899209788 ตลอดเวลา
gogo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 มี.ค. 2550 (01:39) มีงานทำจริงเหรอคะ
เราและเพื่อนๆกำลังจบ ป.ตรี เทคโนโยชีวภาพ
ยังไม่มีงานทำกันเลย
เหอๆๆๆๆๆ
เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ น่าหัวเราะซะจริง
สนับสนุนกันจังนะ
55555555555555555555555
โอ้หนอประเทศไทย
รออีก40 50 ปีโน่นมั้ง
55555555555555555555555555555555555555555555555555555
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 5 มี.ค. 2550 (01:41) เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นศาสตร์ที่กว้าง กว้างมากค่ะ กว้างเกินไป เฮ้อ...ปัญหาชีวิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 ก.ย. 2550 (13:11) ข้าวเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่มหัศจรรย์ยิ่งโดยเฉพาะในแง่อาหารเพราะข้าวเป็นอาหารเสริมสุขภาพตามธรรมชาติที่มีราคาถูกที่สุดหากท่านรู้จักที่จะเลือกบริโภค ข้าวกล้องเป็นสิ่งที่ขอเสนอให้บริโภคเพราะส่วนที่เป็นรำนั้นอุดมด้วยสารPhytochemical ที่มีการศึกษาและพบว่ามีสารต้านโรคต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนให้ท่านหันมาบริโภตามรับสั่งของพระเจ้าอยู่หัวกันเถิด
สายสนม