สารบัญ
หน้าที่ 4 - ทุกคนจงขี่รถจักรยานจิต ให้สำเร็จประโยชน์
นี่ถ้าไปอ่านหนังสือเล่มไหน ธรรมะเรื่องอะไร มากหรือน้อยอย่างไรก็จับใจความสำคัญของมันให้ได้ว่า เรื่องนั้น คัมภีร์นั้นที่เราอ่านนั้นน่ะมันสอนวิธีดำรงจิตให้ถูกต้องอย่างไร นี่สำคัญมาก อย่างว่าธรรมอานาปาณสติ กำหนดในหมวดที่หนึ่งนี่เป็นเรื่องสมาธิ หมวดที่สองที่สามก็เป็นเรื่องสมาธิ เป็นเรื่องปัญญาปนกันไป หมวดที่สี่ เป็นเรื่องปัญญาล้วน ถ้าสนใจอยากจะได้รับประโยชน์จากของขวัญอันประเสริฐจากพระพุทธเจ้าแล้วก็ต้องสนใจเรื่องนี้อย่างนี้ ถ้าไม่ต้องการก็แล้วไป มันก็เป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะศึกษาพุทธศาสนากันไปทำไมให้เสียเวลา ไม่ให้เสียเวลาก็ให้มันรู้จักประโยชน์ ผลที่จะได้รับคือดำรงจิตไว้ แล้วปัญหาทั้งหมดก็จะหมดไป จึงขอร้องให้สนใจการศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนาทุกเรื่องทุกราวให้จับฉวยเอาให้ได้ในข้อที่ว่าจะดำรงจิตไว้ถูกต้องอย่างไร แล้วก็จะไม่มีความทุกข์ ทุกข์เล็ก ทุกข์น้อย ทุกข์ใหญ่ ทุกข์มหาศาล ทุกข์อะไรมันก็ไม่ต้องมี
เดี๋ยวนี้ยังมีคนเป็นอันมากเป็นโรคเส้นประสาทอยู่ คือไม่พอใจในชีวิตของตน ไม่รู้สึกเป็นสุขหรือพอใจในความมีชีวิตอยู่ของตนแต่ละวันละวัน หายใจเข้าออกอยู่ด้วยความคิดที่วิปริตฟุ้งซ่าน ไม่มีความพอใจในตัวชีวิตนั้นเลย นี่มันเริ่มบ้าแล้ว คือมันเริ่มเป็นโรคประสาทแล้ว ถ้ามันไม่มีความรู้สึกที่พอใจในความเป็นอยู่ของตน หรือการกระทำของตนเนี่ยมันเริ่มบ้าแล้ว มันเริ่มมีความวิปริตทางจิตแล้ว มันจะเป็นรคประสาทหรือเป็นบ้าในที่สุด ของที่จะคุ้มกันได้ก็คือธรรมะในลักษณะที่จะช่วยให้ดำรงจิตไว้อย่างถูกต้อง อาตมาจึงเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ควรนำมาพูด เป็นเรื่องขมวดสุดท้ายเรื่องอื่นๆ ก็ทุกเรื่องสอนให้ดำรงจิตไว้อย่างถูกต้อง แล้วเราก็พูดกันเรื่องนี้ ใช้คำง่ายๆ กันลืมว่า เป็นการขี่รถจักรยานจิต รายละเอียดก็เหมือนกับที่กล่าวมาแล้วแต่ต้นว่าทุกคนจงขี่รถจักรยานจิต ให้สำเร็จประโยชน์ ให้ปลิว แล่นฉิวไปสู่จุดหมายปลายทางให้จงได้ ก็ไม่เสียทีที่มาสวนโมกข์ เสียเงินค่ารถลำบาก ยุ่งยากต่างๆ นานาแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร ก็ป่วยการ มันก็ควรจะได้อะไรที่คุ้มค่าหรือเกินค่า เราก็มีกันแต่พระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ได้ตรัสสอนไว้อย่างไร จะเป็นประโยชน์แก่มหาชนอย่างไร คือให้มหาชนได้ก้าวหน้าตามวิถีทางของมนุษย์จนถึงระดับสูงสุดที่ มนุษย์จะเข้าถึงได้ ขอให้สำเร็จตามนี้
ในที่สุดนี้ขอกล่าวคำอวยพร ให้ท่านทั้งหลายทุกคนจงมีความกล้าหาญเพียงพอ มีความแน่ใจเพียงพอ มีความร่าเริง สนุกสนานในการที่จะปฏิบัติธรรมะ ตามหลักของพระพุทธศาสนา จนรู้เท่าทันสิ่งทั้งปวง สามารถดำรงจิตไว้อย่างถูกต้องแล้ว ชีวิตนี้ทั้งหมดก็จะดำเนินไปในลักษณะที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง คือมีความสุขอยู่ในตัวมันเอง เหมือนกับคนกำลังขี่รถจักรยานแล่นไปนี่มันก็เป็นสุข เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วมันก็เป็นสุข ก็ขอให้ชีวิตของท่านทั้งหลายเป็นไปในลักษณะนี้ตลอดทุกทิพาราตรีกาลเทอญ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ม.ค. 2550 (16:09) ทราบเลยว่าจริงแร้วอย่าหวังที่จะให้ใครสอน เราต้องรู้ด้วยตัวของเราเอง
จิตจะดีต้องฝึกเอง เรียนจะดีต้องมั่นหาความเข้าใจในสิ่งที่ตก
rjp_jsg@hotmail.com (IP:61.7.158.250)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 ม.ค. 2550 (09:42) อย่าสอนเขานักเลย ให้นักเรียนเขาได้เรียนบ้างเถิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 18 ม.ค. 2550 (12:06) ขอบคุณค่ะ บทความนี้มีประโยชน์มาก<br />
เห็นแล้วค่ะ...ว่าเราต้องขี่เอง หัดเอง หาสมดุลให้ได้ ถึงจะไปถึงจุดหมาย<br />
คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หรือลูกศิษย์ก็เช่นกัน
ภัทรวดี /pattara_wadee@yahoo.co.th (IP:203.188.8.116)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 พ.ย. 2550 (12:15) เรียนรู้ด้วยตนเอง เข้าใจด้วยตนเอง และมีความสุขด้วยตนเอง