คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1109" type="text/javascript"></script>
ธรรมมะสำหรับคนเจ็บไข้
ถ้าเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ก็เห็นเป็นของที่ไม่หวาดกลัวอะไร ไม่ต้องเกิดปัญหายุ่งยากลำบากใจ เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง เป็นของธรรมดาที่มันต้องมี ตามธรรมชาติ
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 12,535 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 11 January 2007, 7:19 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 11 January 2007, 7:36 pm
อยู่ในส่วน: บุคคลสำคัญไทย

หน้าที่ 5 - ธรรมดาสามัญตามกฎของธรรมชาติ


ภาพจาก www.dhamma-isara.org

เรื่องสำหรับคนเจ็บไข้ที่ควรจะพูดกันต่อไปตามที่มีกล่าวสอนไว้ในพระไตรปิฎก ผู้ที่อยู่ในภาวะความเจ็บไข้ ไปไหนไม่ได้เป็นต้น นี่ควรทำสมาธิดีกว่า ทำสมาธิในที่นี้อย่าได้เข้าใจเป็นเรื่องลึกลับมหัศจรรย์เกินวิสัย มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญตามกฎของธรรมชาติ เป็นเรื่องที่อยู่ในหลัก ในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ตามแนวแท้ของวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่ทำได้ ทำสมาธิในที่นี้ คือการกำหนดจิตไว้ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ถ้าคนอยากเกิดใหม่ก็กำหนดไว้ถึงบุญกุศลที่จะได้ไปเกิดในสวรรค์ แต่เรื่องอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านไม่แนะนำ ท่านแนะนำไปในทางหยุด ดับ สิ้นสุด จบเรื่องกันที



การทำสมาธินี้ก็จะเพ่งเอา ความสิ้นสุด แห่งความเวียนว่ายเป็นอารมณ์ เดี๋ยวนี้มาทำสมาธิเพื่อหยุดหรือว่างจากความคิดนึกปรุงแต่งอันสับสนวุ่นวายเหล่านั้น ทำอย่างง่ายที่สุด คือว่าเอาจิตกำหนดที่ลมหายใจ หายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่ หายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่ หายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่ มีลักษณะเหมือนว่าจิตเป็น ปูวิ่งตามลมหายใจเข้าอยู่ออกอยู่ ไม่ให้ไปมีความคิดชนิดใดชนิดไหน ไม่ให้เกิดความรู้สึกอะไร นอกจากรู้สึกว่าจิตกำลังกำหนดอยู่ที่ลมหายใจที่เข้าอยู่ ที่ออกอยู่ มันก็เป็นสมาธิด้วยเหตุนั้น คือจิตสงบจากความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ แล้วก็จิตตั้งมั่นกับการกำหนดอยู่ที่ลมหายใจ อย่างนี้ก็เรียกว่าจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ต้องหมายมั่นอะไรให้มากนัก ไม่ต้องหมายมั่นว่าตัวตนตัวกูจะทำสมาธิ ปล่อยไว้ตามธรรมชาติ มีแต่จิตที่กำหนดอยู่ แล้วก็กำหนดลมหายใจอยู่



จิตประคองจิตไว้ในลักษณะเช่นนั้นอยู่ จึงไม่ฟุ้งซ่าน จิตมีความตั้งใจจะทำเช่นนั้น ดังนั้นตัวกูไม่ต้องพูดถึง ตัวกูไม่ต้องพูดถึงแล้ว มีแต่จิต มีแต่จิตทำหน้าที่อย่างนั้นอยู่ นี้เป็นสิ่งที่ทำได้แน่ไม่เหนือวิสัย ถ้ามีความตั้งใจจริง ตั้งใจมากพอ ก็จะมีความพยายามทำจนได้ แต่อย่าไปเครียด ให้ทำอย่างเบาๆสบาย อย่าทำอย่างหมายมั่นโมโหโทโส ทำอย่างสบายๆ ตั้งใจจะทำแล้วก็ทำไป โดยไม่หมายมั่นให้เป็นตัวกูทำ ทำเพื่อได้ผลแก่กูก็ไม่ต้อง ให้จิตอย่างนั้น จิตที่ไม่ใช่ตัวกู ไม่ใช่ตัวกู จิตแบบนั้นทำ แล้วจิตก็จะตั้งมั่น จิตก็จะไม่ฟุ้งซ่าน ความทุกข์ก็จะไม่แทรกแซงเข้ามาได้ เพราะจิตตั้งมั่นเสียในสมาธิ ข้อนี้เปรียบเทียบเหมือนกับเราจะหัดขี่รถจักรยานมันยาก พอขี่เข้ามันล้ม พอพยายามอีก มันก็ล้มอีก มันก็ล้มอีก ล้มหลายหนหลายสิบหน จนกระทั่งไม่ล้ม มันก็ได้



การจะบังคับจิตมันก็คล้ายๆกันอย่างนั้น พอล้มก็ไม่ต้องเสียใจ ทำใหม่ ไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจทำใหม่ ทำเหมือนกับจะเล่นกัน อย่างเล่นกีฬา อย่างนี้เป็นสมาธิได้ง่าย อย่าไปเครียด ทำจิตใจให้เครียดก็ยิ่งทำยาก ทำจิตใจให้หลวมๆ ตามสบาย กำหนดอยู่ที่ลมหายใจ มันก็ต้องทำได้ ที่นี้ก็สังเกตดู ธรรมชาติของลมหายใจ มันสั้นอย่างไร มันยาวอย่างไร มันหยาบอย่างไร มันละเอียดอย่างไร



ยิ่งใครสนใจอย่างนี้เข้ามันก็เป็นสมาธิมากขึ้น คือจิตมาสนใจอยู่กับลมหายใจมากขึ้น มันก็เป็นสมาธิขึ้น ศึกษาให้รู้จักลมหายใจที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมีความเจ็บไข้อยู่ เดี๋ยวมันเป็นอย่างนั้น เดี๋ยวมันเป็นอย่างนี้ ลมหายใจมันก็ต้องเปลี่ยนแปลง เป็นลมหายใจที่คล่องบ้าง ไม่คล่องบ้าง ขัดข้องบ้าง มีอะไรแทรกแซงบ้าง ถ้ามีอะไรเข้ามาแทรกแซง ก็กำหนดอยู่ที่ลมหายใจ หรือกำหนดพร้อมกันไปทั้งสองอย่าง เช่นถ้ามีความเจ็บปวดเกิดขึ้นก็กำหนดความเจ็บปวดอยู่ที่ลมหายใจ มันก็ยิ่งเป็นสมาธิได้ด้วยการกำหนดความเจ็บปวดนั้นเอง ความเจ็บปวดนั้นก็ไม่เป็นอันตรายต่อสมาธิ เพราะว่าเอาความเจ็บปวดมาเป็นอารมณ์ของสมาธิเสีย



ทุกครั้งที่หายใจออกเข้า รู้จักธรรมชาติของลมหายใจได้ดีขึ้นๆ ยิ่งทำไปมากเข้าก็รู้จักลมหายใจหลายลักษณะ หลายชนิด ว่าลมหายใจอย่างไร ร่างกายปกติสบาย ลมหายใจเป็นอย่างไรไม่ปกติ ไม่สบาย กระทั่งว่าจิตก็พลอยกระสับกระส่ายไปด้วย เมื่อบังคับลมหายใจให้สงบแล้ว ร่างกายก็พลอยสงบด้วย จิตเองก็พลอยสงบด้วย บังคับลมหายใจแต่ไปผลที่ร่างกาย หรือมีผลที่ความทุกข์ จิตเป็นสมาธิแล้ว ร่างกายก็สงบระงับเอง ความทุกข์ก็ไม่ปรากฏเอง มันเป็นวิธีที่ฉลาดอย่างหนึ่ง



เราบังคับร่างกายโดยตรงไม่ได้ แต่เราบังคับทางลมหายใจได้ เราบังคับลมหายใจให้สงบ ให้ละเอียด ให้ระงับอยู่ ร่างกายก็จะสงบระงับดับเย็นตามลมหายใจที่สงบระงับ นี่เป็นลักษณะที่น่าศึกษาว่า บังคับลมหายใจแต่ไปผลที่ร่างกายและจิตใจ



แล้วสังเกตลักษณะของลมหายใจว่าเป็นอย่างไร แล้วร่างกายเป็นอย่างไร นี่มันจะเป็นเหตุให้เราจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายนั้นความเจ็บไข้ของเราจะมากขึ้นหรือความเจ็บไข้ของเราจะลดลง ถ้าพูดตรงๆภาษาชาวบ้านก็พูดว่า มันจะตายหรือยัง มันจะดับหรือยัง สังเกตได้ที่ลมหายใจ ที่เราพยายามศึกษาอยู่เป็นประจำ คนธรรมดาก็ขลาดกลัว กลัวตาย กลัวความทุกข์เสียจนทำอะไรไม่ได้

แต่ถ้าเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าที่ฉลาดพอ มันก็ต้องไม่ขลาด ไม่ต้องกลัว ศึกษาลมหายใจนี่แหละที่เป็นนิมิตเครื่องหมายของชีวิต ของความตาย ว่าลมหายใจเป็นอย่างไรมันใกล้ความตายมาทุกที ลมหายใจเป็นอย่างไรมันจะยังไม่ตายโดยแน่นอน เรื่องเหล่านี้พยายามศึกษาให้ดีที่สุด กำหนดไว้เป็นอารมณ์ สูงชันลึกประจำอยู่ตลอดเวลา จะไม่มีผลร้ายแต่ประการใด จะมีผลดีคือ จะไม่มีความทุกข์ จะอยู่ก็ไม่มีความทุกข์ จะดับจะตายก็ไม่มีความทุกข์ เพราะบังคับจิตได้ ดำรงจิตได้ไว้ให้อยู่แต่ในเรื่องของสมาธิ



ถ้ามันจะตาย มันก็จะออกจากสมาธิแล้วมันก็ตายมันก็ดับของมันเอง ไม่ต้องมีความทุกข์อะไร ระหว่างที่ยังไม่มีความตายนี้ก็ยังไม่ต้องมีความทุกข์หรือ ข่มความรู้สึกที่เป็นทุกข์นั้นเสียได้ด้วยสมาธิ ด้วยสมาธิ อันจะยินดีพอใจในการที่จะทำสมาธิ มีความกล้าพอ มีความกล้าหาญพอที่จะประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ เพื่อเผชิญหน้ากับความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น ว่าเราจะไม่มีเรื่องที่จะต้องเป็นทุกข์ เราจะไม่เป็นทุกข์ จะอยู่ก็จะไม่เป็นทุกข์ จะตายก็ไม่เป็นทุกข์ นี่ฟังดูเหมือนกับว่าพูดเล่นหรือ อาจจะรู้สึกว่าพูดง่ายแต่ทำยาก จริงๆมันก็พอๆกันแหละ ไอ้เรื่องง่ายหรือเรื่องยากมันอยู่ที่ทำพอดี ทำพอเหมาะ ถูกวิธีหรือว่าไม่ถูกวิธี ถ้าทำไม่ถูกวิธีแล้วมันยาก ยากกว่าอะไรหมด ถ้าทำถูกวิธีแล้วมันก็ง่ายยิ่งกว่าอะไรหมด



ขอให้พิจารณาดูถึงการศึกษา ถึงผลอะไรต่างๆที่มันถูกวิธี หรือมันไม่ถูกวิธี นี่เราก็ต้องกล้าหาญ เพราะไม่รู้จะต้องไปกลัวอะไร ไปหัวเราะเยาะความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย จะไปกลัวอะไร ไม่มีเหตุผลที่จะไปกลัว ไม่มีประโยชน์อะไร จะไปกลัวทำไม จะไปเป็นทุกข์ทำไม ไม่มีประโยชน์อะไร เลือกเอาคำเดียวไม่กลัวแล้วก็ไม่เป็นทุกข์ด้วย นี่จะทำให้ชีวิตในบั้นปลาย ชีวิตขณะที่เจ็บไข้นี้ไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นปัญหาเหมือนกับเวลาสบายดีอยู่ เจ็บไข้ก็ไม่เป็นปัญหา แม้จะต้องตายก็ไม่เป็นปัญหา



เรียกว่าพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เพราะได้อาศัยพระพุทธองค์เป็นกัลยาณมิตร และตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้ อยากจะกล่าวย้ำอีกครั้งว่า พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า ถ้าอาศัยเราเป็นกัลยาณมิตรแล้ว สัตว์ที่มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายเป็นธรรมดา จะพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย หมายความว่าปัญหายุ่งยากใดๆ ที่เกี่ยวกับความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายนั้นจะไม่มาเป็นความยุ่งยากลำบากใดๆแก่ผู้มีจิตใจที่ดำรงไว้อย่างนี้



คือมีสมาธิ ดำรงจิตไว้ในสมาธิ ไม่ให้ความทุกข์เวทนา ความหวาดกลัวอะไรเป็นต้นมาครอบงำได้ ใจคอเป็นปกติ แล้วก็รู้อยู่ได้ว่ามันจะอยู่ต่อไปหรือมันจะดับไป ก็รู้อย่างยิ่ง เป็น ผู้รู้เรื่องของจักรกลแห่งชีวิตร่างกายนี้อย่างยิ่ง สามารถที่จะควบคุมได้ให้อยู่ได้ในภาวะที่ไม่เป็นปัญหา จะขอเรียกสั้นๆว่า ไม่เป็นปัญหา คือไม่มีความทุกข์ ไม่มียุ่งยากลำบากใดๆถ้ารู้จักทำจิตใจไว้ถูกต้อง กล้าหาญพอที่จะหัวเราะเยาะความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าได้โดยแท้จริง


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ธรรมมะสำหรับคนเจ็บไข้ [12,536]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,320]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,595]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,318]
Global Warming { English } [116,664]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.