คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1109" type="text/javascript"></script>
ธรรมมะสำหรับคนเจ็บไข้
ถ้าเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ก็เห็นเป็นของที่ไม่หวาดกลัวอะไร ไม่ต้องเกิดปัญหายุ่งยากลำบากใจ เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง เป็นของธรรมดาที่มันต้องมี ตามธรรมชาติ
ผู้เขียน: พุทธทาสภิกขุ ชมแล้ว: 12,531 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 11 January 2007, 7:19 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 11 January 2007, 7:36 pm
อยู่ในส่วน: บุคคลสำคัญไทย

หน้าที่ 6 - คือ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ
ขอโอกาสมาเยี่ยม และเป็นการมาเยี่ยม ชนิดที่นำเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาด้วย เพื่อประโยชน์แก่ความเจ็บไข้ จะให้ความเจ็บไข้กลายเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ แทนที่จะเป็นโทษที่น่ากลัว การที่จะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้นั้น ต้องมีหัวใจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หัวใจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น ขึ้นอยู่กับคำเพียงสามคำ คือ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ความสะอาดในที่นี้ก็คือ ไม่มีสิ่งเศร้าหมอง คือกิเลส เมื่อไม่มีกิเลส ก็สะอาด

1093



คนเราไม่ได้มีกิเลสตลอดเวลา ทุกเวลานาที มันมีเวลาที่กิเลสไม่ได้เกิดขึ้นก็มีเหมือนกัน รู้จักความสะอาดได้ในเวลาเช่นนั้น และไม่มีความรู้สึกที่เป็นโลภะ โทสะ โมหะ รบกวนนั้นก็เรียกว่าสะอาด เมื่อสะอาด ไม่มีสิ่งมัวหมอง มืดมัวแล้ว มันก็สว่างไสวแจ่มแจ้งเหมือนพระอาทิตย์ที่ไม่มีเมฆมาบิดบัง ครั้นสว่างได้จริงแล้วทางจิตใจ มันก็มีความสงบ ใช้คำว่าสงบนี้เป็นเรื่องที่บางคนอาจจะเข้าใจผิด สงบในทางธรรมะหมายถึงไม่มีอะไรปรุงแต่ง ไม่มีอะไรปรุงแต่งให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ ไม่มีการปรุงแต่งให้เป็นการกระทำ ความรู้สึกว่าตัวตนของตนทำอะไรโดยเจตนา มีกรรม มีผลของกรรม ยุ่งไปหมดอย่างนี้ ไม่เรียกว่า ความสงบ



ต้องว่างจากการปรุงแต่งชนิดนี้ทั้งหมด จึงจะเรียกว่า ความสงบ ถ้าสะอาด สว่าง และสงบ รวมกันทั้งสามความหมาย มันก็จะกลายเป็นคำที่ประหลาดที่สุดคำหนึ่งว่า เป็นความว่าง ว่างในที่นี้หมายถึงทางจิตใจ ไม่ใช่ว่างทางวัตถุซึ่งหมายถึงไม่มีอะไร อะไรๆจะมีในโลกในกายก็มีไปเถิด แต่ว่าในจิตใจนี้ว่าง จากความรู้สึก รู้สึกคิดนึกว่าตัวตน ไม่มีความหมายมั่นเป็นตัวตนรบกวนอยู่ในจิตใจ จิตใจก็ว่าง เพราะว่าจิตใจไม่ได้จับฉวยอะไรโดยความเป็นตัวตนหรือความเป็นของตน จิตใจว่าง ไม่มีตัวตน นี้เรียกว่ามีความว่างทางจิต ทางวิญญาณ ไม่มีตัวตน เมื่อไม่มีตัวตนอย่างนี้ ความเกิดแก่เจ็บตายก็ไม่ต้องครอบงำ พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคำสั้นๆไว้อีกคำหนึ่งว่า มัจจุราชจะหาไม่พบ มัจจุราชจะหาคนที่มีจิตใจว่างไม่พบ เพราะมันไม่มีตัวตนนั่นเอง แล้วมัจจุราชจะหาอะไรพบ การจะมีความว่างชนิดนี้ จึงเป็นอมตะธรรม อมตะธรรม อมฤตธรรม คือ ธรรมที่ไม่มีความตาย ไม่มีตัวตนให้มัจจุราชหาพบ แล้วจะตายได้อย่างไร เป็นสำนวนเปรียบเทียบให้เห็นในทางวัตถุ



เมื่อมัจจุราชหาไม่พบก็คือไม่มีความตาย คือความเกิด ความแก่ ความเจ็บความตายนั่นก็สลายเป็นอากาศธาตุไปเสีย มันจะไม่มีความหมาย ชนิดที่เป็นการยึดถือว่าเป็นตัวตน มันว่างเพราะไม่ดีไม่ชั่ว ถ้ายังดียังชั่วอยู่ก็ยังวุ่นไปตามแบบดีแบบชั่ว,มันไม่บุญมันไม่บาปเพราะถ้าบุญก็วุ่นไปตามแบบบุญ บาปก็วุ่นไปตามแบบบาปนั่น มันจะไม่ว่าง,ไม่สุขไม่ทุกข์ ถ้าสุขสนุกสนานร่าเริงหัวเราะอยู่ก็วุ่นไปตามแบบสุข ทุกข์ก็วุ่นไปตามแบบทุกข์



มันไม่มีอะไรที่เป็นคู่ๆ ไม่ได้ไม่เสีย,ไม่แพ้ไม่ชนะ,ไม่เอาเปรียบไม่ได้เปรียบ แม้กระทั่งว่าไม่มีความเป็นคน,เป็นตัวเป็นตน,ไม่ได้มีความเป็นหญิงเป็นชาย คราวนี้เรียกว่าจิตไม่ยึดถือสิ่งใดโดยความเป็นตัวตน เรียกว่าจิตมันว่างเพราะมันไม่ได้จับฉวยอะไรเอามาเป็นตัวตน เหมือนกับมือที่ไปจับอะไรไว้ก็เรียกว่ามันไม่ว่าง ถ้ามือไม่ได้จับอะไรไว้เลยก็เรียกว่ามือมันว่าง จิตนี้ก็เหมือนกันถ้าไปจับฉวยอะไรเข้าแล้วมันก็เป็นจิตที่ไม่ว่าง มันยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเหล่านั้น



จิตมีความสะอาดมีความสว่างมีความสงบจึงเป็นลักษณะของการที่ไม่ได้ยึดถืออะไรไว้ว่าเป็นตัวตน ของที่เป็นคู่ๆเหล่านั้นมันก็หมดไปไม่มีความหมาย ดีหรือชั่วก็ตาม,เกิดหรือตายก็ตาม,บุญหรือบาปก็ตาม,สุขหรือทุกข์ก็ตาม,นรกก็ตามสวรรค์ก็ตาม อะไรก็ตามที่เป็นคู่ๆจะไม่มีความหมายในความว่าง ถ้ามันว่างมันก็ไม่มีเป็นคู่ๆ ถ้ามันยังมีเป็นคู่ๆมันก็ยังไม่ว่าง เพราะมันยึดมั่นถือมั่นความหมายที่มันตรงกันข้ามกันอยู่เป็นคู่ๆเหล่านั้น ดังนั้นจะมองเห็นได้ว่าไม่มีอะไรจะสะอาดเท่าความว่าง,ไม่มีอะไรสงบเท่าความว่าง,ไม่มีอะไรสว่างเท่าความว่าง



ไม่มีอะไรจะสะอาดสว่างสงบเท่าความว่าง นี่คือสิ่งที่ต้องสังเกตดู มันไม่ยากมันไม่เหลือวิสัย เอาความว่างจากตัวตน จิตที่มีความว่างจากตัวตนออกรับหน้ากับความเกิด,ความแก่,ความเจ็บ,ความตาย ความเกิด,ความแก่,ความเจ็บ,ความตายก็หงายหลังเตลิดเปิดเปิงสูญหายสลายไป เพราะมันถูกกันเข้ากับความว่าง ซึ่งทำให้ไม่มีความเกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีตัวตนบุคคลที่จะเกิดแก่เจ็บตาย นี่เรียกว่าเอาความว่างมาขับไล่ความเกิดแก่เจ็บตายออกไปได้ สมตามพระพุทธภาษิตที่ว่า ถ้าได้อาศัยพระองค์เป็นกัลยาณมิตรแล้ว สัตว์ที่มีความเกิดแก่เจ็บตายก็จะพ้นจากความเกิดแก่เจ็บตาย เพราะทำให้ไม่มีตัวสัตว์,ตัวบุคคลหรือตัวตน ที่จะเป็นผู้เกิดแก่เจ็บตาย


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 5) หน้าถัดไป (หน้า 7) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ธรรมมะสำหรับคนเจ็บไข้ [12,532]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,318]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,585]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,286]
Global Warming { English } [116,646]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.