คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1112" type="text/javascript"></script>
เจดีย์ทราย สองเรา และฮิกส์โบซอน
ฟิสิกส์ที่อยู่ในเม็ดทรายที่ร่วงลงบนยอดเจดีย์ทราย หารู้ไม่ว่า ทุกเม็ดที่ร่วงลงไปนั้น มีคําตอบสําหรับความลับของการกําเนิดจักรวาลซ่อนอยู่
ผู้เขียน: ดร. ศุภกร รักใหม่ ชมแล้ว: 18,837 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 12 January 2007, 11:16 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 11:49 am
อยู่ในส่วน: ฟิสิกส์

หน้าที่ 1 - การทําลายซิมเมตทรี
ครั้งนึง ครั้งนึงยังจําได้ไหม สองเราเคยเที่ยวงานวัดบ้านใต้ ร่วมงานปิดทององค์พระมาลัย ก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน..."



ได้ยินเพลงนี้ เด็กสมัยนี้อาจจะงงว่างานวัดคืออะไร แต่หลายคนอาจจะนั่งยิ้ม นึกถึงภาพบรรยากาศในอดีต รถไต่ถังเอย ชิงช้าสวรรค์เอย ยิงเป้าปืนลม เสียงตุ๊กตาลิงตีฉาบ โดยเฉพาะเมียงู แล้วก็อาจตามมาด้วยเสียงถอนใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันเป็นภาพของวัยหนุ่มสาว และคนที่นึกภาพได้คือแก่แล้ว แต่เนื่องจากไม่ได้แก่มาก ผมจึงถอนใจเพียงสั้นๆ







จากนั้นภาพของเราสองคนนั่งก่อเจดีย์ทรายก็ผุดขึ้นมาในความทรงจํา ทรายเม็ดเล็กๆ ถูกปล่อยลงไปช้าๆ ช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ ด้วยสิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงเจดีย์ทราย แต่เป็นกลิ่นหอมรัญจวน และดวงหน้าใสๆ ของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ยิ่งเม็ดทรายหล่นร่วงจากมือ ดวงหน้าสวยนั้นก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ กว่าเม็ดทรายจะร่วงหมดกํามือ เธอก็นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ แล้ว กลิ่นหอมนั้นหอมเสียจนรู้สึกเหมือนถ้าเพียงยื่นหน้าไปอีกนิด จมูกก็จะได้สัมผัสแหล่งกําเนิดของกลิ่น....



แต่ก่อนที่จะเลยเถิดไปกว่านั้น เราก็วกมาเข้าเรื่องฟิสิกส์ ฟิสิกส์ที่พูดถึงนี้อยู่ในเม็ดทรายที่ร่วงลงบนยอดเจดีย์ทรายนั่นเอง ซึ่งตอนนั้นผมไม่ค่อยได้สังเกต เพราะสายตามัวไปจับอยู่ที่คนข้างๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ หารู้ไม่ว่า ทุกเม็ดที่ร่วงลงไปนั้น มีคําตอบสําหรับความลับของการกําเนิดจักรวาลซ่อนอยู่



เรื่องมันมีอยู่ว่า เย็นวันหนึ่งหลายปีก่อน ผมบังเอิญเข้าไปฟังบรรยาย จากโปรเฟสเซอร์ท่านหนึ่ง ซึ่งผมจําทั้งชื่อคนพูดและชื่อเรื่องไม่ได้เสียแล้ว จําได้แต่เพียงว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของ การทําลายซิมเมตทรี (symmetry breaking ผมไม่ทราบว่ามีการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยของคําว่า symmetry แล้วหรือไม่ ที่ใกล้เคียงที่สุดที่ผมนึกออกคือคําว่า สมมาตร แต่ดูความหมายอาจจะแคบไป จึงขอเขียนภาษาไทยทับศัพท์ ) มันออกจะยุ่งยากที่จะอธิบายว่าการทําลายซิมเมตทรีหรือเจ้าตัวซิมเมตทรีเองคืออะไร ซึ่งก็เหมือนกับในห้องบรรยายวันนั้น โปรเฟสเซอร์ก็ดูเหมือนต้องใช้ความพยายามมหาศาล ในการอธิบายให้ผู้ฟังซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่นักฟิสิกส์ได้เข้าใจ ผมซึ่งตากําลังเริ่มหรี่ เนื่องจากก่อนมาเพิ่งอุ่นเครื่องในโรงเตี๊ยมฝรั่งใกล้ๆ ก็สะดุ้งขึ้นเหมือนถูกโยนเข้าสู่กองไฟแห่งอดีต เมื่อโปรเฟสเซอร์ ถามขึ้นมาว่า มีใครเคยเล่นก่อกองทรายบ้าง ผมเกือบตะโกนออกไปว่า เยส...ไอ ดู (ซึ่งผิดแกรมมา) แต่ยั้งไว้ทัน หลังจากมีคนตอบเยส ท่านโปรเฟสเซอร์จึงอธิบายต่อว่า ลองนึกภาพ สมมติว่าคุณสามารถก่อกองทรายจนมียอดแหลมเปี๊ยบ จากนั้นคุณวางเม็ดทรายอีกเม็ดลงไปบนยอดนั้น ถามว่าเม็ดทรายบนยอดนั้นจะกลิ้งลงทางด้านไหน คราวนี้เงียบ โปรเฟสเซอร์ยิ้มแล้วเฉลย แน่นอนมันมีอิสระที่จะตกลงไปด้านไหนก็ได้ และก็นั่นล่ะที่เราเรียกว่าซิมเมตทรี ตราบใดที่มันยังไม่ตกลงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง มันยังมีซิมเมตทรี แต่เมื่อใดที่มันเริ่มตกลงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซิมเมตทรีมันถูกทําลาย หลังจากพูดจบโปรเฟสเซอร์ยังยิ้มค้างอยู่ แต่หุบลงเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องและเจอแววตาบ้องแบ๊วของผู้ฟัง จากนั้นก็พูดต่อ โอเค เอาตัวอย่างอื่น ลองนึกภาพตะเกียบสองอัน ล่องลอยอยู่ในอวกาศ แต่ละอันก็มีอิสระที่จะเคลื่อนที่ ล่องลอยยังไงก็ได้ เป็นอิสระต่อกัน มันมีซิมเมตทรี แต่เมื่อไหร่ที่เราเอาหนังสติ๊กมาผูกตะเกียบทั้งสองอันติดกัน คราวนี้มันต้องเคลื่อนที่ไปด้วยกัน ตะเกียบทั้งสองอันต้องขนานกันอยู่เสมอ มันไม่ล่องลอยเป็นอิสระเหมือนเดิมอีกแล้ว ซิมเมตทรีมันถูกทําลาย โปรเฟสเซอร์ทําท่าเหมือนจะยิ้มอีก แต่ยั้งไว้เมื่อเห็นแววตาผู้ฟังยังไม่เปลี่ยน

1115



หลายปีต่อมา ทุกครั้งที่ผมเดินเข้าไปนั่งร้านก๋วยเตี๋ยว ก็มักต้องหยิบตะเกียบขึ้นมาเล่นแล้วก็นึกภาพตะเกียบของโปรเฟสเซอร์ที่ลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ จนหลายครั้งเกือบเผลอสั่งซิมเมตทรีแห้งไม่งอกชามนึง ความจริงแล้วเจ้าตัวซิมเมตทรีนั้นมีความหมายที่กว้าง และมีอยู่มากมาย ตัวที่เกี่ยวกับตะเกียบของโปรเฟสเซอร์นั้นออกจะเป็นนามธรรมไปนิด แต่ก็ยังมีซิมเมตรทรีอื่นๆ ที่เราคุ้นเคย เช่นซิมเมตทรีที่เกี่ยวกับการสมมาตรของรูปทรง เช่นรูปทรงที่เมื่อแบ่งครึ่งแล้วส่วนทางซ้ายกับทางขวาเหมือนกันเด๊ะ เราก็เรียกว่ามี ซิมเมตทรีซ้ายขวา (left-right symmetry) เช่นเราอาจประมาณได้ว่าร่างกายมนุษย์นั้นมีซิมเมตทรีซ้ายขวา แต่ไม่มีซิมเมตทรีบนล่าง หรือหน้าหลัง (โปรเฟสเซอร์แกบอกว่าตรงจุดนี้ก็น่าสนใจ หากลองคิดดูจะเห็นว่า ปลาซึ่งอยู่ในนํ้าและมีอิสระในการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งมากกว่าสัตว์บก จะมีแนวโน้มที่จะมีสมมาตรบนล่างมากกว่าสัตว์บก หรือต้นไม้ซึ่งไม่เคลื่อนที่เลยก็จะมีแนวโน้มที่จะมีสมมาตรรอบทิศทาง ยกเว้นบนล่าง) หรือปริมาณทางฟิสิกส์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเมือเราหมุนกรอบอ้างอิงไปรอบๆ เราก็เรียกว่ามันมีซิมเมตทรีของการหมุน (rotational symmetry) ตกลงผมว่าหยาบๆ แล้วเราน่าจะพูดได้ว่า ซิมเมตทรีก็คือสิ่งที่บอกว่าบางสิ่งไม่แตกต่าง หรือยังคงเดิม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เปล่า ผมไม่ได้พูดถึงความรัก แต่ซิมเมตทรีที่เราจะพูดถึงนี้ เป็นซิมเมตทรีที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาล เราอาจพูดได้ว่า ความจริงแล้ว จักรวาลนี้เป็นซากของซิมเมตทรี

1114




ตอนนี้เราก็มาเข้าเรื่องกันเลย ก็ต้องหวนกลับไปหาโปรเฟสเซอร์อีกนั่นแหละ ความจริงแล้วที่แกยกเรื่องก่อกองทราย หรือเรื่องตะเกียบที่ลอยเคว้งในอวกาศขึ้นมา ก็เพราะแกจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เพื่อชี้ให้เห็นความสําคัญของการทําลายซิมเมตทรี ถามว่า เกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการทําลายซิมเมตทรี เมื่อเม็ดทรายยังอยู่บนยอดของกองทรายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อไหร่ซิมเมตทรีถูกทําลายและมันกลิ้งลงมาในทางใดทางหนึ่ง สิ่งที่เราเห็นคือปรากฏการณ์ของแรงโน้มถ่วง หรือขณะที่ตะเกียบทั้งสองอันยังลอยเคว้งเป็นอิสระ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อมันถูกมัดติดกัน เราเห็นแรงจากหนังสติ๊กที่มัดตะเกียบไว้ พร้อมๆ กับการที่ซิมเมตทรีถูกทําลาย หรือเอาที่ใกล้ตัวกว่านั้น ลองพิจารณาเรื่องซิมเมตทรีเกี่ยวกับสมมาตรของรูปทรง ถามว่าทําไมปลาซึ่งอยู่ในนํ้าจึงมีแนวโน้มที่จะมีซิมเมตทรีบนล่างมากกว่าสัตว์บก คําตอบก็คือแรงโน้มถ่วงนั้นส่งผลต่อสัตว์บกมากกว่าสัตว์นํ้า สัตว์บกจึงมีซิมเมตทรีบนล่างน้อยกว่า หรือการที่มนุษย์มักจะเคลื่อนที่ไปด้านหน้าทําให้เกิดแรงในแนวหน้าหลังอยู่เสมอ มนุษย์จึงไม่มีซิมเมตทรีหน้าหลัง ในขณะที่ต้นไม้ซึ่งไม่เคลื่อนที่นั้นมีแนวโน้มที่จะมีซิมเมตทรีรอบทิศทาง หากลองพิจารณาตัวอย่างเหล่านั้นให้ดี จะเห็นว่ามีคําสองคําที่ไปด้วยกันเสมอ คือ การทําลายซิมเมตทรี และ แรง ท่านโปรเฟสเซอร์ยิ้มกว้างกว่าเดิม แล้วถามว่า สองคํานี้เกี่ยวข้องกันยังไง ไม่มีใครตอบ แต่คราวนี้โปรเฟสเซอร์ไม่หุบยิ้ม แต่เดินตรงมาหาผู้ฟัง (ถึงผมจะนั่งอยู่แถวหลัง แต่ก็งอตัวลงตํ่าโดยอัตโนมัติ ด้วยสัญชาติญาณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยมัธยม) โชคดีที่มีอาสาสมัครแถวหน้าพูดขึ้นมา "แรงเป็นตัวทําลายซิมเมตทรี" โปรเฟสเซอร์ยิ้มกว้างกว่าเดิม แต่ผมก็ไม่ทันหายโล่งอกเมื่อแกถามต่อว่า มีใครคิดอย่างอื่นอีกมั้ย พร้อมกับกวาดตาไปรอบห้อง คนที่นั่งติดกันกับคนตอบคนแรกก็ตะโกนขึ้นมา "การทําลายซิมเมตทรีทําให้เกิดแรง" โปรเฟสเซอร์ก็โพล่งขึ้นมาว่า เวรี่ เวรี่ กูดดดดดดดดด ยาวเฟื้อยจนแกเดินกลับไปถึงหน้าห้อง เขียนคําตอบทั้งสองลงบนกระดาน แล้วหันมาหุบยิ้ม พูดหน้าเหี้ยม "แล้วเป็นไปได้หรือเปล่าว่า แรงกับการทําลายซิมเมตทรีเป็นสิ่งดียวกัน" หลังจากปล่อยให้ผู้ฟังซึมซาบประโยคนั้นอยู่พักใหญ่ โปรเฟสเซอร์ก็โพล่งขึ้นมาว่า โซ เวาะ (so what ? สําเนียงอังกฤษ) แล้วไง มันน่าตื่นเต้นตรงไหน


....คุณจะเห็นความสําคัญของประโยคนั้นหากคุณจําได้ว่าในกลศาสตร์ควอนตัมนั้น แรงคือการแลกเปลี่ยนอนุภาค เมื่อมีการทําลายซิมเมตทรีแล้วมีแรง นั่นคือทําลายซิมเมตทรีกําเนิดอนุภาค และอนุภาคนั้นประกอบกันเป็นจักรวาล....


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 ม.ค. 2550 (20:13)
ทำให้เข้าใจได้ดีมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
Poylittlegirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 61 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 มี.ค. 2550 (00:03)
ขอบคุณครับ
Vibrato เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 15 เม.ย. 2550 (21:07)
ขอบคุณสาหรับ..ความรู้..อ่านแย้ว..เหมือนเจอ..อะไรใหม่ๆๆ..ในชีวิต..งง..ช่วงสุดท้ายคับผม..ตรงพรรคการเมือง..นี้และ..นึกภาพไม่ออก..เอาเป็นว่า..ถามตรงแล้วกัน..ฮิกส์..มันเป็นอนุภาคหรือเปล่า..ขขนาดของมัน..เล็กขนาดไหน...มันมีน่าที่อะไร..คับ..ขอบพระคุณที่ช่วยตอบ..ส่งมาที่..zeldovich@hotmail.com..search..หายังไงก็..ไม่เจอ..higgs..
zel'dovich เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 20 พ.ค. 2550 (20:38)
ขอบคุณมากครับ ทำให้เขาใจได้ง่าย

อยากให้ช่วยติดตามเรื่องผลการทดลองของcrenให้ด้วยครับ
หากมีการทำการทดลองแล้ว โดยส่วนตัวแล้วผมเคยได้ทราบเรียกนี้มาบ้างแล้วจากหนังสือ
เรื่องเหนือมิติที่สี่ของไอน์สไตน์ ของดร.มิชิโอะ คาคุ ผมคิดว่าแนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับฮิกส์โบซอนนั้นน่าจะเป็นทฤษฏีที่ถูกต้อง

เหมือนที่ไอน์สไตน์กล่าวไว้ทฤษฏีที่ดีจะต้องเรียบง่ายจนแม้แต่เด็กยังเข้าใจ
Dr.hannibal lecter เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 22 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 พ.ค. 2550 (17:03)
เมือคืนกลับไปนอนคิดเรื่องอนุภาคมิกส์( นอนไม่หลบเลยหาอะไรคิดเพลินๆ)แล้วก็มีเรื่องหนึ่งผุดเข้ามาในใจ คือจากที่ได้อ่านมาสนามฮิกส์ทำเกิดมวลเมื่อมีอนุภาค หรือ อนุภาคทำปฏิกิริยาด้วย เลยเกิดข้อสงสัยว่าสนามฮิกส์เนี่ยเป็นสนามแรงโน้มถ่วงหรือเปล่าจึงทำให้เกิดมวลขึ้น เพราะอะไรก็ตามที่ไม่ถูกแรงโน้มถ่วงกระทำก็เท่ากับไม่มีมวลหรือไม่มีน้ำหนักนั่นเอง ซึ่งถ้าข้อสงสัยของผมถูกต้อง เจ้ามิกส์โบซอนก็จะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจาก อนุภาคนำพาแรงโน้มถ่วง "กราวิตอน" ที่มีการทำนายว่ามีตัวตนอยู่จริงแต่ยังไม่มีการค้นพบ ซึ่งถ้าหากเป็นจริงดังว่าความลับของแรงโน้มถ่วงที่ลึกลับอาจได้รับการเปิดเผย
Dr.hannibal lecter เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 22 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 ก.พ. 2551 (21:17)

คห.7 ทำความเข้าใจหน่อยนะครับ


สสารทุกชนิดล้วนมีมวลของมันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สนามแรงโน้มถ่วงหรือไม่


น้ำหนักคือ ผลคูณระหว่าง มวลของสสาร กับค่าความเร่งเนื่องจากสนามความโน้มถ่วงนั้นๆ


เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่ไม่ถูกแรงโน้มถ่วงกระทำ ก็จะไม่มีน้ำหนัก  แต่ยังมีมวลอยู่ครับ 


Capriconus เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 33,159 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 237 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

เจดีย์ทราย สองเรา และฮิกส์โบซอน [18,838]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,286]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,503]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [279,764]
Global Warming { English } [116,317]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.