 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1119" type="text/javascript"></script> |
|
กูเกิ้ล กับ ความสำเร็จที่เปลี่ยนโลก
เมื่อ Google เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แล้วโปรเจ็คนี้ออกจากมหาวิทยาลัยกลายมาเป็นบริษัท Google Inc. ที่ท้าทายยักษ์อย่าง Microsoft ได้อย่างไร แล้วทำไม่ราคาหุ้นของ Google ถึงสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของหุ้นเทคโนโลยีของโลก แล้วต่อจากตรงนี้ไป Google จะทำอะไรต่อไป
ผู้เขียน: อ๊อฟ ชมแล้ว: 46,756 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 13 January 2007, 4:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 March 2008, 11:24 am
|
หน้าที่ 2 - จากโครงการ BackRub ไปเป็น Google Inc.

เรื่องราวของ Google เริ่มในอาคารนี้ ของมหาวิทยาลัย Stanford
อาคารที่ชื่อว่า
William Gates Computer Science Building ดูจากชื่ออาคารก็คงเดาได้ว่า ผู้บริจาคเงิน 6 ล้านเหรียญ (ประมาณ 240 ล้านบาท) ให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างอาคารคือ Bill Gates เจ้าของบริษัท Microsoft เจ้าพ่อแห่งวงการซอฟท์แวร์โลก
Page และเพื่อนๆ นักศึกษาปริญญาเอกอีก 3-4 คน ได้ห้องชั้น 3 ชื่อห้อง Gates 360 เป็นห้องทำงานของพวกเค้า (ยักษ์ใหญ่ตัวใหม่ที่มาท้าชน Microsoft เกิดใต้จมูก ของ Microsoft นี้เอง) ทั้ง Page และ Brin ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพัฒนาโครงงานเล็กๆของพวกเค้าที่เรียกว่า Backrub (ที่พูดไว้ในบทความที่แล้ว
http://www.vcharkarn.com/varticle/317 นะครับ)) ที่นี่นี่เอง พอ Backrub เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ใช้การได้ พวกเค้าก็เปิดให้อาจารย์และนักศีกษาใน Stanford ใช้การค้นหาข้อมูลจาก internet
พอมันมีคนเริ่มใช้มันซักพักนึงก็เป็นที่ฮิตในหมู่ อาจารย์และนักศีกษาทั้งหลาย ต่างก็บอกต่อกันไปเรื่อยๆ ถึงความสามารถและความแม่นยำของผลการ Search ทำให้ช่วง
ปลายปี 1997 ทั้งคู่คิดว่าน่าจะตั้งชื่อใหม่เก๋ๆให้กับโครงการนี้ และหลังจากที่ถกเถียงพูดคุยกับเพื่อนร่วมแก๊ง Gates360 อยู่นานหลายสัปดาห์ ผลก็ออกมาว่าจะใช้ชื่อว่า Google (ซึ่งเพื่อนคนนึงของพวกเค้า ที่ชื่อ Sean Anderson เสนอคำว่า Googleplex.com ซึ่งหมายถึง ปริมาณมหาศาลมากมายเหลือเกิน ซึ่งตรงกับ concept ของ Google แต่ Page เห็นว่ายาวไปเลยย่อมาเหลือแค่ Google และก็ลองกดค้นดูปรากฏว่ายังไม่มีใครขึ้นทะเบียนชื่อนี้ พวกเค้าก็เลยขึ้นทะเบียน Google.com ไว้ - แต่พวกเค้ามารู้ในวันหลังว่า เค้าสะกดผิด เพราะคำที่แปลว่า ปริมาณมหาศาล คือคำว่า googol)
พอเริ่มมีชื่อเรียกที่เท่ขึ้น พวกเค้าก็ปล่อยระบบออกมาใช้ที่ google.stanford.edu (ปัจจุบันอยู่ที่
http://www.stanford.edu/services/websearch/Google/) เพื่อให้ได้ใช้กันเป็นการภายในมหาวิทยาลัย อย่างที่เดาได้คือเป็นที่ใช้แพร่หลาย และได้รับการยกย่องกันภายในว่าดีกว่า AltaVista ซึ่งเป็น search engine ที่ดีที่สุดในขณะนั้น ผลก็คือทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พวกเค้าประกอบกันขึ้นมาจากเศษคอมพิวเตอร์ที่วางไว้ตามห้องเก็บของของมหาวิทยาลัย เริ่มมีศักยภาพไม่พอที่จะรองรับ ฮารดดิสต์ก็เริ่มเต็มเพราะ Web Crawler ที่พวกเค้าปล่อยออกไปไปเก็บข้อมูลกลับมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ (ปิดเทอมนี้ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่อง "search engine ทำงานยังไง" อีกซักเรื่องนึง อดใจรอนะครับ)
สถาณการณ์เป็นแบบนี้ ทำให้ทั้งคู่ต้องพยายามหาความสนับสนุนด้านการเงินเข้ามา เพื่อเติมความสามารถของระบบ อาจารย์ที่ปรึกษาพวกเค้าก็ใจดี เจียดเงินจากโครงการวิจัยมาให้ 10,000 เหรียญ (ประมาณ 400,000 บาท) เป็นก้อนแรกที่สนับสนุนงานชิ้นนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เงินก้อนนั้น ก็คงอยู่ได้ไม่นานเพราะการเติบโตรวดเร็วของเว็บและผู้ใช้ ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเค้าท่านหนึ่งคือ Dennis Allison ก็พยายามหาทุนจากภายนอกโดยการพาไปนัดกินข้าว (มื้อนั้นเป็นอาหารจีน) เพื่อพบกับศิษย์เก่าของ Stanford คนนึงที่ชื่อ Paul Flaherty ซึ่งตอนนั้นเป็นหนึงในผู้ออกแบบ Alta Vista เว็บ Search engine ที่ดีที่สุดในตอนนั้น ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 54% ระหว่างมื้อนั้น Brin กับ Page ก็พยายาม present ว่า ระบบ PageRank Search Engine ของพวกเค้าดียังไง และ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ Alta Vista อย่างไร โดยหวังว่า Flaherty จะสนใจซื้อลิขสิทธิ์ของระบบของพวกเค้าในราคา 1 ล้านเหรียญ แต่คำตอบที่พวกเค้าได้ในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อมาคือ "No" อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเค้าพาไป present ให้กับ Excite ซึ่งเป็นอีกเจ้าที่ทำ Web Search Engine ในตอนนั้น ผลก็คือ "ไม่" อีกเหมือนเดิม แต่พวกเค้ายังไม่ท้อ
x
xxxx
สมัยที่ Google ยังเป็นโปรเจ็คที่อยู่ใน มหาวิทยาลัย Stanford อธิการบดีของเค้า Prof John Hennessy เคยพยายามติดต่อไปที่ Yahoo! ซึ่งเป็นบริษัทของศิษย์เก่าของ Stanford เช่นกัน โดยติดต่อไปเพื่อขอให้ Yahoo! มาซื้อระบบค้นหาข้อมูลหรือ Search Engine ของรุ่นน้อง 2 คนนี้ในราคา 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 37 ล้านบาท แต่ได้รับการปฏิเสธจาก Yahoo! (น่าเสียดายมากๆเลยเพื่อนเอ๋ย!) - (ณ ตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ Yahoo! ดูเหมือนจะดิ้นรนหาทางหนี (หรือไม่ก็แสดงละครเรียกค่าตัว) การเทคโอเวอร์จากบริษัท Microsoft) ท่านอธิการก็ติดต่อไปที่ AltaVista ซึ่งเป็น Search Engine อันดับหนึ่งของตอนนั้น ผลก็คือได้รับการตอบปฏิเสธเช่นกัน
ผลก็คือทำให้ทั้ง Page และ Brin ต้องหยุดการเรียนปริญญาเอกไว้ก่อนในช่วงปี 1997 พวกเค้าต้องออกจากมหาวิทยาลัย มาเพื่อมาระดมหาทุนในการจัดตั้งบริษัทใหม่ ที่มีผลิตภัณเป็น Search Engine หน้าใหม่ของวงการ (วงเล็บล่วงหน้านิดนึง - ช่วง Summer ของปี 2005 ทั้งคู่ถือหุ้นในบริษัท Google Inc. ที่มีมูลค่าอยู่ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 400,000,000,000 บาท เท่านั้นเอง - ตอนพิมพ์นี่ผมต้องตรวจสองรอบว่า ศูนย์ ครบหรือป่าว แหม!)
Google เริ่มจากประโยคนี้ที่พวกเขามักพูดเสมอเมื่อไปที่ไหนๆ A Healthy Disregard for the Impossible (ไม่แคร์ที่ใครๆบอกว่าเป็นไปไม่ได้ มองหาหนทางที่ทำให้เป็นไปได้ หรือ ประมาณว่า ปล่อยเขาไปเถอะถ้าเขาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราจะหาทางทำให้มันเป็นไปได้)
โอเค ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยๆมาต่อให้ในหน้าต่อๆไปครับ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 14 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 มี.ค. 2551 (15:51) เก่งจังเนอะ มาต่ออีกน่ะค่ะจะรออ่าน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 มี.ค. 2551 (22:01) เคยได้ยินว่าถ้ากูเกิลนี่ที่ทำงานจะออกเเนวบันเทิง เป็นร้านเกมสวนสนุก แต่อีกที่ ไมโครซอฟเอาไม่รู้ ที่จะให้ที่ทำงานได้บรรยากาศเเนวมหาลัย นัยว่าให้คนทำงานรู้สึกไฟแรงเเบบวัยนักเรียนประมาณนั้น
นับว่าเป็นทีทำงานที่มีอิทธิต่อแนวคิดของเจ้าของที่ทำงานหลายที่อยู่เหมือนกัน แต่อย่างว่า คนเค้าคุณภาพเเละรู้ตัวว่าทำอะไร ขืนมาทำตามกันแบบนี้ทุกที่ เจอพนักงานอย่างบางคน เลี้ยงดีๆ อาจไม่ช่วยอะไรก็ได้มั่ง
เอารูปปลากรอบมาเเจมค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 มี.ค. 2551 (22:05) ส่วนที่เค้าจะขยายออฟฟิสไปหลายที่ทั่วโลก อย่างมาเอเชียบ้านเรา คงต้องศึกษาวัฒธรรมกันเยอะเนอะ อะไรที่เวิคในบ้านเค้าในบ้านเรามันก็ต่างกัน รอดูก็ดีว่าเค้าจะมีเเนวคิดอะไรใหม่ๆในการทำงานต่อไป
น่าอิจฉามากอาหารอย่าดีฟรี 3 มื้อ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 15 มี.ค. 2551 (22:09) เเล้วที่มี pool ให้เล่นกันด้วยนี่ สบายจริงๆ
เค้ามีเกมให้เล่นเพียบ สัตว์เลี้ยงก้เอามาได้ มีห้องตัดขนหมาให้ด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 15 มี.ค. 2551 (22:10) สวยหล่อกันเต็มที่ ช่างนี่มืออาชีพเลยนะ อะไรจะบริการกันขนาดนี้ อิจฉาจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 15 มี.ค. 2551 (22:11) งานเค้าหนัก พักมาหาหมดนวด ได้ด้วย อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 15 มี.ค. 2551 (22:14) ตั้งใจทำงานกันนะคะเพื่อนๆ ถ่าทำงานดี เจ้านายเค้าก็เลี้ยงดีเองล่ะ
ดูเอาสิ เราชอบภาพนี้น่ะ ได้พักได้เล่นตามอิศระ เต่เค้าจะมีบอร์ดแบบนี้เยอะเลย ไว้ให้พนักงาน จดๆๆๆๆๆ เวลานึกอะไรได้ รึคุยๆกันเเล้วมีอะไรน่าสนก็จดลงไปซะ ถึงเป็นช่วงเบรค เค้าก็คิดๆ
ถึงว่าเนอะ คนตั้งใจ มีคุณภาพแบบนี้ เจ้านายเค้าก็กล้าใก้อิสระ เเละบริการเต็มที่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 15 มี.ค. 2551 (22:17) มาเล่าต่อไวๆนะพี่อ๊อฟ ให้รอนานนักจะเเซวว่า คนแก่ "ชัก" ช้า อิอิ
ตบท้ายด้วยรูปนี้ดีกว่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 21 มี.ค. 2551 (21:11) ผมอ่านประวัติแล้วเป็นประวัติที่น่าสนใจอย่างมากครับ แต่ผมยังอ่านอยเข้าใจเท่าไหร่นะครับ ช่วยส่งจดหมายมาไห้ผมที่patipon74@gmail.comครับขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 มี.ค. 2551 (02:11) กำลังอ่านสนุกอยู่พอดีเลย แล้วจะมาติดตามต่อนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 26 มี.ค. 2551 (13:50) อย่างไรก็ตาม Google อาจถึงจุดจบเหมือน yahoo ถ้าไม่แก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างในการ google search
google search ไม่ใช่ การค้นหาข้อมูลที่ดีที่สุด แต่เลวน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับอย่างอื่น ผู้ที่อยู่ในวงการ internet marketing ย่อมรู้ข้อนี้ดี
การที่ google ขึ้นมาอยู่เหนือ yahoo ได้ก็โดยใช้ algorithm หลัก ๆ ที่เป็นลิขสิทธิเฉพาะ และ yahoo ไม่มีนั่นคือ link popularity แม้ว่า algorithm ของ google จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ core algorithm ในส่วนของ link popularity นั้นเหมือนเดิม
ซึ่งเป็นข้อดี เพราะ link popularity เหมือนกับประชาธิปไตยที่เว็บต่าง ๆ โหวตเว็บดี ๆ กัน แต่ก็เป็นข้อด้อยในคราวเดียวกัน
---------------------------------------------
คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล
รถมือสอง มือถือ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 มี.ค. 2551 (17:37) 
Study Overseas Centre International Fair 2008 ครั้งที่ 7 ในวันเสาร์-อาทิตย์ 5-6 เมย.51
ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น4 สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.studyoverseas.co.th หรือ 02-2557592
เพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย ซึ่งมีสถาบันมากมาย อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สิงคโปร์ สวิสเซอร์แลนด์ อินเดีย มาร่วมงาน
- ฟรี ค่าลงทะเบียน
- ฟรี ค่าดำเนินการในการติดต่อเรื่อง
- ฟรี Cyberdict 1 เครื่อง
- สมัครเรียนภาษาอังกฤษ 6 เดือนขึ้นไป ฟรี เรียน Intensive Speaking 20 ชั่วโมง
- รับทุนการศึกษา
- รับส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน
บริหารงานโดย คุณบุญศิริ ตระกูลแสงรัศมี (Study Overseas Centre 089-7997769 ติดต่อสอบถามโดยตรง)
บริการด้านการศึกษา
- ให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
- จัดหาสถานศึกาทุกระดับชั้น
- ช่วยเหลือในการจัดเจ้าหน้าที่ไปรับที่สนามบิน
- ปฐมนิเทศก่อนเดินทาง ตลอดจนดูแลให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งจบการศึกษา
- เป็นตัวกลางในการจัดส่งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับสถาบันการศึกษา
- ให้บริการแนะแนวและจัดสัมมนานอกสถานที่ตามคำเชิญ
--------------------------------------------------------------------------------------
ติดต่อเราได้ที่ Study Overseas Centre (รามคำแหง)
ซอยด้านหลัง ABAC ถนนรามคำแหง 24 หัวหมาก บางกะปิ (ติดกับรถตู้จอดรถ)
โทร: 02 7191901-2 081 6460769 แฟกต์ 02 7191903
อีเมล์: info@studyoverseas.co.th, study@truemail.co.th
เวปไซท์: www.studyoverseas.co.th,www.soc-learning.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับข้อมูลได้ที่ตัวแทน (สาขาราชดำริ)
ศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศ (STUDY OVERSEAS CENTRE CO., LTD.)
22/11 ซ. บาซาร์ชิดลม ถนนเพลินจิต ลุมพินี กรุงเทพฯ 10330
มือถือ ( 081 ) 350 8072, (081) 644 9867 โทร. 02 655 6479-80, 255 7592
อีเมล์ study@truemail.co.th Web: www.studyoverseas.co.th
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 28 มี.ค. 2551 (13:07) เสียดายแทน altavista กับ yahoo ใครจะคิดเนอะ ของเขาดีจริง