คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1131" type="text/javascript"></script>
Til Death Do Us Part
เมื่อ Zeus (ซีอุส) และพี่ชายทั้งสองได้โลกทั้งสามไปครอบครองแล้ว ความสงบสุขก็มาเยือน แต่ใช่ว่าจะสุขมากนะครับ ก็มีลุ่ม ๆ ดอน ๆ กันบ้าง เป็นเรื่องราวต่าง ๆ สนุกสนาน ให้มนุษย์ได้เล่าต่อ ๆ กันมา
ผู้เขียน: วิศิษฐ์ สิงห์สมโรจน์ ชมแล้ว: 17,447 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 2:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 22 April 2007, 2:23 pm
อยู่ในส่วน: ภาษาวรรณคดี

หน้าที่ 1 - หลังจาก Zeus และพี่ชายทั้งสองได้โลกทั้งสามไปครอบครองแล้ว
ถ้าจำไม่ได้ว่าเรื่องราวไปถึงไหนแล้ว กลับไปอ่านตอนที่แล้วก่อนนะครับ หรือถ้าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เข้ามาอ่าน ก็ควรอ่านตอนที่ผ่าน ๆ มาก่อน จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร

ตอนที่ 1 ' And In The Beginning'

ตอนที่ 2 Zeus And The Gang

เอาละครับ เมื่อ Zeus (ซีอุส) และพี่ชายทั้งสองได้โลกทั้งสามไปครอบครองแล้ว ความสงบสุขก็มาเยือน แต่ใช่ว่าจะสุขมากนะครับ ก็มีลุ่ม ๆ ดอน ๆ กันบ้าง เป็นเรื่องราวต่าง ๆ สนุกสนาน ให้มนุษย์ได้เล่าต่อ ๆ กันมา

แต่เนื่องจากเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่เรื่องราวหลาย ๆ เรื่องจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน หรือล้ำเหลื่อมกัน ทำให้เกิดภาระในการเล่าเรื่องทั้งหมดให้ต่อเนื่อง ราบเรียบ ผมก็จะตัดปัญหาด้วยการเล่าทีละเรื่อง เฉพาะเรื่องที่น่าสนใจด้วย แต่ก็จะยังพยายามให้เรื่องราวมันต่อกันมากที่สุด ส่วนเนื้อหาส่วนที่บอกว่า ใครเป็นลูกใคร แต่งงานกับใคร ซึ่งผู้แต่งเรื่องราวเหล่านี้กล่าวถึงไว้ประมาณสามหน้ากระดาษนั้น ผมจะขอละเอาไว้ หากเทพหรือคนตนใดสำคัญ เราก็คงจะได้คุยกันถึงเองเมื่อมีโอกาส

เอาละครับ เรามาต่อกันดีกว่า


1266


ต่อด้วยการที่ Zeus แต่งงานกับพี่สาวคนที่สามของตัวเองที่ชื่อ Hera (เฮรา) ผู้ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นผู้สุดยอด แห่งการหึงหวง ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกครับ หาก Hera จะหึงอยู่ฝ่ายเดียว ทว่า Zeus ของเราก็ดันเป็น สุดยอดแห่งความเจ้าชู้ มันก็เลยมีปัญหา แต่ปัญหาเหล่านั้น มันจะเป็นอย่างไร ก็คอยติดตามต่อไป ก็แล้วกันนะครับ

เมื่อแต่งงานแล้ว Hera ก็ให้กำเนิดลูกสี่คน ได้แก่ Hebe (ฮีบี), Ilithyia (อิลลิเทียยา), Ares (อารีส), และ Hephaestus (เฮ็บพาเอ็สทุส) ผู้หญิงสองคนแรก เป็นเทพีแห่งความหนุ่มสาว และการให้กำเนิดตามลำดับ ส่วนคนที่สามคาดว่าหลาย ๆ คนคงจะรู้จักกันดี เป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม คนเดียวกันกับที่ชาวโรมันเรียกว่า Mars (มาร์ส) ส่วนคนที่สี่ ผู้รู้บางท่านก็บอกว่าเป็นลูกของ Hera เพียงคนเดียว เกิดมาโดยปราศจากการปฎิสนธิ อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ ที่ทำให้ Zeus ไม่ค่อยชอบล฿ูกชายคนนี้นัก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Hephaestus ก็เป็นถึงเทพเจ้าแห่งไฟ และการก่อสร้าง เป็นผู้สร้างปราสาทที่อยู่อาศัย ของเทพทุกคนบนเขา Olympus

แล้วจากนั้น Zeus ก็ไปมีความสัมพันธ์ลับบ้าง ไม่ลับบ้างกับทั้งเทพี ทั้งมนุษย์ มากมาย หนึ่งในเทพีผู้โชคดี (หรือเปล่า) ก็คือ Mnemosyne (เนโมซายนี) เทพีแห่งความจำ และเป็นรากศัพท์ของคำในภาษาอังกฤษ Mnemonic ที่แปลว่าอุปกรณ์หรือวิธีช่วยจำ (ตัวอย่างง่าย ๆ ก็เห็นจะเป็นที่เราจำกันว่า ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง งัยครับ)


1267


แล้ว Mnemosyne ก็มีลูกผู้หญิง เก้าคน เป็นเทพีแห่งการร้องเพลงและบทกวี ถือกันว่าเป็นเทพีแห่งแรงบรรดาลใจของนักร้อง นักแสดง และ กวีทั้งหลายทีเดียว ทั้งเก้าคนนี้ถูกเรียกรวม ๆ กันว่า Muses (ถ้าคนเดียวก็เรียก Muse) เช่นเดียวกันกับชื่อของผู้เป็นแม่ คำว่า muse ในปัจจุบันก็ถูกนำมาใช้ในภาษาอังกฤษ โดยแปลว่า แรงบรรดาลใจของศิลปกร โดยเฉพาะกวี ซึ่งในสมัยก่อนจะใช่วิธีท่องจำเสียเป็นส่วนใหญ่ ความสามารถในการจำของ Mnemosyne ซึ่งถ่ายทอดมาสู่บรรดา Muses จึงช่วยได้มาก และ Muse ผู้เป็นลูกคนแรกของ Mnemosyne ที่มีชื่อว่า Calliope (คาลลิโอปี) ซึ่งหมายถึงเสียงอันไพเราะน่ีแหละครับที่เป็นผู้ให้กำเนิด Orpheus (ออฟีอุส) ผู้มีความสามารถในการร้องเพลงและเป่าขลุ่ยเป็นเลิศ ถึงกับขนาดที่ก้อนหินและต้นไม้ เมื่อได้ยินเพลงจาก Orpheus ก็จะเต้นรำกันทีเดียว ความสามารถมากมายนี้มาจากทั้ง Calliope ผู้เป็นแม่ และ Apollo (อพอลโล) เทพเจ้าแห่งดนตรีผู้เป็นพ่อ คาดว่าหลาย ๆ คนคงรู้จัก Orpheus แต่อาจจะจำชึ่อไม่ได้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะต้องร้องอ๋อกันแน่ ๆ เมึ่อรู้ว่า นาย Orpheus ผู้นี้ มีบทบาทอย่างไรในเรื่อง

แล้ว Orpheus นี่แหละครับ ที่จะเป็นตัวเอกของผมในฉบับนี้ อุตสาห์ร่ายแม่น้ำทั้งห้ามาตั้งนาน

Orpheus มีภรรยา ชื่อ Eurydice (ยูไรดิซี) ผู้ซึ่งต้องมาด่วนตายจากไปเพราะโดนงูกัด ทว่าเนื่องด้วยความรักที่มีให้ Eurydice อย่างเต็มเปี่ยม Orpheus ก็เดินทางไปยังนรกเพื่อที่จะเอา Eurydice กลับคืนมา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่เคยมีผู้ใด แม้กระทั้ง Zeus เอง สามารถที่จะทำให้ Hades (ฮาเดส) เทพเจ้าแห่งนรกใจอ่อน ยอมให้คนที่ตายแล้วฝื้นได้


1268


เมื่อถึงนรก Orpheus ก็อ้อนวอนขอ Hades ตามที่ตั้งใจเอาไว้ แน่นอนครับ ว่าขอธรรมดาต้องไม่ได้ผลแน่ Orpheus จึงขอด้วยการร้องเพลง ซึ่งคาดว่าคงจะไพเราะมาก ถึงขนาด Hades ผู้มีจิตใจแข่งแกร่งยังต้องสงสาร ยอมให้ Orpheus พา Eurydice กลับไปได้ แต่ด้วยข้อแม้หนื่งข้อ


1269


Orpheus จะต้องเดินนำ Eurydice ออกไปจากนรก และ เดินไปจนถึงบ้านบนโลกมนุษย์ โดยไม่หันกลับมามอง Eurydice แม้แต่ครั้งเดียว

รับคำแล้วทั้งสองก็ออกเดิน Orpheus ต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่หันกลับมามอง ภรรยาของตน ซึ่งเดิมตามมาข้างหลังเงียบ ๆ

แล้วความพยายามที่ทำมาทั้งหมดก็หมดความหมาย เมื่อทั้งสองเดินไปใกล้ถึงทางออกจากนรก Orpheus หันกลับไปมอง Eurydice โดยไม่ทันคิด เพราะความเป็นห่วง


1270


ความตายจะไม่ยกโทษให้ใครเป็นครั้งที่สอง สาเหตุเพราะ Orpheus เกิดลืมตัวชั่ววูบ ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับ Hades Eurydice จึงต้องถูกดึงตัวกลับไปสู่โลกแห่งความตาย เช่นเดิม เสียใจ และน้อยใจในชตาของตัวเอง Eurydice เอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังถูกดึงตัวกลับว่า

What madness destroyed me and you, Orpheus? Farewell, I am carried back to night. Though I stretch my helpless hands to you, I am no longer yours`

ขอไม่แปลนะครับ เพราะคงไม่สามารถแปล ได้อารมณ์ เท่าอันข้างบน

นี่แหละครับ ความรัก ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะความตายได้ ความเศร้าของ Orpheus ถูกกลั่นออกมาเป็นบทเพลงริมแม่น้ำ Styx (สติกซ์) ที่วิญญาณทุกดวงต้องข้ามเมื่อเดินทางไปนรก เศร้าและไพเราะในเวลาเดียวกันจนต้นไม้เกิด และเติบโตขึ้นมาที่ริมแม่น้ำแห่งความตาย เพียงเพื่อที่จะได้ฟังเพลงที่บรรเลงโดย ความเสียใจของ Orpheus

เอาละครับ พอหอมปากหอมคอกันแล้ว ต้องขอจบตรงนี้เลย ก่อนที่จะยาวเกินไป แล้วเจอกันฉบับหน้าครับ

ตอนที่ 4 The Virginity of War


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 เม.ย. 2550 (16:03)
อ่านแล้วหนุกมากอยากอ่านอีก
อยากเรียนเก่ง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 24 เม.ย. 2550 (14:44)
สวัสดีค่ะพี่เอก เรื่องสนุกดีค่ะ ตอนนี้เคยอ่านเจอแล้วค่ะ
แต่ก็ยังชอบ แต่เพิ่งจะทราบว่าใครเป็นลูกใครและมีความสามารถอะไร ^^
รออ่านตอนต่อไป.....
prawn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 เม.ย. 2550 (20:38)
สนุกมากครับ
fcaon เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 พ.ค. 2550 (22:53)
อยากอ่านอีกค่ะ
pink pigky เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 32,744 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 236 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

Til Death Do Us Part [17,448]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,630]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,760]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [273,376]
Global Warming { English } [112,088]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.