 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/1139" type="text/javascript"></script> |
|
Extra-dimensions : มิติพิศวงของคนรักฟิสิกส์
อัพเดทเรื่องราวน่าสนใจในโลกของฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ และ วิชาการ อาจรวมถึงเรื่องไร้สาระอื่นๆ ... คำเตือน ... สำหรับคนที่ไม่ชอบฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ อ่านแล้วอาจเกิดอาการมึนและเบื่อโลกอย่างแรง ห้ามอ่านเกินวันละสองรอบ
ผู้เขียน: จ้อ ชมแล้ว: 5,470 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 29 August 2007, 12:46 pm
|
หน้าที่ 8 - อัพเดทข่าวฟิสิกส์ [12 มี.ค. 50]
เดือนกุมภาฯและมีนาฯเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษากำลังจะสอบ ประกอบกับงานวิจัยกำลังติดๆขัดๆ เลยทำให้ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกนี้ไปนานพอสมควร อย่ากระนั้นเลย มาอัพเดทข่าวฟิสิกส์จากฟิสิกส์เว็บกันดีกว่า
ข่าว ฮิกส์โบซอน
อีกแล้ว
นักฟิสิกส์ที่ Fermilab ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองที่เรียกว่า HyperCP experiment กล่าวว่าพบหลักฐานบางอย่างที่อาจจะพิสูจน์การมีอยู่จริงของอนุภาค ฮิกส์โบซอน ซึ่งตามทฤษฎีเชื่อว่าเป็นอนุภาคที่ทำหน้าที่ ให้มวล แก่อนุภาคอื่นในจักรวาล

Fermi National Laboratory
แบบจำลองอนุภาค หรือที่เรียกกันว่า Standard model of Particle Physics ทำนายว่าจะมีอนุภาคอิกส์โบซอนอยู่เพียงชนิดเดียว อย่างไรก็ตามทฤษฎีฟิสิกส์สมัยใหม่ที่เรียกว่า next-to-minimal supersymmetric standard model หรือชื่อย่อคือ NMSSM เสนอว่าน่าจะมีอนุภาคฮิกส์โบซอนที่ต่างกันถึง 7 ชนิดเลยทีเดียว
ข่าวจาก PhysicsWeb บอกว่า นักฟิสิกส์ เจอร์มัน วาเลนซีย (German Valencia - ชื่อจำง่าย) จาก Iowa State University ในสหรัฐอเมริกา บอกว่าข้อมูลที่ได้จาก HyperCP experiment ค่อนข้างจะสนับสนุนทฤษฎี NMSSM และยังเชื่อว่าเขาได้ค้นพบอนุภาคฮิกส์ตัวที่เบาที่สุดใน 7 ตัวที่ทำนายไว้โดย NMSSM แล้ว ดร.วาเลนเซีย ตีพิมพ์ผลงานของเขาในวารสาร Phys. Rev. Lett. 98 081802
สำหรับผู้สนใจอ่านข่าวนี้ได้จากฟิสิกส์เว็บ
http://physicsweb.org/article/news/11/3/4
แสงแดดทำให้อุกกาบาตและดาวเคราะห์น้อยหมุน
นักดาราศาสตร์ในอเมริกาและยุโรปได้ทำการพิสูจน์ว่าแสงจากดวงอาทิตย์มีส่วนสำคัญในการหมุนรอบตัวเองของกลุ่มอุกกาบาศก์ การหมุนดังกล่าวเกิดจากการกระบวนการที่เรียกว่า YORP effect คือก้อนการที่อุกกาบาตดูดซับแสงอาทิตย์และปลดปล่อยมันออกมา ทำให้เกิด ทอร์ก และทำให้มันหมุนนั่นเอง ปรากฎการณ์ดังกล่าวตรวจพบเป็นครั้งแรกในดาวเคราะห์น้อยถึง 2 ดวง นักดาราศาสตร์คาดว่าการค้นพบนี้จะช่วยอธิบายการหมุนรอบตัวเองแบบแปลกๆของกลุ่มดาวเคราะห์น้อยต่างๆได้
ปรากฏการณ์ YORP นี้ตั้งชื่อตามผู้คิดค้นคือนักฟิสิกส์สามท่าน Yarkovsky, O'Keefe, Radzievskii และ Paddack อย่างไรก็ตาม ทอร์ก ที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์นี้มีขนาดเล็กมา และจะมีผลต่อดาวเคราะห์น้อยและอุกกาบาตขนาดเล็กเท่านั้น
ลองไปอ่านต่อกันที่
http://physicsweb.org/article/news/11/3/5
จำลองการกลับขั้วของสนามแม่เหล็กโลกในห้องทดลอง
เป็นที่รู้กันดีว่าสนามแม่เหล็กโลกจะกลับทิศทางทุกๆ สองแสนห้าหมื่นปี ซึ่งจะเป็นผลทำให้ขั้วแม่เหล็กเหนือและใต้ของโลกเราสลับที่กัน นักฟิสิกส์ในฝรั่งเศสสามารถสร้างปรากฏการณ์ดังกล่าวได้แล้วในห้องทดลอง โดยใช้โลหะโซเดียมหลอมเหลว มาสร้างสภาพจำลองภายในผิวโลก นักธรณีฟิสิกส์เชื่อกันว่าโลหะหลอมละลายที่หมุนวนอยู่ภายในโลกเป็นต้นกำเนิดของสนามแม่เหล็กโลก การทดลองนี้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกการเกิดสนามแม่เหล็กโลกได้ดีขึ้น

ภาพเครื่องมือทีใช้ในการทดลอง "หมุน" โซเดียมหลอมละลาย
อ่านต่อที่
http://physicsweb.org/article/news/11/3/7
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 ม.ค. 2550 (21:30) ขอถามหน่อยค้าบ คือว่า ถ้าหากเรารับแสงจากปรากฏการณ์ gravitational lensing มาแล้วอะคับ
แล้ว เจ้าแสงชุดนั้นน่ะ มันจะแตกต่างจาก แสง ที่เรารับจากต้นกำเนิดตรงๆ เลยรึปล่าวครับ
หรือว่า พวก ความถี่ อะไรแบบนี้ มันจะเปลี่ยนไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 19 ม.ค. 2550 (15:46) Very nice, I like the China-Thailand network. Maybe we can extend to Japan and Taiwan as well.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 19 ม.ค. 2550 (23:37) ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สาขาฟิสิกส์ ด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์และอนุภาค ก็มีความร่วมมือกับนักฟิสิกส์ของจีนเช่นเดียวกัน โดยมีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัยไปศึกษาในศูนย์วิจัยของจีน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 ม.ค. 2550 (15:39) Hello bj เมื่อไหร่จะกลับเมืองไทยครับ แล้วไม่สนใจถ่ายทอดประสบการณ์ผ่าน Blog บ้างหรือ ...
ม.สุรนารี ไม่เพียงแต่จะมีความร่วมมือกับนักฟิสิกส์จีนแล้ว ยังมีอาจารย์ชาวจีนด้วย (อาจารย์ Yupeng Yan) ผมเคยพบท่านครั้งสองครั้งแต่ไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว เข้าใจว่าอาจารย์สนใจทางด้าน Quark-Gluon plasma และทำวิจัยร่วมกับอาจารย์รุ่นพี่ของผมคือ อาจารย์ ชิโนรัตน์ (รุ่นพี่หลายปีอยู่) ...
การร่วมมือกับต่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการสร้างงานวิจัยในประเทศไทย แต่ที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศด้วยกันเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วอาจจะสำคัญมากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าจำนวนนักฟิสิกส์ในเมืองไทยบางสาขา โดยเฉพาะสาขา High-Energy และ Cosmology จะร่วมมือกันยากซะหน่อย เหตุผลก็เพราะ 1 มีจำนวนน้อย 2 อยู่ไกลกัน 3 ทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่นัก ... เท่าที่คิดออกมีเท่านี้
อาจจะเป็นการดีถ้าในอนาคต กลุ่มวิจัยในมหาวิทยาลัยเมืองไทยจะคุยกันมากขึ้น ถึงแม้จะทำงานคนละเรื่อง แต่ก็สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ เช่น อาจจะจัดอบรมนักเรียนเป็นคอร์สสั้นๆ ร่วมกัน หรือ อะไรทำนองนี้ ...
จ้อ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1406 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 238 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 31 ม.ค. 2550 (00:50) I wonder if this 1, 2-loop results depend on SUSY scenario? I understand that the loop corrections between fermions, gauge bosons and the inflaton are the main contribution in this work of Bua. My question is whether these interactions depend on UV physics such as SUSY scenarios or not.
Must be extremely kool to work with Weinberg or t'Hooft!!
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 31 ม.ค. 2550 (10:28) Hi Bj
นิสิตในห้องสัมมนาถามคำถามเกี่ยวกับ Supersymmetry เหมือนกัน แต่รู้สึกว่า บัว จะไม่ได้พิจารณาตรงจุดนี้ ผมเองมี 2-3 จุดที่สงสัยอยู่เหมือนกัน
1) ในงานของบัว เขาพิจารณา Propagator ของ fermion และ gauge boson เป็นหลัก ซึ่งโดยหลักการแล้วก็น่าจะใช้ได้กับทุกๆ fermion และ Gauge field ดังนั้นถ้ามี supersymetry ในช่วง inflation Quantum correction ของพวก superpartner ต่างๆก็ยัง อาจจะ ยังให้ scale invariant power spectrum (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ)
ถ้าผลในงานวิจัยนี้ Universal สำหรับทุกๆ fermion และ gauge boson ผลลัพท์ก็อาจจะไม่ขึ้นกับ SUSY scenario อย่างไรก็ตามงานของบัวและWeinberg ยังไม่ได้ศึกษาอนุภาคที่มีสปิน 3/2
2) ผมคิดว่าเราน่าจะ assume ว่า SUSY break ก่อนที่จะเกิด Inflation อย่างน้อยเราก็ต้องการ vacuum energy ของ inflaton ที่ไม่เป็นศูนย์เพื่อให้เอกภพขยายตัวด้วยความเร่งได้ (Bj ช่วยแก้ทีถ้าผมเข้าใจผิด) ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า ในกรณีที่ SUSY spontaneously broken ไปแล้ว พวก quantum correction จะปรากฏอยู่ในลักษณะไหน?
ไม่เคยศึกษามาก่อน แหะๆๆ
3) ผลของ UV physics อีกอันหนึ่งที่ผมสนใจคือ พวก Planck scale effect อย่างใช่น noncommutativity ของ space-time ว่าจะมีผลหรือไม่อย่างไร กับ Quantum correction ของ Fermion และ Gauge boson พวกนี้
แต่การคำนวณ non-commutative field theory บน Cosmological Background คงจะไม่ง่ายนัก และที่สำคัญงานของ Weinberg ใช้ In-In formalism ซึ่งเป็นเทคนิคของ QFT ที่ผมไม่เคยใช้มาก่อน และไม่แน่ใจว่ามีคนนำมาใช้ในกรณีที่มี noncommutivity
จ้อ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1406 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 238 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 31 ม.ค. 2550 (13:47) งานของบัว...
Quantum Cosmological Correlations in an Inflating Universe: Can fermion and gauge fields loops give a scale free spectrum?
http://arxiv.org/abs/hep-th/0611352
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 31 ม.ค. 2550 (15:23) Yes indeed Jor. SUSY will induce gravitino, at least one gaugino per one gauge boson, and one sfermion(scalar, not considered yet) per one fermion. So the question is after we count all fermions including superpartners such as gauginos, and additional scalars(sfermions), add their loop contributions together, how large it's gonna be. Naively, this would make the results larger to about at most one order of magnitude(say we have 10 SUSY fermions and scalars) of the original results.
Now that might be ok, provided we do not take into account the MASS those particles have after SUSY breaking. Im not sure to what more order of magnitude it could get larger once we consider the mass of the particles. It also depends on what the current constraints on the loop contributions so that scale independent fluctuations remain valid.
I will have to find time to actually study this reheating problem, as well as the whole inflation scenario, so ignorant of it at the moment. :D
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 31 ม.ค. 2550 (15:23) Hi Siranan ขอบใจสำหรับลิงก์ข้างบน และ ต้อนรับสมาชิกใหม่
หลังจากคิดไปคิดมา ก็เลยคิดได้อีกความคิดหนึ่งก็คือ ใน Paper ยังไม่ได้เช็ค Gravitino ซึ่งมี spin 3/2 และถ้าสามารถเช็คได้ว่า Spin 3/2 สามารถให้ scale invariant spectrum ใน CMB ได้หรือไม่ก็จะน่าสนใจมาก เพราะถ้าสามารถเกิดได้ ก็แสดงว่า สามารถมี gravitino ในช่วง Inflation ได้ แต่ถ้าไม่ก็อาจแสดงว่า ไม่น่าจะมี SUSY ที่ระดับ Inflation scale
แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ค่อนข้างจะซื่อๆไปหน่อย และ อีกอย่างจะ Quantize spin 3/2 particle คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ
ผมทำไม่เป็นคนหนึ่งล่ะ
จ้อ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1406 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 238 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 31 ม.ค. 2550 (15:28) Just quick comment on spin-3/2 calculation. Not that I have done it, but I think using veinbein, the calculation can be done at 1-loop, tedious but doable. The problem is not the calculation of Feynman diagram involving spin-3/2, but just that we are not sure the sum to every order would be finite or not. So far, supergravity was proved finite up to 2 loop level. So, 1-loop calculation can be done, even though we cannot prove its renormalizability to every order.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 เม.ย. 2550 (02:16) ดูภาพแล้วคิดถึง Adriatico Guest House จริงๆ :)