วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/117" type="text/javascript"></script>
Dark energy
อะไรผลักดันให้เอกภพขยายตัวออกจากกัน
ผู้เขียน: ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ ชมแล้ว: 65,400 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 7 January 2008, 9:58 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 10 January 2008, 4:03 pm

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2549 (16:08)
มันจะเป็นลักษณะเดียวกับขั้วแม่เหล็กไหม? เราอาจมีพลังงานแม่เหล็กที่แบบเหมือนกันฃึ่งมันจะผลักกันแล้วมันไหม๊
parn M.3/8 T.CH. (IP:58.136.144.140,192.168.1.214,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 25 ก.ย. 2549 (17:17)
เรา (หมายถึงเหล่านักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์) มีข้อสงสัยกันว่า เอกภพหยุดนิ่งอยู่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และหากมีการเปลี่ยนแปลง เอกภพกำลังขยายตัวใหญ่หรือหดตัวเล็กลง อันนี้ผมว่าเป็นการศึกษาที่ดีและน่าศึกษา แต่ที่กำลังจะใช้ "ซูเปอร์โนวา" ในการพิสูจน์เรื่องนี้นั้น ผมว่าคงจะผิดความหมาย และไม่น่าจะใช้เป็นตัวพิสูจน์ในข้อสงสัยอันนี้ได้
ซูเปอร์โนวา เป็นกลุ่มก๊าซร้อนและรังสีที่เพิ่งผ่านเข้ามาสู่เอกภพ ตัวมันเองมีพฤติกรรมปกติในการ 'ผลัก' มวลอยู่แล้ว
โดยทั่วไปนักดาราศาสตร์มักชอบคิดกันว่า การที่มวลจำนวนหนึ่งกระจายออกมาจากสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยความเร็วตั้งแต่พอประมาณไปจนถึงเร็วมาก มิหนำซ้ำ สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ว่านี้มีแสงสว่างออกมาด้วย แสดงว่าไอ้สิ่งหนึ่งสิ่งใดตัวนี้ (ที่เป็นจุดศูนย์กลางของการกระจายนั่นแหละ) จะต้องกำลังระเบิดอยู่แน่ ๆ
เป็นที่แน่นอนว่า คำว่า "ระเบิด" ที่ว่านี้มีตัวแบบความคิดมาจากการระเบิดประดามี ที่ปรากฏอยู่บนโลก...แบบว่ามีเสียง"บึ้ม" แล้วก็มีอะไรต่อมิอะไรกระจายออกมา ทั้งหมดคือมวลเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกมาจากมวลที่ถูกแรงระเบิด
ทว่า... นักดาราศาสตร์แน่ใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่กำลังเกิดอยู่ในจักรวาล เป็นแบบเดียวกันกับการระเบิดที่ปรากฏอยู่บนโลก ของสองสิ่งที่คล้าย ๆ กัน บางทีอาจไม่ใช่สิ่งสิ่งเดียวกันก็ได้...
มิหนำซ้ำ...บางทียังตรงกันข้ามอีกด้วย
ซูเปอร์โนวา มิใช่ดวงดาวที่กำลังระเบิด (แบบระเบิดบนโลก) และกลายเป็นดาวดวงใหม่ หากแต่มันคือพลังงาน ที่ปรากฏขึ้น เพื่อฟอร์มตัวเป็นดาวดวงใหม่ มันกำลังเริ่มต้นสร้างมวลใหม่ แต่ในขณะเดียวกัน รังสีของมัน ก็ผลักมวลเหล่านั้น (ที่เห็นเป็นฝุ่น ๆ ผง ๆ) ให้กระจายออกมา โดนสนามที่เป็นปฏิภาคโน้มถ่วง (หมายถึงสนามที่มีพฤติกรรมตรงข้ามกับสนามโน้มถ่วง)
ในเมื่อมันกำลังผลักมวลอยู่ มันจึงวิ่ง ราวกับมันกำลังกระเจิดกระเจิงออกไปจากเอกภพ
การที่เราพบว่า คนคนหนึ่ง กำลังวิ่งตะบึงอยู่ในสนามฟุตบอล เป็นข้อพิสูจน์หรือเปล่าว่าสนามฟุตบอลกำลังขยายตัว
แล้วซูเปอร์โนวาจะใช้เป็นข้อพิสูจน์อะไรได้
ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่า 'บิ๊กแบง Big Bang' ไม่เคยเกิดขึ้นในเอกภพ แต่ที่มันเคยเกิด และกำลังเกิดอยู่ และจะเกิดเรื่อย ๆ ในโอกาสต่อ ๆ ไป ก็คือ 'โนวาเล็ก ๆ Nanova' เหล่านี้ต่างหากเล่า...
einstine เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ม.ค. 2551 (23:45)
เอกภพ คงไม่ใช่เอก อีกต่อไปเพราะก็รู้อยู่เเล้วว่ายิ่งเราค้นหามันสักเท่าใดมันยิ่งเลื่อนลอยเเละเหมือนจะไม่มีอยู่จริง ยิ่งค้นหายิ่งมีทฤษฏีใหม่ใหม่มาเรื่อยๆ เเม้เเต่ทฤษฏีที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้มันก็อาจาจะเป็นไปได้ มนุษย์ก็เช่นกัน ค้นหากันไปมา เเต่ไม่เคยค้นหาตัวเองเลยบางทีถ้าเข้าใจตัวเองบ้างทุกอย่างคงไม่มีอะไรให้คิดมากไป...
toro เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 130 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ม.ค. 2551 (00:29)
เราจะรู้ได้อยางไรว่าระยะที่เรายืนอยู่ในตอนนี้คือระยะที่เอกภพกำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วสูงหรือเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วสูงเเละกำลังจะดับซึ่งในเวลานี้เราอาจยืนอยู่ที่จุดกลางๆที่ไม่สามารถบอกอะไรได้ก็ได้เพราะการเดินทางของจักรวาลยาวนานกว่าช่วงชีวิตมนุษย์หลายเท่าเราเพียงเเต่สมมุติฐานเเละเเทนค่าความเป็นไปได้เท่านั้นเอง
toro เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 130 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 2 ก.พ. 2551 (21:44)
ไม่รู้เรื่องหรอกค่ะแต่หนูชอบอ่าน

แล้วแบบนี้คงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญเลย
พิชญาภา วระไวย์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 110 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 ก.พ. 2551 (19:51)

คุณ einstine พูดเหมือนพวกนักประจักษ์นิยมเลย ว่าทุกสิ่งที่เกิดไม่ได้เป็นหลักประกันสิ่งที่จะเกิดตามมาว่าจะต้องเหมือนกันกับสิ่งที่เกิดมาก่อนๆ


แต่ข้าพเจ้าคิดว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่น่าจะหลงกลความแตกต่างของสภาพเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าจะยังไง กฏเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ใช่ได้กับทุกจุดในจักรวาล นิวตันเป็นคนกล่าวไว้ ( ผิดคนก็ขออภัย ) ดังนั้นระเบิดที่นี้ หรือที่โน้น ถ้าอยู่จักรวาลเดียวกันก็ไม่น่ามีปัญหา นะ ข้าพจ้าว่า 


Dr.hannibal lecter เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 22 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 200 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 26 ก.พ. 2551 (17:03)

ก็ไม่เห็นจะยากนะครับ แรงที่ว่ากันอยู่เนี่ย (Dark energy) ก็คือแรงดึงดูดที่เอกภพอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เอกภพของเรานี่แหละครับ ช่วยกันดูดเอกภพของเราออกไปทุกทิศทุกทาง แต่--


ถ้าคิดอีกนัยหนึ่ง ถ้ามวลหรือพลังงานรวมก่อนเกิด bigbang ของ เอกภพเรา มีมากกว่าแรงดึงดูดที่เอกภพอื่น  ๆ ที่อยู่รอบ ๆ กระทำกับเอกภพของเรา ก็จะเกิด big crunch งัยครับ


ว่าแต่ว่า แล้วมันจะมีเส้นหรือแผ่นกั้นอะไรระหว่างเอกภพอีกล่ะ หรือถ้าไม่มี สสารหรือพลังงานบางส่วนของเราก็จะไปรวมกับมวลหรือพลังงานของเอกภพอื่น หากรวมกันเยอะขึ้นก็จะเกิด big crunch รวมเป็นอะตอม ของเอกภพ และเมื่ออะตอมตั้งตั้นนี้ ไปอยู่ที่ ๆ มีแรงดึงดูดของเอกภพอื่น ๆ มาก ๆ ก็อาจจะระเบิดเกิด bigbang ใหม่ วน ๆๆๆ ๆๆๆ ๆๆ กันไป 


งง งง งง งง


soulful เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 57 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 เม.ย. 2551 (17:41)

คห 7 >> ผมว่าน่าจะเป็นสัจพจน์ของไอสไตน์นะครับ ที่บอกว่ากฏทางฟิสิกส์ ไม่สามารถใช้ได้ทุกที่ไม่ว่าผู้สังเกตจะเป็นใคร  


    ยิ่งอ่านยิ่งรู้ยิ่งงง แต่มันก็ยิ่งท้าทายยิ่งน่าสนใจ ยิ่งอยากเรียน 


 


 


 


RainOfGod เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 พ.ค. 2551 (15:09)

แผ่นตัวนำก็ต้องมีประจุสิ แต่มีประจุเป็นกลางเฉยๆ


แล้วก็มันก็ต้องมีมวลด้วย


เพราะฉนั้นมันก็ต้องมีแรงดึงดูดระหว่างกันสิ


เป็นไปตามกฎของนิวตัน


sakkutter เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 พ.ค. 2551 (23:44)

ผมขอคัดค้าน คห ที่ 2 นะคับ


เพราะว่า  การที่แสงเดินทางมาถึงโลกนั้นจะมีคลื่นความยาวอยู่ ยิ่งยาวมากแปลว่ายิ่งอยู่ไกลมาก (ตามรูปภาพในหน้าที่ 1) เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า นักวิทยาสาศตร์คงใช้เวลาในการดูปรากฏการณ์ต่าง ๆ หลาวัน (คงไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใหนดูเหตุการณ์ต่างๆในเวลาอันสั้นแล้วออกมาสรุปหลอกนะครับ) จนอาจจะพบว่า คลื่นความยาวมันมีความถี่น้อยลง  หรือว่ามีความยาวของคลื่นมากขึ้น เนื่องมาจากว่าเอกภพมันขยายตัวออกไป


ก็เหมือนกับคุณหยดสีบนผิวลูกโป่งแหละคับ สมมุดว่าหยดสีแดงและสีเขียวในจุดที่ใกล้กัน ในตอนแรกทั้ง 2 จุดจะใกล้กัน แต่เมืองลูกโป่งขยายตัวออกไป  พื้นที่ผิวของลูกโป่งก็จะมากขึ้นด้วย ทำให้ระยะห่างของทั้ง 2 จุดมันก็จะมากขึ้นด้วยเช่นกัน 


 


ถูกมั้ยคับ


lllsunlll เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 ก.ค. 2551 (10:55)

........... อดีตกาลนานมาแล้ว มีสิ่งชีวิตจำนวนหนึ่ง อาศัยอยุ่ในดาวเคราะห์ทั้ง 3 ดวง


เนื่องด้วยระยะห่างที่ใกล้กันจนเกินไประหว่าง3ดาวเคราะห์


สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จึงทำสงครามแย่งดินแดนกันมาอย่างยาวนาน


ยุคสมัยนั้นยังมีแร่มากมายที่มีพลังงานลึกลับแฝงอยู่ พลังงานลับที่สิ่งมีชีวิตยุคนั้นเรียกกันว่า


"Dark energy"เป็นพลังงานที่ใช้ผลักดันหรือต้านแรงดึงดูด


สิ่งมีชีวิตยุคนั้นใช้แร่ชนิดตืดกับตัวเพื่อที่จะดันตัวเองขึ้นไปบนฟ้า(บินได้)


ช่วงสมัยนั้นสงครามยืดเยื้อกันยาวนานจนเหล่าสิ่งมีชีวิตยุคนั้นตัดสินใจใช้แร่ที่มีพลังงานลับแฝงทั้งหมด


มาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งแล้วโยนทิ้งไว้ช่องว่างของอวกาศระหว่างดาวเคราะห์ทั้งสามนานวันขึ้น


ระยะห่างจากดาวเคราะห์ทั้งสามก็ไกลห่างกันไปเรื่อยๆ เพื่อที่พวกสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะไม่มีวันหวนกลับมา


พบกันอีกเป็นครั้งที่สอง


จบ............


Imagination is more important than knowledge


 


 


 


mariczone เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 26 พ.ย. 2551 (15:38)

คุณeinstein ความเห็นที่ 2 เข้าใจผิดแล้วครับ
เรื่องred shift ของ super nova น่ะแต่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเอกภพกำลังขยายอยู่อยู่ด้วยอัตราเร่งตะหาก ไม่เชิงบอกว่ามีbigbang แต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ทางอ้อมครับ  และขอบคุณความเห็นที่ 11 ที่อธิบายได้ดี คุณคงอ่านมาจาก A brif history of time ของ Hawking สินะครับ ความจริงแล้วนัก cosmology นั้นยอมรับกับการเกิดขึ้นของ bigbang ไปนานแล้วด้วยหลักฐานจากผลการทดลิงมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้น cosmic microwave black ground (CMB) ซึ่งยืนยันได้ว่าเอกภพนั้นมีอายุไข จากรังสีที่หลงเหลือจากการระเบิดของbigbang ในครั้งก่อน ซึ่งยังไม่ถูกดูดกลืนไป และคำนวณอายุหลังจากการเกิดbigbang ได้ด้วยครับ ว่าเอกภพเรานั้นมีอายุมาประมาณกว่า หนึ่งหมื่นล้านปี พูดง่ายๆก็คือbigbang ได้เกิดขึ้นมากว่าหนึ่งหมื่นล้านปีแล้ว และอีกอย่างการระเบิดของsupernova นั้นเพียงพอที่จะผลักฝุ่นและก๊าซรอบๆตัวมันได้อยู่ แต่ไม่สามารถพอที่จะผลักไปได้ทั้งกาแล็กซี่หรอกครับ อย่าลืมสิครับว่ามันเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์ทีละดวงไม่ใช่ระเบิดพร้อมกันทั้งกาแล็กซี่นะครับ ถึงจะผลักไปทั้งกาแล็กซี่ได้อะ แล้วการสังเกตred shift นั้นมันเกิดจาก กาแล็กซี่มันเคลื่อนออกไปครับ มันจึงทำให้โฟตอนนั้นเกิดการ red shift เมื่อมันเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกต จริงๆมันเป็นเรื่องปรากฏการณ์ ดอปเปอร์ น่าจะเคยเรียนในฟิสิกส์ม.ปลายนะครับ เพียงแต่นี่มันเป็นปรากฏการณ์ ดอปเปอร์ ของแสงเท่านั้นทำให้ความถี่ที่สังเกตได้มันลดลงซึ่งความความถี่ที่ลดลงคือความถี่ที่ค่อนมาทางสีแดง นึกภาพออกไหมครับ แล้วจากการสังเกตred shift นี้พบว่าแทบทุกกาแล็กซี่นั้นล้วนเคลื่อนที่ออกไปจากเราหมด ดังที่ความเห็นที่ 11 ได้อธิบายไว้แล้วนะครับและการที่กาแล็กซี่ได้เคลื่อนที่ออกไปนี้แหล่ะจึงยืนยันได้ว่าเอกภพกำลังขยายตัวมาจากการระเบิดของbigbang ซึ่งได้ขยายตัวมาเรื่อยๆเหมือนเป่าลูกโป่งนั่นแหล่ะครับ
สงสัยอะไรemail มาถามได้ครับ nirun_ant@hotmail.com


kumpee number2 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


จ้อ
(อรรถกฤต ฉัตรภูติ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 22,693 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,421 ครั้ง
ได้รับดาว 250 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.