คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/123" type="text/javascript"></script>
ตามล่าหาหลุมดำ (ตอนที่ ๑)
หลุมดำคืออะไร มาทำความเข้าใจฟิสิกส์ของหลุมดำกัน
ผู้เขียน: จ้อ ชมแล้ว: 50,187 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 28 July 2002, 1:17 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 28 July 2002, 1:17 am
อยู่ในส่วน: ฟิสิกส์
สารบัญ

หน้าที่ 4 - ความลับของแรงโน้มถ่วง
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


ผู้อ่านอาจมีความสงสัยว่าหลุมดำนั้นเอาแรงดึงดูดมากมายมหาศาลมาจากไหนทั้งๆที่มันเป็นเพียงดาวที่ตายดับแล้ว
ถ้าจะไขความลับของหลุมดำ เราคงต้องมาทำความเข้าใจธรรมชาติของแรงโน้มถ่วงเพิ่มเติม

เป็นเรื่องแปลกไม่น้อย ที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลกออกไปสู่ห้วงอวกาศได้

แต่ก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์เข้าใจธรรมชาติของแรงโน้มถ่วงอย่างชัดเจน

พฤติกรรมของมันยังคงเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้



หนึ่งนาที กับ Einstein's Gravity


ในปี ค.ศ. ๑๙๑๕ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เสนอแนวคิดของเขาในการอธิบายแรงโน้มถ่วง
ซึ่งทุกคนรู้จักในชื่อ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป หรือ General Relativity
ภาพของแรงโน้มถ่วงตามความคิดของไอน์สไตน์นั้นอธิบายด้วยความโค้งของอวกาศ
เราลองหลับตานึกภาพว่าอวกาศเป็นเสมือนแผ่นผ้าใบที่ขึงตึงทั้งสี่ด้าน ถ้าเรากลิ้งลูกหินบนผืนผ้าใบนี้
มันย่อมวิ่งเป็นเส้นตรงเนื่องจากแผ่นผ้าใบนั้นเรียบ




แต่ถ้าเราวางตุ้มน้ำหนักลงบนแผ่นผ้า น้ำหนักของตุ้มจะทำให้ผ้าใบบุ๋มลงไปไม่เรียบเหมือนเก่า
ในตอนนี้ถ้าเรากลิ้งลูกหินบนผ้าผืนนี้ ทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกหินย่อมได้รับผลกระทบจากความโค้งของผืนผ้าใบ
(ซึ่งความโค้งนั้นเกิดจากลูกตุ้มที่เราวางลงไปนั่นเอง )




ไอน์สไตน์อธิบายว่า แรงโน้มถ่วงจากดวงดาวต่างๆก็คือความโค้งของอวกาศรอบๆดวงดาวเหล่านั้น
ซึ่งเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่ลูกตุ้มกระทำต่อผืนผ้าใบ ยิ่งมวลของดาวมีค่ามากความโค้งของอวกาศก็มีค่ามาก
ทำให้แรงโน้มถ่วงที่เกิดจากดาวนั้นมีค่ามากตามไปด้วย




ไอน์สไตน์ได้ใช้วิชาเรขาคณิตเขียนความคิดของเขาออกมาเป็นสูตรคณิตศาสตร์ที่เรียกกันว่า
สมการสนามของไอน์สไตน์ ( Einstein's Field Equation ) ซึ่งเป็นสมการที่หาคำตอบได้ยากที่สุดสมการหนึ่ง
ในปัจจุบันยังไม่มีนักคณิตศาสตร์คนใดที่สามารถจะหาคำตอบทั่วไป (General solution) ของสมการนี้ได้
แม้ว่าจะเป็นสมการที่เป็นรากฐานของทฤษฎีฟิสิกส์ยุคใหม่หลายๆทฤษฎีก็ตาม
คำตอบของสมการนี้ส่วนใหญ่ได้มาจากการคาดเดา หรือไม่ก็กำหนดเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงลงไป
เพื่อทำให้สามารถหาคำตอบได้




คำตอบหนึ่งคือ...หลุมดำ??


คำตอบแรกของสมการสนามนี้ค้นพบโดยนักฟิสิกส์ ชื่อ คาร์ล ชว็าชชิลล์ (Karl Schwarzschild)
เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ ไอน์สไตน์ประกาศทฤษฏีของเขา ชว็าซชิลล์ได้พิจารณาความโค้งของอวกาศรอบๆ
ดาวที่มีรูปทรงเป็นทรงกลมสมบรูณ์และไม่หมุนรอบตัวเอง คำตอบที่Schwarzschildค้นพบมีสิ่งน่าตื่นเต้นคือ
ที่ระยะห่างค่าหนึ่งจากใจกลางของดวงดาว ซึ่งเรียกว่า รัศมีของSchwarzschild ความโค้งของอวกาศมีค่ามาก
มากเสียจนขนาดที่ว่า แม้แต่แสงก็ยังถูกกักขังเอาไว้ได้




ภาพแสดงความโค้งของอวกาศรอบๆ ดวงอาทิตย์ (รูปที่ ๑) และ ความโค้งของอวกาศบริเวณหลุมดำ (รูปที่ ๒)



สำหรับดวงดาวโดยทั่วไปแล้วรัศมีของดาวจะมีค่ามากกว่า รัศมีของSchwarzschild เราจึงไม่พบรัศมีที่ว่า
แต่ในกรณีที่ดาวมีมวลมากกว่า 3 เท่าของดวงอาทิตย์ ดังที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อที่แล้วนั้น
เมื่อปฎิกริยานิวเคลียร์ภายในดวงดาวสิ้นสุดลง มันจะยุบตัวลงจนมีขนาดเล็กกว่า รัศมีของSchwarzschild
ในกรณีนี้ดาวจะแปรสภาพเป็น หลุมดำ โดยดาวจะสร้างผิวทรงกลมที่เรียกว่า ขอบฟ้าเหตุการณ์ (Event Horizon) ขึ้น
โดยขอบฟ้าเหตุการณ์นี้จะมีรัศมีเท่ากับรัศมีของSchwarzschild



วัตถุที่เคลื่อนที่เข้าใกล้ หลุมดำเกินกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์ จะถูกแรงดึงดูดมหาศาลของมันดูดเอาไว้
และไม่สามารถที่จะหนีออกมาได้อีกแม้ว่าวัตถุนั้นจะมีความเร็วเท่าเก่าแสงก็ตาม นี่เองคือต้นกำเนิดของหลุมดำ



จากการคำนวนพบว่า รัศมีSchwarzschild ของ ดวงอาทิตย์ นั้นมีขนาดเพียง 2.9 กิโลเมตร
ในขณะที่รัศมีของดวงอาทิตย์ยาวถึงเกือบ 7แสนกิโลเมตร
ดังนั้นดวงอาทิตย์จึงไม่มีคุณสมบัติของหลุมดำปรากฎออกมาให้เห็น



น่าเสียดาย... เพียงแค่ 4 เดือนหลังจากที่ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับ Schwarzschild
ก็ถูกส่งไปทำการรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 สังกัดกองทัพบกเยอรมันนี และเสียชีวิตลง
ณ.ชายแดนประเทศรัสเซีย ... สงครามช่างทำลายได้ทุกอย่างจริงๆ




แล้วมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ ถ้าเข้าไปในหลุมดำ?



จะเห็นได้ว่าขอบฟ้าเหตุการณ์นั้นเป็นเสมือนจุด " ไปไม่กลับ " คือ ถ้าเราเกิดหลงเข้าไปใกล้
เจ้าหลุมดำเกินกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์แล้วล่ะก็ เราหมดสิทธิ์ที่จะกลับออกมา
คำถามก็คือถ้าเกิดตกลงไปเกินกว่าจุด "ไปไม่กลับ" แล้วผลจะเป็นอย่างไร



ตามทฤษฎีแล้วภายในหลุมดำแรงดึงดูดจะมีค่าเพิ่มขึ้นมหาศาลเหมือนโกหก
โดยเฉพาะที่จุดศูนย์กลางของหลุมดำนั้น ทฤษฎีทำนายไว้ว่ามีแรงดึงดูดมากมายจนไม่สามารถวัดได้
หรือที่เรียกว่า เป็นค่าอนันต์เลยทีเดียว หลายท่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า แรงดึงดูดมากมหาศาลเป็นอนันต์นั้น
มันมากขนาดใหนกันแน่ จะลองยกตัวอย่างในกรณีดาวที่มีมวลมากๆ เช่น ดาวนิวตรอน แรงดึงดูดของมัน
สามารถฉีกเราให้เป็นชิ้นๆได้ทีเดียว ที่ใช้คำว่า "ฉีก" ก็เพราะว่าเราจะรู้สึกเหมือนโดนฉีกให้ขาดออกจากกันจริงๆ



ขนาดความแรงของแรงโน้มถ่วงนั้น ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากจุดศูนย์กลางดวงดาว คือยิ่งใกล้ดาวมากแรงดึงดูดก็จะยิ่งมาก
สำหรับวัตถุใดๆก็ตามที่อยู่ให้อิทธิพลของแรงชนิดนี้ ส่วนของวัตถุด้านอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของดาวมากกว่า
จะได้รับอิทธิพลของแรงดึงดูดมากกว่าด้านที่อยู่ไกล ออกไป



ตาม กฎข้อที่สองของนิวตัน แรงที่กระทำกับวัตถุแปรผันตรงกับความเร่ง ดังนั้นเมื่อแรงที่กระทำต่อทั้งสองด้านไม่เท่ากัน
ความเร็วก็ย่อมไม่เท่ากัน สมมุติว่าตัวของเราส่วนล่างของเราเกิดวิ่งเร็วกว่าส่วนบนขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น?
ผลก็คือตัวเราก็จะถูกฉีกขาดออกเป็นสองท่อนนั่นเอง



ปรากฎการณ์ดังกล่าวเรียกว่า Tidal force ที่เรียกว่า Tidal ก็เพราะว่าคำอธิบายเดียวกันสามารถนำไปอธิบายได้ว่า
ทำไมน้ำขึ้นน้ำลง ถึงเกิดขึ้นวันละสองครั้ง
(...ฝากให้ผู้อ่านเก็บไปคิดเป็นการบ้าน ว่าปรากฎการณ์ทั้งสองเกี่ยวข้องกันอย่างไร ?...)



จะเห็นว่าแรงดึงดูดที่มากจนเกินไปนั้น ดูไม่ค่อยจะเป็นที่น่าพิศมัยซักเท่าไหร่นัก
สำหรับแรงดึงดูดที่ใจกลางของหลุมดำนั้น ท่านผู้อ่านคงพอจินตนาการได้ว่า จะขนาดไหน...





เราเชื่อ ไอน์สไตน์ได้แค่ใหน ?



ไอน์สไตน์นั้นค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป จากจินตนาการ และ สมการบนแผ่นกระดาษ
หลายคนอาจไม่แน่ใจว่า ความคิดที่แทนแรงโน้มถ่วงด้วยความโค้งของอวกาศนั้นถูกต้องและใช้ได้จริง



ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทฤษฎีของไอน์สไตน์ได้รับการพิสูจน์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
การทดลองทางดาราศาสตร์ต่างๆล้วนแต่ยืนยันความถูกต้องของทฤษฎี เช่น การสังเกตวงโคจรของดาวพุธ
และ ปรากฎการณ์ Gravitational Lens เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการค้นหลายๆปรากฎการณ์
ที่ยืนยันการมีอยู่จริงของหลุมดำ หลักฐานเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปมีความแม่นยำ
และเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง (เมื่อไม่คำนึงถึงผลทางควอนตัมฟิสิกส์)




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2549 (16:46)
พบเคยดูสารคดีและผมก็เชื่อว่ามันมีอยู่จริง เพียงแต่มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง เราไม่สามารถรู้ได้ :-( :-(
หมี (IP:203.156.44.223,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 ม.ค. 2549 (20:01)
ผมว่ามีแน่นอนแต่มันจะใหญ่ขนาดไหนหรืออยู่ไกลขนาดไหนผมก็ไม่รุ
จอมยุทธน้อยแห่งวัดเส้าหลิน (IP:203.113.57.100,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 24 ม.ค. 2549 (10:14)
แล้วมันอยู่ใกล้กับโลกของเราหรือเปล่านะ เพราะก็ยังตรวจหาหลุมดำไม่ได้แล้วเราจะรอดมั้ยขนาดแสงยังไม่รอดเลยนี่
เด็กแนว (IP:202.143.155.227,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 ก.พ. 2549 (15:34)
แต่นู๋สงสัยว่าหลุมดำกับหลุมขาวมันเกิดต่างกันยังไงหรอค่ะ
แล้วก็ใช่รึป่าวที่หลุมดำเปนตัวดูดแล้วหลุมขาวเปนตัวปล่อย
ถ้าใช่แล้วมันเกิดยังไงหรอค่ะ^O^
peeki เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 18 มี.ค. 2549 (22:16)
โผมคิดว่ามันมีจริงแน่นอนครับ แต่ผม ไม่รู้ว่ามันดูด แสงได้ยางงายง่า
Yo Asakura เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 พ.ค. 2549 (11:15)
ไม่ได้ดูดแสงครับ มันแค่เคลื่อนที่เร็วกว่าแสง จึงไม่มีแสง
ท่านโน้ต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 ก.ย. 2549 (17:42)
วู้วววว ได้ความรู้แน่นเอี๊ยดเลย ขอบคุณมากครับ คุณจ้อ :D
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 5 ก.ย. 2549 (12:22)
จากบทความ แล้วสรุปเองว่าหลุมดำเกิดจากดาวยักษ์ที่ยุบตัวจนมีขนาดเล็กจิ๋ว ดังนั้นหลุมดำน่าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้เคียงเดิม แต่หมุนรอบตัวเองน่าจะเร็วขึ้นอย่างมหาศาล แต่ที่สงสัยคือการที่พลังงานนิวเคลียร์ภายในดาวยักษ์หายไป น่าจะมีผลทำให้หลุมดำมีแรงดึงดูดมากขึ้น แล้วส่งผลให้วงโคจรของดาวคู่แฝดไร้คู่น่าจะมีวงโคจรเปลี่ยนแปลงไป
gemmxus เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ก.ย. 2549 (15:59)
หลุมดำอาจจะเกิดจากดวงดาวดวงใหญ่ ๆ ที่หดตัวลงจนเหลือขนาดจิ๋ว ๆ ก็ได้ และในขณะเดียวกันก็อาจเกิดจากวัตถุขนาดธรรมดา ๆ บนโลก ที่อยู่ภายใต้สนามไฟฟ้าเข้มข้นก็ได้ หรือมันยังจะเกิดจากอะไรอย่างอื่นอีกก็ได้
ความสามารถของอะไรก็ตาม หรือสภาวะบางอย่างอะไรก็ตาม "ที่ทำให้เกิดพื้นที่ที่อนุภาคหยุดวิ่ง" มันก่อให้เกิดหลุมดำได้หมด
การที่เราจะทำความเข้าใจหลุมดำได้นั้น ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า โลกของวัตถุสสารนั้น เป็นโลกที่ประกอบด้วยอนุภาคมากมาย "วิ่งไปวิ่งมา" ตัวเราที่เห็นว่าเป็นตัวตัน ๆ แต่ที่จริงแล้วกลวง เพราะประกอบไปด้วยอะตอมจำนวนมาก แต่ละอะตอมมีแกนกลางเป็นนิวเคลียส โดยมีอิเล็คตรอนวิ่งวนไปมารอบ ๆ นิวเคลียส... มิใช่แค่ตัวเราเท่านั้นที่เป็นบบนี้
แทบทุกอย่างในโลกและจักรวาลเป็นแบบนี้ทั้งหมด !
เมื่อไรก็ตาม ที่เราสามารถ "จัดการ" อนุภาคส่วนที่วิ่งอยู่ให้วิ่งช้าลง หรือหยุดวิ่ง สภาวะหลุมดำก็เกิดขึ้นแน่ ๆ ในตัวเรา
นี่แหละ ! คือเหตุผลที่ว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบว่า ในอะตอมก็มีหลุมดำ เพราะภายใต้กรอบเล็ก ๆ คืออะตอม แทบทุกอะตอมมันมีพื้นที่ที่อนุภาคไม่วิ่งผ่าน (เทียบเท่ากับเป็นพื้นที่ที่อนุภาคหยุดวิ่ง ภายใต้กรอบอันจำกัดนี้) แต่พื้นที่ที่ว่านั้นมันมีค่าน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับกรอบใหญ่คือสุริยจักรวาล
ถ้าดวงดาวที่เดิมทีมีพื้นที่ที่อนุภาควิ่งอยู่มากมายภายในตัวมัน เริ่มหดตัวเองจนมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนพื้นที่ที่เรากล่าวถึง มันจะค่อย ๆ เกิดขึ้น แต่ลักษณะการหดตัวเองแบบนี้อนุภาคยังวิ่งได้ครับ เพียงแต่พื้นที่ที่อนุภาควิ่งได้มีน้อยลง ทำให้มันเป็นหลุมดำได้ช้า กว่ามันจะไปสุดทางที่อนุภาคทั้งมวลของมันหยุดนิ่ง อาจจะใช้เวลาพัฒนาตัวเองไปนับแสนปีหรือล้านปีเลยก็ได้
เมื่อไรก็ตามที่ดวงดาวดวงหนึ่งกลายเป็นพื้่นที่ที่อนุภาคไม่วิ่ง มันจะทำให้สนามขาดตอน สนามที่ว่านี้คุณจะเรียกว่าเป็นสนามกาลเวลา-อวกาศ หรือสนามพลังอะไรก็สุดแท้แต่ สรุปแล้ว รูปแบบความเชื่อมโยงกันของวัตถุที่มีอนุภาควิ่งไปวิ่งมาได้จะขาดตอนลง
กฎธรรมชาติที่ผมค้นพบก็คือ อะตอมโดยทั่วไปเป็นโรคขี้เมื่อย ถ้ามันรู้ว่าแถวไหนทำให้อนุภาคหยุดวิ่งได้ มันจะเขยิบเข้าไปหาพื้นที่นั้น เพื่ออาศัยสภาพของพื้นที่นั้น ทำให้อนุภาคในตัวมัน 'หยุดวิ่ง' บ้าง
หลุมดำไม่ได้ส่งแรงไปดูดใคร ขอย้ำ ! ว่ามันไม่ได้ส่งแรงอะไรไปดูดใคร มันคล้าย ๆ แม่เหล็ก ที่ไม่ได้ส่งแรงอะไรไปดูดเหล็ก แต่เหล็กเหล่านั้น ไหลตามสนามเข้ามาหาแม่เหล็กเอง วัตถุโดยปกติจะวิ่งไล่ตามหลุมดำ ประดุจดังสาวรุ่นวิ่งไล่ตามแฟชั่น ทำให้บริเวณรอบ ๆ มันจะมีวัตถุไหลเข้ามามากมาย วัตถุเหล่านี้เดิมเคยมีอนุภาควิ่งพล่านอยู่ภายในตัวมัน แต่ปัจจุบันอนุภาคเหล่านั้นหยุดวิ่ง
อนุภาคทั้งมวลปรับตัวเองให้อยู่ในระดับพลังงานควอนตัมที่ต่ำที่สุด และคายพลังงานออกมาในรูปของรังสี
รอบ ๆ บริเวณของหลุมดำจึงเต็มไปด้วยรังสี ไงครับ...
einstine เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 ต.ค. 2549 (08:50)
ไม่แน่นะ ดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเรานี้อาจกลายเป็นหลุมดำในไม่ช้า
ซีแฟร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 ธ.ค. 2549 (08:52)
รักนะเด็กโง่ หลุมดำอยู ที่ใดของโลก
ดอน ส.บกสว่าง (IP:203.113.22.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 30 ธ.ค. 2549 (16:04)
ถ้าเราไป อยู่บนดาวนิวตรอนได้ เราจะมีสภาพอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือเปล่าคับ
comand (IP:222.123.93.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 3 ม.ค. 2550 (18:47)
ผมเชื่อว่ามันมีอยู่จริงในอวกาศ หรือ ในโลกเรานี้ก็อาจมีมันได้นะครับ เเต่ก็ต้องรอดูการพิสูจน์ต่อไปนะครับ
ชิออน (IP:203.113.45.228)


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


จ้อ
(อรรถกฤต ฉัตรภูติ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 17,628 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,407 ครั้ง
ได้รับดาว 239 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ตามล่าหาหลุมดำ (ตอนที่ ๑) [50,188]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [534,128]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,310]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [378,849]
Global Warming { English } [143,017]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.