 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/131" type="text/javascript"></script> |
|
|
บรรยากาศโลก(ตอนที่ ๒)
วิวัฒนาการการเกิดบรรยากาศโลก กลไกการพัฒนาบรรยากาศโลกตั้งแต่สมัยโลกแรกกำเนิด
ผู้เขียน: พวงร้อย ชมแล้ว: 18,248 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 1 August 2002, 12:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 1 August 2002, 12:10 pm
|
หน้าที่ 2 - ที่มาของก๊าซออกซิเจนในบรรยากาศ
ก๊าซไฮโดรเจน ที่แยกออกมาจากน้ำอันมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบามาก ก็จะหลุดหนีจากแรงดึงดูดของโลกไปในอวกาศไปก่อน เหลือไว้แต่อ๊อกซิเจน ซึ่งเริ่มต้นดูดซับรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ทันทีที่เกิดขึ้นมา คือ เมื่ออ๊อกซิเจนเริ่มเกิดขึ้นมา ก็เริ่มกรองรังสีจากดวงอาทิตย์ออกไป ด้วยการเอาพลังงานสูงๆนั้น มาแยกตัวให้เป็นอะตอมอ๊อกซิเจนอิสระ(O) ที่จะไปรวมตัวกับโมเลกุลของก๊าซอ๊อกซิเจน(O
2) ให้กลายเป็น ก๊าซโอโซน(O
3) รังสีที่แผ่จากดวงอาทิตย์มายังโลก ก็เหลือพลังงานน้อยลงที่จะมาแยกโมเลกุลของน้ำไปอีก องค์ประกอบของบรรยากาศ จึงถึงจุดอิ่มตัว หรือจุดสมดุลย์ ไม่มีอ๊อกซิเจนส่วนเกินเกิดขึ้นมาเพิ่ม ให้มากเท่าที่มีในปัจจุบันได้ คือ การแยกตัวจากไอน้ำนั้น จะเกิดอ๊อกซิเจนได้ไม่เกิน ๐.๓ % ของบรรยากาศ ขีดจำกัดของการสร้างอ๊อกซิเจนด้วยพลังงานของดวงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวนี้ เรียกว่า
Urey Effect ตามชื่อ นักวิทยาศาสตร์ที่บุกเบิกทำความเข้าใจบรรยากาศโลกท่านหนึ่ง
(ภาพ ฟอสซิลของแบคทีเรีย ชนิด blue-green algae จากภาคเหนือของทวีปออสเตรเลีย อายุประมาณ ๑ พันล้านปี)
อ๊อกซิเจนจำนวนน้อยนิดนี้ ก็ยังเพียงพอที่จะยังชีวิตพืชชั้นต่ำ ที่เพิ่งเริ่มวิวัฒนาตัวขึ้นมาให้ใช้อ๊อกซิเจนมาสร้างอาหารด้วยการสังเคราะห์แสง เชื่อกันว่า พืชชั้นต่ำเหล่านี้ กลายพันธุ์มาจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นพวกที่มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยอ๊อกซิเจน
|
เราก็ยังไม่ทราบเป็นที่แน่นอนว่า อ๊อกซิเจนที่มีอยู่ในปัจจุบันเกิดมาด้วยกลไกอะไรอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าคงเกิดจากหลายๆสาเหตุ และผ่านการสะสมกันมาเป็นเวลานาน กว่าจะมีอัตราส่วนมากเท่าในปัจจุบัน ในสมัยแรกสุดนั้น คงมาจากโมเลกุลของไอน้ำในอากาศ ถูกแยกจากกันเป็นไฮโดรเจน และอ๊อกซิเจน ด้วยพลังงานจากแสงแดด ในกระบวนการที่เรียกว่า photodissociation เพราะสมัยแรกเกิดนั้น ดวงอาทิตย์ส่งพายุสุริยะแรงกว่าปัจจุบันมากมาย และโลกเรายังไม่มีอะไรมากรองพลังงานส่วนใหญ่ของการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์มากนัก
อะตอมอิสระของอ็อกซิเจนที่เกิดขึ้นมา ก็รวมตัวกันเป็นโมเลกุลอ็อกซิเจน ที่มีจำนวนน้อย และเกิดขึ้นช้ามากๆ แต่ก๊าซอ็อกซิเจนจำนวนน้อยนิดนี้ ก็คงมีส่วนสนับสนุนการเจริญเติบโตของพืชชั้นต่ำในยุค ๒-๓ พันล้านปีมาแล้ว หรือไม่ พืชชั้นต่ำในยุคแรกๆ เป็นพืชจำพวกที่ไม่ต้องอาศัยอ็อกซิเจนในการดำรงชีวิต แต่สร้างอ็อกซิเจนเป็นผลพลอยได้ในการกำจัดของเสียจากระบบการดำรงชีวิตของพืชเหล่านั้น
ไม่ว่าพืชแบบไหนเป็นส่วนประกอบหลักของสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกดึกดำบรรพ์เหล่านั้น นักวิทยาศาสตร์ก็เห็นพ้องต้องกันว่า อ็อกซิเจนในบรรยากาศโลกส่วนใหญ่ ถูกสร้างมาด้วยพืชชั้นต่ำในยุคแรกๆบนโลกเป็นหลัก โดยประกอบด้วยส่วนที่ผุดขึ้นมาจากเปลือกโลกด้วยแต่เป็นส่วนน้อยมากๆ
การสร้างอ๊อกซิเจนส่วนใหญ่บนโลก มาจากการสังเคราะห์แสงของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว จำพวกแบคทีเรีย
ตั้งแต่ประมาณ ๓ พันล้านปีเป็นต้นมา
และพืชใบเขียวที่เกิดขึ้นมาเมื่อ ๒ พันล้านปีมาแล้ว จนเมื่อมาถึง ๑.๖ ล้านปีที่แล้ว บรรยากาศโลกก็เพิ่มจำนวนอ๊อกซิเจนขึ้นเป็น ๑ % เราได้หลักฐานจากการที่ธาตุเหล็กเริ่มรวมตัวกับอ๊อกซิเจนกลายเป็นสนิมเหล็ก ซึ่งไม่มีมาก่อนในฟอสซิลและชั้นหินที่อายุมากกว่านั้น
 (ภาพ blue-green algae ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน Oscillatoria)
การที่โลกดึกดำบรรพ์ยุคแรก ปราศจากอ๊อกซิเจนในบรรยากาศ ก็หมายความว่า รังสีพลังงานสูงๆจากดวงอาทิตย์ทั้งหมด สามารถส่องทะลุลงมาได้ถึงพื้นโลก สิ่งมีชีวิตต่างๆไม่อาจรอดชีวิตได้บนพื้นดิน นอกจากว่าจะอยู่ใต้น้ำลึกลงไปอย่างน้อย ๑๐ เมตร เมื่อเริ่มเกิดอ๊อกซิเจนขึ้นมาแล้ว รังสีส่วนที่แรงๆเหล่านั้นที่จะตกมายังพื้นผิวโลก ก็ถูกดูดซับหรือกรองออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราการเพิ่มของอ๊อกซิเจน ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถรอดชีวิตอยู่ในน้ำตื้นขึ้นมาเรื่อยๆได้
การที่สิ่งมีชีวิต ที่ยังชีพด้วยการสังเคราะห์แสง สามารถมาอยู่ใกล้ผิวน้ำมากขึ้น ก็ช่วยให้ได้รับคาร์บอนได้อ๊อกไซด์ได้ง่ายขึ้น อัตราการเกิดอ๊อกซิเจนก็เพิ่มตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณว่า บรรยากาศโลก จะมีอ๊อกซิเจนพอให้สิ่งชีวิตมาอยู่บนพื้นดินได้ ก็เมื่อ ๔๐๐ ล้านปีมานี้เอง โดยเริ่มแรกก็มีเพียงพืชก่อน ทั้งโลกก็เริ่มปกคลุมไปด้วยสีเขียว อัตราส่วนของ อ๊อกซิเจน จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับ ๒๑ % ดังในปัจจุบัน เมื่อ ๓๐๐ ล้านปีที่ผ่านมา
เมื่อพืชใบเขียวงอกงามสร้างอ๊อกซิเจนให้บรรยากาศมากขึ้นเรื่อยๆ คราใดที่มีอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นจนเกินระอัตรา ๒๑ % ก็ทำให้เกิดไฟไหม้ลุกง่ายขึ้น เผาผลาญต้นไม้ที่มีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ทำให้จำนวนพืชที่สร้างอ๊อกซิเจนลดลง และจำนวนคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่เป็นผลจากการเผาไหม้ก็เพิ่มขึ้น แล้วคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ก็กลับช่วยให้ต้นไม้เจริญงอกงามมาสร้างอ๊อกซิเจนได้มาก เกิดเป็นวงจรควบคุมกันเอง ระหว่าง อ๊อกซิเจนกับคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ จนในที่สุด เราก็ได้ถึงจุดสมดุลย์ ที่มีอ๊อกซิเจนในบรรยากาศอยู่อย่างคงที่ในอัตราส่วน ๒๑ % ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
จบตอนที่ ๒
ตอนต่อไป - ประวัติการประดิษฐ์อุปกรณ์ศึกษาบรรยากาศโลก โครงสร้างบรรยากาศโลก
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ก.พ. 2549 (14:56) ไอ้ความคิดเห็น 1,2 ขี้มูกอะไรเหรอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 มิ.ย. 2549 (13:52) ได้ความรู้ดีจัง