 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/138" type="text/javascript"></script> |
|
การจับใจความสำคัญจากการอ่านโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป
การวิจัยในชั้นเรียน รายวิชาภาษาไทย โดย อ.เรณู คันธวงศ์ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
ผู้เขียน: VMaster ชมแล้ว: 43,503 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 31 August 2003, 5:59 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 31 August 2003, 5:59 pm
|
หน้าที่ 2 - การสะท้อนความคิดเห็นก่อนปฏิบัติการ ( Initial Reflection )
ข้าพเจ้าสอนวิชาภาษาไทย รหัส ท ๔๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน ๕ ห้องเรียน ซึ่งชั้นนี้ประกอบด้วยผู้เรียนที่มีพื้นฐานดังนี้ คือ นักเรียนบางห้องเรียนเป็นนักเรียนที่เรียนค่อนข้างเก่ง บางห้องเรียนเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับปานกลาง และบางห้องเรียนเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับอ่อน แต่นักเรียนส่วนมากมักจะจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ไม่แม่นยำเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่เคยเรียนมาแล้ว แต่เนื่องจากความไม่ใส่ใจ ไม่เห็นความสำคัญของการจับใจความสำคัญซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนในจุดประสงค์การเรียนรู้อื่น ๆ และในรายวิชาอื่น ๆ ถ้าหากนักเรียนมีความเข้าใจ มีความแม่นยำในการจับใจความสำคัญแล้ว ย่อมส่งผลให้การเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ บังเกิดผลดีอย่างแน่นอน จากการสอบถาม นักเรียนยอมรับว่าในขณะที่เรียนในห้องเรียนจะเกิดความเข้าใจ แต่ทิ้งระยะเวลาเนิ่นนานไปมักเกิดอาการลืม ทั้งนี้เพราะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาทักษะที่นักเรียนต้องทำการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเกิดความรู้ความเข้าใจ จนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปกติข้าพเจ้าจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ แล้วครูอธิบายเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้นักเรียนทดสอบความรู้ความเข้าใจด้วยการทำแบบฝึกหัดในใบงาน โดยเริ่มฝึกทำจากข้อความสั้น ๆ แล้วฝึกจับใจความสำคัญจากเรื่องยาวทั้งงานเขียนประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง แต่ยังไม่บังเกิดผลดีต่อการเรียนการสอนเท่าที่ควร ดังที่กล่าวมาแล้วว่านักเรียนยังละเลย ไม่ให้ความเอาใจใส่เท่าที่ควร เรียนจบจุดประสงค์การเรียนรู้นี้แล้วก็ถือเป็นอันสิ้นสุด ข้าพเจ้าจึงคิดวิธีการสอนที่จะมาย้ำความเข้าใจของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น คือ แทนที่นักเรียนจะได้ความรู้จากครูโดยตรงแต่นักเรียนควรได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง พร้อม ๆ กันนี้ได้ฝึกทำแบบฝึกหัดและหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำ บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การจับใจความสำคัญจากการอ่าน ชุดที่ ๑ และ ๒ ขึ้นมาเป็นจำนวน ๒ ชุด เพื่อหาคำตอบว่า การได้รับความรู้จากครูเพียงฝ่ายเดียวกับการศึกษาด้วยตนเอง รูปแบบใดที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากกว่ากัน
|
การวางแผนการปฏิบัติ
ข้าพเจ้าได้วางแผนการศึกษาไว้ดังนี้
๑. สำรวจผลการเรียนของนักเรียนในปีที่ผ่านมาว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ใดที่นักเรียนสอบไม่ผ่านมากที่สุด ซึ่งก็ปรากฏว่า เป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๑ การจับใจความสำคัญจากการอ่าน เป็นจุดประสงค์ที่นักเรียนสอบไม่ผ่านมากที่สุด
๒. เปรียบเทียบทักษะทางภาษาไทยด้านต่าง ๆ ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พบว่าทักษะการอ่าน เป็นทักษะที่นักเรียนใช้ในโรงเรียนมากกว่าทักษะอื่น ๆ และต้องใช้กับทุกรายวิชา ดังที่ ลาวัลย์ นิชรัตน์ ( ๒๕๒๔) ได้กล่าวว่า ในการเรียน นักเรียนจะต้องใช้การอ่านประมาณร้อยละ ๙๐ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย นักเรียนจะต้องอ่านทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เพราะในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การอ่านย่อมมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก ที่จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถปรับตัวเข้ากับความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการทุกสาขา ทำให้ชีวิตมีความสำคัญมีความหมาย สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
๓. ศึกษางานเขียนของอาจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ ก็มีความคิดเห็นสอดคล้องกับคำกล่าวของท่านที่กล่าวว่า (๒๕๒๐) นักเรียนมัธยมศึกษาปัจจุบันยังมีจำนวนมากที่อ่านหนังสือไม่เป็น คืออ่านแล้วไม่สามารถจับใจความของเรื่องที่อ่านได้ ซึ่งก็ตรงกับลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนที่ข้าพเจ้าทำการสอนอยู่ จึงได้คิดค้นหาวิธีการ และเครื่องมือช่วยสอนที่จะทำให้นักเรียนสามารถเกิดความเข้าใจและจับใจความสำคัญจากการอ่านได้ นั่นก็คือ บทเรียนสำเร็จรูป
๔. ศึกษางานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทหลายท่าน อาทิ เด่นศิริ ทองนพคุณ สุปราณี พฤติการณ์ และอาภรณ์ ทองจันทร์มูล ซึ่งทุกท่านที่กล่าวมา ล้วนแต่สร้างบทเรียนสำเร็จรูปขึ้นมาเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาที่เกิดจากการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย และสามารถนำไปใช้ช่วยในการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี
๕. ศึกษารูปแบบและวิธีการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป
การปฏิบัติ ( Action )
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ดังนี้
๑. ค้นคว้าและรวบรวมเนื้อหาที่เกี่ยวกับ การจับใจความสำคัญ จากหนังสือ ตำราและเอกสารทางวิชาการต่าง ๆ
๒. วางโครงร่างเนื้อหา การจับใจความสำคัญ ให้เป็นไปตามลำดับจากง่ายไปหายาก และให้สัมพันธ์สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ทั้งจุดประสงค์ปลายทางและจุดประสงค์นำทาง
๓. ดำเนินการจัดทำบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การจับใจความสำคัญจากการอ่าน ชุดที่ ๑ และ ชุดที่ ๒
๔. ก่อนนำไปจัดทำเป็นรูปเล่ม ได้ให้นักเรียนที่มีความสามารถด้านศิลปะ วาดภาพลงในบทเรียนสำเร็จรูป เพื่อเป็นการสร้างสีสันและเป็นที่พักสายตาของนักเรียนในระหว่างที่กำลังศึกษา
๕. นำบทเรียนสำเร็จรูปไปให้นักเรียนศึกษา
๖. สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียนเกี่ยวกับการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
การสังเกตผลการปฏิบัติ ( Observation )
ข้าพเจ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้มีผลต่อผู้เรียนดังนี้
๑. นักเรียนมีโอกาสได้ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียนหรือ
ที่บ้าน เพราะเป็นรูปเล่มที่สามารถพกพาไปได้ง่าย
๒. หากนักเรียนยังไม่เข้าใจสามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
๓. นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งให้ผลดีกว่าที่จะฟังจากครูเพียงฝ่ายเดียว
๔. นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจได้ลึกซึ้ง เพราะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ทั้งด้านความรู้
การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการทบทวน
๕. การสะท้อนความคิดเห็นหลังการปฏิบัติ ( Reflection )
ผลจากการที่ใช้ บทเรียนสำเร็จรูป เป็นเครื่องช่วยสอน ปรากฏว่านักเรียนมีความสนใจ
ในการเรียนดีขึ้น และที่สำคัญผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๑ การจับใจความสำคัญจากการอ่าน ของนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่า
นอกจากครูจะต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายโดยต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้การเรียนการสอนประสบผลสำเร็จทั้งตัวครูและนักเรียน นั่นคือ ครูผู้สอนต้องเลือกใช้สื่อประกอบการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
หนังสือและตำราประกอบการค้นคว้า
ฐะปะนีย์ นาครทรรพ. ปัญหาภาษาไทยในสังคมปัจจุบัน. เอกสารประกอบคำบรรยาย
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๐. (เอกสารอัดสำเนา)
ธีรชัย ปูรณโชติ. การสร้างบทเรียนสำเร็จรูป เส้นทางสู่อาจารย์ ๓. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๒.
ไพโรจน์ เบาใจ. คู่มือการเรียนบทเรียนโปรแกรม. ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา.
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร, ๒๕๒๐.
ลาวัลย์ นิชรัตน์. คุณค่าของการอ่านหนังสือ. จุลสารภาษาไทย เล่ม ๖. กรุงเทพฯ :
หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา, ๒๕๑๔.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ก.พ. 2550 (08:58) งานของอาจารย์นาสนใจจัง น่าจะมีตัวอย่างเผื่อนำไปใช้ในโรงเรียนของผมบ้าง (ไม่ได้ลอกไปใช้เสนอผลงาน) รับรองได้ ผมเคยทำเกี่ยวกับเรื่องหน่วยเสียง 8 เล่ม ใช้และสรุปผลส่ง เลื่อนวิ่ทยฐานะได้ผลมาแล้วครับ ขอให้โชคดี และสร้างสิ่งดี ๆ ให้เด็กต่อไปครับ ขอโทษรู้สึกว่า ป.โท สาขามัธยมศึกษาของจุฬาก็พอมีเรื่องนี้นะถ้าผมจำไม่ผิด
ครูประเสริญ (IP:125.24.157.20)