คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/14019" type="text/javascript"></script>
ปัญญากับปริญญา
คนไทยจะเป็นที่หนึ่งในโลกได้ จึงต้องอาศัย "ปัญญา" มิใช้ "ปริญญา" เพราะคนที่มีปริญญาต้องรอให้คนอื่นมา"จ้างงาน" แต่คนที่มีปัญญาสามารถ"สร้างงาน"ได้ด้วยตนเอง
ผู้เขียน: maeada_wai ชมแล้ว: 20,323 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 21 July 2008, 11:29 am

หน้าที่ 1 - ปัญญา..กับ..ปริญญา
มหาวิทยาลัยในเมื่องไทยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่จริงๆ และที่แปลลงกายมาจากสถาบันราชภัฎ ราชมงคล ฯลฯ ทุกแห่งแข่งขันกันเปิดหลังสูตรตั้งแต่ปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอก บางแห่งถึงกับฉีกแนวโฆณาว่าเรียนที่นี่มีโอกาสจบง่ายกว่าที่อื่น แต่มีสักกี่แห่งที่กล้าบอกว่าเรียนที่นี่จบแล้วมีงานทำสมกับวุฒิการศึกษา และสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่สังคมนี้เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรบ้าง

บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ที่ถูกผลิตออกมาอย่างไร้เป้าหมายเหล่านี้ จึงสะสมทับถมกันเป็น "กองปฎิกูลทางการศึกษา" ที่ใหญ่มหึมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ไม่น่าแปลกใจเลยที่เห็นบัณฑิตสาวหลายคนเปลื้องผ้าถ่ายแบบโป้ หรือถึงขั้นขายบริการทางเพศ เพราะกินใบปริญญาแทนข้าวไม่ได้

ผมไม่อยากกล่าวโทษใครเป็นรายบุคคล แต่นี่เป็นผลกรรมร่วมกัน ของสังคมเราที่มัวเมาในปริณณาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้คนในสังคมไม่สนใจพัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ แต่ก้มหน้ากมตามุมานะสอบเลื่อนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบปริญญา แล้วหลงคิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว "หารู้ไม่ว่าเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น ในการที่จะใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองจริง"

ผมคิดว่าปัญหาเริ่มต้นขึ้นจากภาคราชการที่มี ก.พ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรื่อน) เป็นหลัก ในการกำหนดอัตราผลตอบแทนให้กับการเรียนสานสามัญ มีรายได้สูงกว่าสายอาชีพ ทำให้เกิดค่านิยมดูแคลนคนที่ศึกษาด้านช่างฝีมือต่างๆ ทั้งๆ ที่ในประเทศที่เจริญแล้ว ต่างให้ความสำคัญ กับสายอาชีพเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ นี่เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ภาคราชการทำให้โครงสร้างต่างๆ ในสังคมบิดเบือนไปจากที่ควรจะเป็น

ก.พ.ยังเป็นผู้ให้การรับรองปริญญาของสถาบันต่างๆ รวมทั้งกำหนดอัตราผลตอบแทนของแต่ละประเภท และแต่ละขั้นตอนของปริญญาไว้ตายตัว หลังจากนั้นเอกชนก็เลียนแบบนำมากำหนดวุฒิการตัวการรับสมัครงานตำแหน่งต่างๆ และส่งผลถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนของผูที่สำเร็จการศึกษาในสาขาและระดับที่แตกต่างกันด้วย โดยไม่เคยพิจารณาหรือทดสอบอย่างละเอี่ยดถี่ถ้วนว่าสิ่งที่ร่ำเรียนมานั้นส่งผลให้ปฎิบัติงานได้ดีจริงหรือไม่ หรือดีขึ้นเพียงพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาแบบเดียวกัน

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทหรือองค์กรใดที่ยึดมาตฐาน ก.พ.อย่างเคร่งครัด ก็มักจะเป็นบริษัทหรือองคืกรที่อ่อนล้า และประสิทธิภาพต่ำ ตัวอย่างที่ดีที่สุดก็คือ หน่วยงานราชการที่เห็นๆ กันอยู่

บริษัทหรือองค์กรใดที่รู้จักยืดกยุ่นตามความสามารถที่แท้จริงของบุคลากร ก็มักจะเป็นองค์กรที่มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จอย่างเด่นชัดกว่าองค์กรอื่นๆ

ผมทดลองไล่เรียงจากความทรงจำถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จในโลกนี่ว่า เกี่ยวข้องกับปริญญาอย่างไรบ้าง ก็ไม่เห็นความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์อย่างที่คนในสังคมนี้เชื่อถือกัน

บิล เกตต์ มหาเศษฐีอันดับหนึ่งของโลกปัจจุบัน ก็เบื่อหน่ายการศึกษาในระบบ เรียนไม่จบปริญญาก็ออกมาทำงานเสียก่อน จนสามารถสร้างบริษัทไมโครซอฟต์ ให้กล่ายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีที่ยังไม่มีใครสามารถลบรัษมีลงได้

เจ้าสัวชิน โสพณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ เจ้าสัวทนินท์ เจีนรวนนท์ ประมุขเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพี ต่างก็ไม่ได้เรียนจบถึงปริญญา แต่สามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ มิหนำซ้ำคนเรียนจบปริญญาเอกจำนวนมากต้องมาติดตามคอยรับใช้ทั้งสองท่าน เศษฐีและมหาเศษฐีอีกจำนวนมากก็เช่นเดียวกัน

หันไปดูวงการอื่นบ้าง ไตรภพ ลิมปพัทธ์ จบนิติศาสตรบัณฑิต , วิทวัส สุนทรวิเนตร์ จบกราฟิกดีไซน์ , ปัญญา นิรันดร์กุล จบสถาปัตย์ สามบุรุษผู้โดดเด่นอยู่แถวหน้าในแวดวงทีวีเมื่องไทย ก็ไม่มีใครเรียนจบสาขานิเทศศาสตร์ หรือสื่อสารมวลชนเลยแม้แต่คนเดียว

"ทมยันติ" นังเขียนนวนิยายชื่อดัง เรียนจบนิติศาสตรบัณฑิตและการบัญชี , เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , กรีรัตนโกสินทร์ ศิลปินแห่งชาติ เรียนจบคณะนิติศาสตร์, "น.นพรัตน์" สุดยอดนักแปลนวนิยายจีนแห่งยุคก็ไมได้เรียนจบอักษรศาสตร์จากสถาบันไหน ผมงานยิ่งใหญ่อันที่ประจักษ์ชัดของผู้ที่เอยนามมานี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปริญญาบัตรเลย แล้วสังคมเรายังจะบ้าคลั่งใบปริญญาไปหาพระแสงวิมานอันใด

คนไทยจะเป็นที่หนึ่งในโลกได้ จึงต้องอาศัย "ปัญญา" มิใช้ "ปริญญา" เพราะคนที่มีปริญญาต้องรอให้คนอืนมา"จ้างงาน" แต่คนที่มีปัญญาสามารถ"สร้างงาน"ได้ด้วยตนเอง

การให้ความสำคัญและให้รางวัลกับการเรียนจบได้รับปริญญามากกว่าสติปัญญา ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาสู่โลก ไม่ต่างอะไรกับการให้ความสำคัญกับไก่ที่ "กินเก่ง" มากกว่าไก่ที่ "ออกไข่เก่ง"

ประเทศนี้จะเจริญได้อย่างไร ถ้าเต็มไปด้วยไก่ที่เอาแต่กินเก่งอย่างเดียว!
อ้างอิงมาจาก นาคิน พิฆเนศ นอกกรอบเหนือกฎ all magazine ฉบับที่ 6/ต.ค.49
896689678968


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ม.ค. 2550 (02:00)
ขอขอบพระคุณที่เข้ามาชมคราบ
maeada_wai เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 239 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 พ.ค. 2550 (12:55)
ชอบจังเลยคะ หลังจากนี้จะเรียนเพื่อรู้นะคะ ไม่ใช่เรียนเพื่อเกรด
c_cin เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 พ.ค. 2550 (14:51)
เป็นข้อเตือนใจที่ดีมากครับสำหรับผู้ที่เรียนแข่งขันอย่างคลั่งบ้า และผู้ที่คาดหวังว่าจะต้องเป็นไปตามปราถนา แต่ท้ายที่สุดแล้วการใช้ปัญญานั้นย่อมเป็นสิ่งที่เลิศล้ำที่สุด จะเห็นข่าวการฆ่าตัวตายของนักเรียนที่สอบไม่ได้ดังหวังเกือบทุกปีเลยนะครับนั่นเหตุหนึ่งเพราะความคลั่งบ้าในปริญญามองเฉพาะจุดทางผ่านของชีวิตเท่านั้น แต่บทความนี้แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าการที่ได้ใบปริญญานั้นไม่ใช่จุดสุดท้ายหรือจุดสุดยอดของชีวิต แต่ท้ายทีสุดแล้วการใช้ปัญญาดำเนินในสิ่งที่ตนนั้นชอบนั้นเองที่เป็นสิ่งสุดยอดของชีวิต
แต่อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับปริญญานะครับ เพราะใบปริญญานั้นเองเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุน และยืนยันคุณสมบัติของผู้ใช้นั่นเอง
kula เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 พ.ค. 2550 (18:08)
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ม ฉันจึ่ง มาหา ความหมาย
ฉันหวังเก็บ อะไร มากมาย สุดท้าย ให้กระดาษ แผ่นเดียว
...ชีวิตเป็นของเรา อยู่ที่เราเลือกเดิน โชคร้ายที่ค่านิยมบ้านเรายึดติด คงมีแต่เพียงผู้กล้า ที่จะ
เผชิญโลกของความจริง ได้ด้วยเพียงความคิดที่แตกต่าง กับความพยายาม อดทน เมื่อนั้นความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล
N.P.CHEMISTRY เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 29 ม.ค. 2551 (14:08)
น่าเศร้าค่ะ
แต่มันคือความเป็นจริงที่เยาวชนไทยจำเป็นต้องหาปริญญาอะไรก็ได้มาสักใบ
ไม่อย่างนั้นอาจไม่สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ มีไม่กี่คนที่สามารถทำงานและถีบตัวเองขึ้นมาจากคำว่า..พนักงานรายวัน..ได้โดยไม่ต้องอาศัยปริญญา

ทั้งๆที่ปริญญามันไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานเลย
แต่มีมันก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

น่าเศร้าจริงๆ
zeal_009 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 ก.ค. 2551 (12:31)

เห็นด้วยค่ะ และความจริงมันเป็นแบบนี้มานาน สะสมมาจนคนที่เรียนจบป.โทยังต้องลงมาทำงานของป.ตรี แบบเรียกว่าแย่งงาน คนที่เรียนน้อยกว่านั่นเอง


naraiya เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


maeada_wai
(อนุพงษ์ ใวเจริญ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,569 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 239 ครั้ง
ได้รับดาว 152 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ปัญญากับปริญญา [20,324]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,257]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,121]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,871]
Global Warming { English } [159,121]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.