 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/160" type="text/javascript"></script> |
|
หว่านพีชหวังผล
ถ่ายทอดความรู้ที่เรามาเก็บเกี่ยว กลับไป ให้ทุกคนที่ไม่ได้โชคดี อย่างพวกเรา ช่วยกันนะครับ ช่วยกันให้ความรู้ ช่วยกันหาความรู้...
post ครั้งแรก: Fri 23 July 2004, 9:44 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 23 July 2004, 9:44 am
|
หน้าที่ 1 - หว่านพีชหวังผล
V Comment
เมื่อสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว ผมอ่านบทความนึง เกี่ยวกับการขาดดุลการค้า ของเมืองไทย เค้าบอกว่าโรงงานในญี่ปุ่น ใช้เวลาเฉลี่ย ไม่กี่สิบวัน ผลิตทีวีซักเครื่องหนึ่ง ที่ดันมีราคาสูงกว่า ข้าว 2-3 เกวียนที่ชาวนาบ้านเรา ใช้เวลาแทบทั้งปี ปลูกและเก็บเกี่ยว อ่านตอนนั้นแล้ว ก็ยังอดนึกเห็นใจ เกษตรกรบ้านเราไม่หาย ผลผลิตทั้งปี บางทีก็แทบจะ ซื้อทีวีไม่ได้ซักเครื่อง
10 ปีให้หลัง มาถึงวันนี้ สถานะการณ์แทบจะไม่แตกต่าง กลับจะเลวร้ายลงด้วยซ้ำไป 10 ปีที่แล้ว เค้าขายสินค้าเทคโนโลยีให้เรา อย่างน้อยก็ยังจับต้องได้ ตอนนี้เค้าขายทักษะ ขายความคิด ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นโปรแกรม PhotoShop 5.5 ที่เจ้าของบริษัท Adobe กดปุ่ม 2 กิ๊ก ใช้เวลา 2 นาทีเขียนลง CD แล้วนำออกมาขาย แผ่นละ 500 ปอนด์ (ประมาณ 30,000 บาท) หรือ webpage ไม่กี่หน้าข้องบริษัท viagra (www.viagra.com) ใช้งบ ในการออกแบบไปถึง กว่า 5000 ปอนด์ (300,000 บาท) อันนี้เลิกพูดได้เลยครับว่า ชาวนาบ้านเราต้อง ใช้ข้าวกี่เกวียน ปลูกกันกี่ปี กว่าจะมีมูลค่าเท่า
เราเรียกสินค้า ประเภทนี้ว่า เป็น
สินค้าทางปัญญา ใช้ความคิด ใช้ความรู้เป็นสื่อค้าขาย ไม่ใช่ว่าฝรั่งเค้าจะฉลาดกว่าเรา เราไปแข่งโอลิมปิกวิชาการ นำเหรียญกลับบ้านมาก็หลายครั้ง หรือไม่ใช่แค่ว่าเค้ารวยกว่าเรา แต่อันนี้คงจะต้องยอมรับกันละครับ ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คุณภาพของคนบ้านเรา ยังด้อยกว่าเค้า (ในแง่ของความรู้และการศึกษา) อยู่หลายขุมนัก
ข้อแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การศึกษาบ้านเรายังไม่ทั่วถึง เด็ก อยากจะเรียน แต่ไม่มีตังค์จะเรียนบ้างล่ะ ไม่มีที่จะเรียนบ้างล่ะ รักที่จะเรียนคณิตศาสตร์ แต่สอบเข้าสายวิทย์ไม่ได้ เลยต้องไปเรียน ในสิ่งที่ไม่ได้สนใจ ความตั้งใจเรียนก็หดหายสิครับ หากเป็นสมัยพ่อขุน ที่ "ใครใคร่ค้าม้าค้า" ใครที่ใคร่จะเรียน ก็ได้เรียนสมใจ คงจะสนุกกับการเรียน เรียนได้ดีกว่า คุณภาพของคน ในแง่ของความรู้ความสามารถก็ ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
พวกเราก็ยังเคยคิด เหมือนกันครับว่า หากมีเงินล้นฟ้า เราคงจะให้เด็กไทย เรียนหนังสือ ในวิชาที่เค้าอยากเรียน และให้ เรียนฟรี กันทั่วประเทศ แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้ละครับ
แต่สำหรับพวกเราแล้ว โชคดีครับ ที่ประเทศไทยยังเห็นความสำคัญ ของการศึกษา และ ลงทุนลงบนพวกเรา ส่งพวกเรามาเรียนไกลขนาดนี้ เราก็หวังที่จะตอบแทน ทำเท่าที่จะทำได้ครับ
เว็บนี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะไปสู่จุดหมายนั้น ของพวกเรา ให้ความรู้กับทุกคนที่สนใจ โดยไม่ได้คิดมูลค่า ถ่ายทอดความรู้ที่เรามาเก็บเกี่ยว กลับไป ให้ทุกคนที่ไม่ได้โชคดี อย่างพวกเรา
ช่วยกันนะครับ ช่วยกันให้ความรู้ ช่วยกันหาความรู้ ผมเชื่อว่าเราคงได้อยู่ทันดูดอกผลอันนั้นแน่ครับ
..... อ๊อฟ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 มี.ค. 2550 (09:27) ยอมรับว่าประเทศไทยเราคงต้องใช้เวลานานซักหน่อย กว่าพืชที่เราหว่านไปนั้นจะออกดอกออกผล ด้วยปัจจัยพื้นฐานบางอย่างที่ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม ยกตัวอย่างเช่นการศึกษาของเด็กไทย ในบางส่วนของประเทศยังถือได้ว่า ยังมีความต้องการที่จะได้รับการพัฒนาและการสร้างค่านิยม แนวคิดที่ดีสำหรับคนไทยอยู่มาก ยังต้องมีการให้ความรู้ในแต่ละหน่วยของสังคม เช่นหน่วยครอบครัวควรได้รับความรู้ในการอบรมสั่งสอนบุตรหลานในการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี การดำรงชีวิตตามหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น ถ้าระบบครอบครัวดีเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติก็มีความดีและมีความพร้อม ซึ่งจะทำให้อย่างอื่นก็จะดีตามมา เรียกได้ว่า แม้นเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ แต่ก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบุรณ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงในอนาคต