 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16260" type="text/javascript"></script> |
|
สู่วิชาชีพนักเขียน ชิงรางวัลเกียรติยศ ทมยันตี อะวอร์ด
โครงการตามหาดาว ด้วยความหวังที่จะพบเพชรเม็ดงามสักเม้ดจรัสแสงในเส้นทางวรรณกรรม ของ ทมยันตี คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์
ผู้เขียน: vteam ชมแล้ว: 18,507 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 18 January 2007, 3:41 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 27 April 2007, 11:26 am
|
หน้าที่ 3 - ประวัติชีวิตและผลงาน คุณหญิงวิมล ศิริไพบุลย์ ทมยันตี
เจ้าของนามปากกทมยันตี , ลักษณวดี , กนกเรขา , โรสลาเรน ,และมายาวดี
เกิดวันที่ 5 กรกฏาคม พ.ศ. 2479
ที่บ้านตรอกวัดสะพานสูง บางซื่อ กรุงเทพ ฯ
การศึกษา เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 8 ที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ และศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนไปเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชีจนได้วุฒิอนุปริญญา
ประวัติการทำงาน ในขณะที่เรียนชั้นปีที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ไปสมัครเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์และเมื่อโรงเรียนรับสมัครเข้าเป็นอาจารย์จึงลาออกจากการศึกษา เพื่อไปประกอบอาชีพครู และขณะเดียวกันนั้นก็ทำงานเขียนหนังสือไปพร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นนักเขียนที่มีชื่อในปัจจุบัน
ทมยันตี ได้ผ่านการฝึกหัดการเขียนมาตั้งแต่วัยเด็กโดยไม่รู้ตัว เมื่อครั้งเป็นเด็ก มารดาให้อ่านหนังสือทุกวัน หลักจากที่อ่านหนังสือจบก็ต้องทำย่อความมาส่ง ซึ่งการฝึกหัดเช่นนี้ทำให้กลายมาเป็นคนรักการอ่าน และ ในขณะเดียวกันก็ทำให้มีความสามารถในการเขียนอีกด้วย
เมื่อขณะอายุได้ 14 ปี ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้เขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรก ชื่อเรื่อง ตุ๊กตายอดรัก เมื่อเพื่อน ๆ อ่านแล้วเห็นว่าแต่งได้ดี จึงช่วยกันส่งไปลงในนิตยสาร
ศรีสัปดาห์ จากนั้นก็เขียนเรื่องสั้นเรื่อยมาและได้ลงตีพิมพ์ทุกครั้ง เป็นระยะเวลากว่า 11 ปี
จนกระทั่งเมื่ออายุได้ประมาณ 19 ปี ได้เขียนนวนิยายเรื่องแรก คือ
ในฝัน โดยใช้นามปากกกาว่า
โรสลาเรน ซึ่งได้ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ศรีสัปดาห์ ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่นั้นมาจึงหันมาเขียนนวนิยายอย่างจริงจัง โดยได้ลาออกจากการสอนหนังสือ และมาเป็นนักประพันธ์อาชีพในที่สุด
โดยนามปากกาที่ใช้มีทั้งหมด 5 นามปากกา คือ ทมยันตี , โรสลาเรน , ลักษณวดี , กนกเรขา และมายาวดี ซึ่งจะมีการใช้นามปากกาแตกต่างกันออกไป คือ
โรสลาเรน ใช้สำหรับเรื่องรักพาฝัน หรือจินตนิยาย เช่นเรื่อง ในฝัน ดั่งดวงหฤทัย โสมส่องแสง และล่าสุดคือ เรื่องเมฆขาว
ลักษณวดี ใช้สำหรับนิยายรัก ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชาย เช่น สายใจ หนี้รัก ดั่งดวงหฤทัย มหารานี เลือดขัตติยา เจ้าแห่งรัตติกาล และผลงานล่าสุดคือ ราชินีชีบา ซึ่งเป็นบทประพันธ์เรื่องที่ 100
กนกเรขา ใช้สำหรับแต่งเรื่องที่ตลก เบาสมอง เพื่อผ่อนคลายความเครียดของตังเอง เช่น เรื่องอุบัติเหตุ แรงรัก พ่อปลาไหล ฯลฯ
และที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุด คือ ทมยันตี ซึ่งใช้เขียนเรื่องราวที่สะท้อนชีวิต และสังคม โดยเริ่มจากเรื่อง รอยมลทิน เป็นเรื่องแรก และ มีผลงานที่โด่งดังต่อมาอีกมาก เช่น คู่กรรม คำมั่นสัญญา พิศวาส รวมทั้งแนวจิตวิญญาณ อย่าง ฌาน จิตา มายา และแนวประวัติศาสตร์ อาทิ ร่มฉัตร สุริยวรรมัน อธิราชา กษัตริยา
ในขณะที่
มายาวดี นามปากกาล่าสุด จะเขียนในแนวศาสตร์แห่งเทวะ
นวนิยายจากทุกนามปากกาของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ จึงมีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์ และหลายเรื่องถูกนำสร้างซ้ำกันหลายครั้งในหลายยุคหลายสมัย เช่นเรื่อง ในฝัน ค่าของคน ทวิภพ คู่กรรม พ่อปลาไหล ฯลฯ
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่ปรากฏว่ามีผลงานเรื่องใดของคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ที่ได้รับรางวัลใด ๆ เลย ซึ่งก็เป็นเพราะผู้ประพันธ์ไม่ประสงค์ที่จะให้ใครนำผลงานของเธอไปประกวดหรือแข่งขัน
เหตุอีกประการที่เธอปฏิเสธการรับรางวัลทั้งปวงนั้น เราไดรับการยืนยันจากปากทมยันตีเองว่า...
ฉันเคยได้รับรางวัลจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาแล้ว นั่นคือรางวัลสูงสุดในชีวิต จากนั้นไม่เคยอยากได้รางวัลใด ๆ อีกเลย
นอกจากจะมีความสามารถในการเขียนแล้ว
ทมยันตียังมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่นิยมอย่างสูงในฐานะนักพูด แนวการพูดของทมยันตี คือ แนวโน้มนำให้ประชาชนรักชาติ เสียสละเพื่อชาติและมีความยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมาหากษัตริย์ ชื่อเสียงของทมยันตีจึงแพร่สะพัดยิ่งขึ้นจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไม่เฉพาะในการเขียนนวนิยาย
ภายหลังปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เมื่อเดือนตุลาคม 2519 ทมยันตี หรือ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้เป็น
สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นับเป็นเกียรติอย่างสูงที่วงการนักเขียนได้รับเกียรติยศนี้ และปี พ.ศ. 2527 เป็นผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งเป็นสตรีคนแรกและคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งนี้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับคือ
ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก และทุติยาภรณ์มงกุฎไทย ต้นปี พ.ศ. 2548
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดินและในราชการส่วนพระองค์
และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าในระดับชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า ใช้คำนำหน้าว่า
คุณหญิง
ข้อมูล
หนังสือแนะนำโครงการ ทมยันตี อะวอร์ด สนพ. ณ บ้านวรรณกรรม
ทมยันตี
..ความสุขความทุกข์ในใจของผู้อ่านที่คล้อยตามตัวอักษรคือชัยชนะของนักเขียน
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
และหากมีการจัดการประกวดในครั้งต่อไป วิชาการดอทคอทจะรายงานข่าวให้ทราบนะคะ
แนะนำเวทีวรรณกรรม
รางวัลพานแว่นฟ้า
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ม.ค. 2550 (11:13) ดีครับ ได้ทั้งเนื้อหาที่ครบถ้วน รูปประกอบก็สีสันสดใสจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 เม.ย. 2550 (23:19) เป็นแฟนตัวยงของ "ทมยันตี" เมื่อวัยเด็ก อ่านทุกเรื่องก็ว่าได้
กลับไปเมืองไทยเมื่อเร็วๆ นี้ เห็นเด็กไทยสนใจอ่านหนังสือมากขึ้น
ดีใจค่ะ แม้ว่านวนิยายที่เด็กรุ่นใหม่สนใจอา่จดูไร้สาระสำหรับบางคน
แต่มันเป็นจุดเริ่มให้รักการอ่านค่ะ
เมื่อรักแล้วมันจะมีการพัฒนาโดยไม่รู้ตัว
เอาประสบการณ์ของตัวเองเป็นตัวอย่าง
ตอนนี้ให้หันไปอ่านนิยายรักหวานๆ ก็ไม่จบหน้าแรกค่ะ
และดีใจยกกำลังสองที่มีการสนับสนุนให้เกิดนักเขียนใหม่
ผลงานของคุณ"บัวหิมะ เขาซมซาน" น่าจะเตะตานะคะ
แต่นามปากกา ก็ยอด..ด..ด..ดดดด แล้ว ขอบอก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 ก.ค. 2550 (09:30) ดีนะค่ะที่มีโครงการแบบนี้ จะได้ทำให้เกิดนักเขียนรุ่นใหม่ๆมากขึ้น
และช่วยเป็นแรงบบรดาลใจให้เด็กๆนักเขียนรุ่นหลังๆ