 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16268" type="text/javascript"></script> |
|
เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา"
เส้นทางการพัฒนาต้นแบบโรงเรียนในฝันประสบการณ์ดี ๆ ของเราใน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน
post ครั้งแรก: Fri 19 January 2007, 11:00 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 14 February 2008, 8:41 pm
|
หน้าที่ 19 - ปัญหาการทำงานในองค์การ
ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นกับองค์การหรือหน่วยงานใด ก็มักจะทำให้องค์การนั้น ไม่สามารถทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเท่าที่ควรจะเป็นสาเหตุของปัญหาการทำงานอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทั้งในระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม เช่น การคิดไม่เหมือนกัน การทำไม่เหมือนกัน และ ผลประโยชน์ไม่เหมือนกัน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้พบเห็นในระหว่างการทำงานก็พอที่จะระบุปัญหาเป็นประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับ คน / วิธีการทำงาน สรุปได้ว่า ปัญหาการทำงานในองค์การมีสาเหตุมาจาก 1. คน เช่น เกิดการแบ่งกลุ่ม มีอคติต่อกัน ขาดความร่วมมือ 2. งาน เช่น งานไม่มีประสิทธิภาพ งานล้าช้ากว่ากำหนด 3. วิธีการทำงาน เช่น ขาดภาวะผู้นำ ขาดมนุษยสัมพันธ์ ขาดศาสตร์และศิลป์ในการบริหาร จากปัญหาดังกล่าวควรจะลดระดับของปัญหาและให้สมาชิกเกิดความร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมมือผลักดันให้ภารกิจบรรลุเป้าหมายขององค์การต่อไป
1.ปัญหาเกี่ยวกับคน
มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน(วารสารรามคำแหง. 2549. หน้า 171 ) และในบรรดาทรัพยากรการบริหาร คือ คน(Man) เงิน(Money) วัสดุอุปกรณ์(Materials)และการจัดการ(Management) ในการบริหาร คน นั้นเป็นสิ่งที่บริหารยากที่สุด เพราะคนมีความรู้สึกนึกคิด มีความต้องการ(บูรชัย ศิริมหาสาคร. 2542. หน้า 108-109) การสร้างแรงจูงใจ(Motivation) มนุษย์ในองค์การมีความสำคัญมาก มนุษย์มีความแตกต่างที่หลากหลาย เน้นความสัมพันธ์ด้านพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เป็นปัจจัยหลักคือ แรงจูงใจที่จะทำงานให้กับองค์การสำเร็จตามวัตถุประสงค์ อับราฮัม มาสโลว์ นักจิตวิทยาอเมริกาได้เสนอทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์เริ่มจากชั้นต่ำไปหาชั้นสูงสุด มี 5 ขั้น
1. ความต้องการทางกายภาพ (Physiological)
2. ความต้องการความปลอดภัย (Safety)
3. ความต้องการทางสังคม (Social)
4. ความต้องการด้านการเคารพ นับถือ มีชื่อเสียง (Esteem)
5. ความต้องการบรรลุศักยภาพแห่งตน (Self actualization)
ความต้องการเหล่านี้ ต้องได้รับการตอบสนองตามลำดับขั้น หากขั้นแรกยังไม่บรรลุผล ก็ไม่มีความต้องการในขั้นต่อไป ผู้บริหารโรงเรียนมักนำไปใช้เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาแรงจูงใจในโรงเรียน
จากหลักการและทฤษฎีดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับคน 1. การแบ่งกลุ่ม 2. คนมีอคติต่อกัน และ3. ขาดความร่วมมือ จาก 3 ปัญหาดังกล่าวผู้บริหารหรือบุคลากรสามารถแก้ปัญหาได้ดังต่อไปนี้
1. สร้างกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความใกล้ชิด เช่น จัดให้มีการสังสรรค์พบปะระหว่างบุคคลและกลุ่มอยู่เป็นประจำ
2. จัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้บริการแก่สมาชิก เช่น ร้านค้าสวัสดิการ กองทุนกู้ยืม เป็นต้น
3. ให้บุคลากรในหน่วยงานมีความอบอุ่นใจ มีบรรยากาศแบบมิตรภาพ มีความไว้วางใจ มีความสนิทสนม รักใคร่กลมเกลียว มีความสามัคคีในหมู่คณะ ปราศจากความวาดระแวง
4. ยกย่องชมเชยแก่บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ให้และมอบเกียรติบัตร ตลอดจนมีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงานที่หน้าเสาธง ในวารสาร เว็บไซด์ สถานีวิทยุ รวมทั้งมอบหมายงานที่สำคัญให้ทำ
5. สนับสนุนให้เขาไปถึงจุดหมายปลายทางหรือบรรลุศักยภาพแห่งตนมอบความไว้วางใจ เช่น การเลื่อนตำแหน่งครูมีวิทยฐานะสูงขึ้น
จากการดำเนินการที่อาศัยหลักการ ทฤษฎี และวิธีการจัดการดังที่กล่าวมานั้นบุคลากรจะมีความรู้สึกรักองค์การ รักเพื่อนร่วมงาน มีเจตคติที่ดีต่อองค์การ เพราะสามารถบรรลุความต้องการแห่งตนภายใต้การจัดการและสนับสนุนที่ดีและจริงใจจากผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน ปัญหาดังกล่าวก็จะลดระดับ หรือไม่มีในองค์การ เมื่อไม่มีปัญหาเกี่ยวกับคนในองค์การทุกคนจะร่วมมือกันในการผลักดันภาระกิจขององค์การให้บรรลุเป้าหมายต่อไป
สรุปได้ว่า มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ ขององค์การเพราะคนเป็นผู้สร้างงาน ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับคนจากความแตกต่างของคน ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงานควรมีการสร้าง แรงจูงใจ(Motivation) ตามแนวทางทฤษฎีของอับราฮัม มาสโลว์ หรือ ทฤษฎี ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow) มี 5 ลำดับ เพื่อให้คนเกิดความพอใจความรักในองค์การ เมื่อคนเกิดพอใจ ความรักในองค์การ คนก็จะทำงานให้กับองค์อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล มีความรักใคร่ความสามัคคี เกิดความร่วมใจ ร่วมมือไปสู่พลังร่วมกัน จนสามารถผลักดันภารกิจขององค์การให้ไปสู่เป้าหมายในที่สุด
2.ปัญหาเกี่ยวกับงาน
การจัดการองค์การ เป็นการจัดความสัมพันธ์ระหว่าง คน งาน วิธีการ โดยอาศัยทรัพยากรทางการศึกษา มีการกำหนดภารกิจ อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจนเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ถ้าหากงานดังกล่าวขาดการจัดการองค์การที่ดีพอปัญหาของงานจึงเกิดขึ้น คือ งานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล เกิดความล้าช้า ดังนั้นจึงควรจัดระบบการบริหารจัดการในองค์การเพื่อให้เกิดและได้งานตามวัตถุประสงค์ตามแนวคิด หลักการ ทฤษฎีดังต่อไปนี้ คือ
1. ทฤษฎีหมุดเชื่อมโยงของเรนซิส ไลเคิร์ต (Linking Pin Function Theory) มีแนวคิดคือประสิทธิภาพของการทำงาน การทำงานเป็นกลุ่ม การประสานงานกัน
2. ทฤษฎีองค์การของ Chester I Barnard ได้เสนอแนวคิดทางการบริหาร
- ความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน
- เป้าหมายขององค์การ กับความต้องการของคนต้องสมดุลกัน
- ให้ความสำคัญกับกลุ่มไม่เป็นทางการ(Informal Group) ที่เกิดขึ้นในองค์การ
จากทฤษฎีทั้ง 2 ที่ระบุมานั้น เน้นเรื่องการทำงานเป็นทีม เป็นกลุ่ม เกิดจากความพอใจ ความร่วมมือ การประสานงานที่ดี และนำมาซึ่งความสำเร็จในงานตามภารกิจที่ตั้งไว้โดยเฉพาะการนำมาประยุกต์ในการแก้ปัญหาเกี่ยวงานในสถานศึกษาได้ดังนี้
1. ให้สร้างกลุ่มปฏิบัติงานเอง
2. ทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผน การแก้ปัญหา และตัดสินใจ
3. ผู้บริหารต้องเป็นผู้เชื่อมประสานที่ดีกับทุกๆคน ทุกๆ กลุ่ม และทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. มีความศรัทธาในสิ่งที่ทำ
5. มีความศรัทธาในเพื่อนร่วมงานถือคติในการบริหารที่ว่า รวมกลุ่มปรึกษาแก้ปัญหาได้ , 10 คน โง่ เท่ากับ 1 ขงเบ้ง , มีเงินไม่เท่ามีพวก
6. จัดให้มีการพบปะ ประชุมอย่างไม่เป็นทางการให้มาก
จากการดำเนินงานตามหลักการและทฤษฎีดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ปัญหาดังกล่าวก็จะลดลง สถานศึกษาหรือองค์การ มีความน่าดู น่าอยู่ น่าเรียน บรรลุภารกิจขององค์การในที่สุด
สรุปได้ว่า งานสำเร็จลงได้ ก็ด้วยคนทำงาน หากงานนั้นเกิดจากการการประสานความร่วมมือที่เป็นทีม เป็นกลุ่ม มีการประสานงานที่ดีจากผู้บริหาร ตามแนวทาง ทฤษฎีหมุดเชื่อมโยงของเรนซิส ไลเคิร์ต และทฤษฎีองค์การของ Chester I Barnard งานในองค์การนั้นจะมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล บรรลุภารกิจ เป้าหมายขององค์การอย่างแน่นอน
3.ปัญหาเกี่ยวกับวิธีการทำงาน
ดังที่กล่าวมาแล้วในส่วนของ คน งาน และงานจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไร ซึ่งวิธีการทำงานคือหนทางไปสู่การบรรลุเป้าหมาย หากมีวิธีการทำงานที่ดีและเหมาะสมองค์การก็เติบโตอย่างรวดเร็วแต่ถ้าหากวิธีการทำงานไม่เหมาะสมกับงานองค์การก็ก่อผลกระทบยิ่งถ้าหากองค์การใดที่ ผู้บริหารขาดภาวะผู้นำ ขาดมนุษยสัมพันธ์ ขาดความเข้าใจในศาสตร์และศิลป์ในการบริหาร จากปัญหาดังกล่าวจะทำให้งานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องบริหารคน บริหารงาน โดยเฉพาะการบริหารวิธีการทำงานก็คือศาสตร์และศิลป์ในการบริหารทั้งจากหลักการ แนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทขององค์การให้ถูกวิธี
ในการบริหารองค์การจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงานมีความรู้เรื่องต่อไปนี้
1. ภาวะผู้นำ คือ นำคน นำการเปลี่ยนแปลง นำการแก้ปัญหา
2. หลักการและทฤษฎีในการบริหารการศึกษา คือ บริหารคน บริหารงาน และบริหารวิธีการ
3. หลักมนุษยสัมพันธ์ในการบริหารความขัดแย้ง การจูงใจคน
4. วิธีการทำงานตามหลักของ Q.C. หรือ วงจรคุณภาพ
ขอยกตัวอย่าง วิธีการทำตามวงจรคุณภาพ หรือ วงจรเดมิ่ง มี 4 ขั้นตอน(บูรชัย ศิริมหาสาคร, : 147-149)
1. การวางแผน (Planning) คือ การวางแผนเพื่อทำงานนั้นให้สำเร็จ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนในกลุ่มมีส่วนรับรู้ในปัญหาที่เกิดขึ้น และช่วยกันกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ดังนั้น ทุกคนจะมีความพอใจในสิ่งที่จะทำ ตระหนักถึงความจำเป็น หรือคุณค่าของสิ่งที่จะทำ
2. การทำตามแผน(Doing) คือ การลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ โดยมีความเพียรพยายามที่จะทำสิ่งนั้น ให้สำเร็จ
3. การตรวจสอบผลงาน(Checking) คือ การตรวจสอบผลงานว่า มีคุณภาพเป็นไปตามแผนงานหรือไม่ โดยเอาใจใส่ไม่ทอดทิ้งกลางคัน
4. การปรับปรุงงาน(Acting) คือ การปรับปรุงคุณภาพของผลงานให้เป็นไปตามแผน เมื่อพบว่ามีข้อบกพร่องต้องแก้ไขให้ดีขึ้น โดย การใคร่ครวญ หมั่นตรวจสอบ ปรับปรุงพัฒนางานให้ดีขึ้น
อ้างอิง
การบริหาร : หลักการ แนวคิด ทฤษฎี. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2550, จาก
http://siwarut.kan2.go.th/myweb/administration.htm
ชิตณรงค์ ขดภูเขียว.
เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา.
การบริหารการศึกษาและการบริหารสถานศึกษา. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550, จาก
http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=16268&page=5.
ชิตณรงค์ ขดภูเขียว.
เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา.
สังกัปเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะผู้นำและการบริหารสถานศึกษา. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550, จาก
http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=16268&page=4
เชื้อโรคพันธุใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2550, จาก
http://siwawongw.blogspot.com/2006/06/blog-post_09.html
ทฤษฎีองค์การ. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2550, จาก
http://web.udru.ac.th/~sutad18/f2.htm.
ทฤษฎีองค์การ (Organization Theory)สมัยดั้งเดิม. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2550, จาก
http://www.bangkaew.com/wai/article.php?story=20051119063258705.
บูรชัย ศิริมหาสาคร. (2542).
ศาสตร์และศิลป์แห่งการเป็นผู้นำ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แสงดาว.
ปราชญา กล้าผจัญ. (2547).
108 คัมภีร์บริหาร. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง.
ภาวะความเป็นผู้นำและจริยธรรมทางการบริหาร (Leadership and Administrative Ethics). สืบค้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2550, จาก
http://audit.obec.go.th/km/km6.htm.
ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2549).
การจัดและการพัฒนาองค์การทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง.
มนัญญา, (2549).
12 กฎสู่ความสำเร็จ.
วิชัย ตันศิริ. (2549).
อุดมการณ์ทางการศึกษา ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ :
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
องค์การใฝ่เรียนรู้ (Learning Organization). สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2549, จาก
http://www.moe.go.th/wijai/lo.htm
Motivation to Learn. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2549, จาก
http://www.learningandteaching.info/learning/motivlrn.htm.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 มี.ค. 2550 (16:41) ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ นำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อเด็กไทยจะได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ พ.ร.บ. การศึกษา 2542 มาตรา 24 การจัดกระบวนการการเรียนการสอนให้สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
1. จัดเนื้อหา สาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
2. ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา
3. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติทำให้ได้คิดเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
4. จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสาน สาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุล รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
5. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการสอน และอำนวยอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้วิจัยเป็นส่วนของกระบวนการเรียนรู้
6. จัดการเรียนรู้ให้เกิดให้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
จากที่กล่าวมาเป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้สถานศึกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาปฏิบัติโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ จัดเนื้อหา กิจกรรม ฝึกทักษะ สอดแทรกคุณธรรม โดยครูมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน เพื่อให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 พ.ค. 2550 (18:24) ขอบคุณ ครูไผ่ เป็นอย่างสูงครับ ผมจะบันทึกเป็นข้อความนำเรียนเสนอผู้บริหาร และคณะครูทราบต่อไปครับ ถ้าหากสังคมให้ความสำคัญต่อการศึกษาผมว่าปัญหาต่างๆของสังคมจะลดน้อยลงอย่างแน่นอนครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 พ.ค. 2550 (18:54) ต้องขอขอบคุณ ครูไผ่ อีกครั้งครับ ขอบคุณทีมงาน
วิชาการ.คอม ที่ให้โอกาสด้วยดีเสมอมา ขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยกันเขียน Blog ของวิชาการ.คอม ซึ่งผมก็ได้อ่าน ๆ ผลงานของหลายๆ ท่าน แต่ยังอ่านไม่หมด ครูไผ่ครับ ในการเขียนผมต้องฝึกอีกมาก ซึ่งล่าสุดผมได้หนังสือ
การเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาและอาชีพ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิมพ์ครั้งที่ 2 ของ
สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการอ่านการเขียนแห่งประเทศไทย ถ้าอ่านหรือศึกษาจนจบเล่มและทำความเข้าใจแล้วจะนำความรู้ วิธีการ กลเม็ดต่าง ๆดังกล่าวมาเขียนที่
วิชาการ.คอม ต่อไปครับ ขอบคุณครูไผ่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 28 ส.ค. 2550 (13:33) สวัสดีค่ะ ครูชิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 29 ส.ค. 2550 (06:59) สวัสดี คุณ สินีนาฏ ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 1 ก.ย. 2550 (12:19) สวัสดีค่ะ อยากมาเยี่ยมเยือนเมืองศรีสะเกษค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 1 ก.ย. 2550 (22:01) SAWATDEE Welcome to Sisaket Provinceสวัสดี ครูคิม ผมขอเป็นตัวแทนชาวศรีสะเกษกล่าวคำว่า
ยินดีต้อนรับ ครับ
คำขวัญประจำจังหวัด :
แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทย ประกอบด้วยชนเผ่า
ลาว, เขมร, ส่วย, เยอ จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปีครับ
welcome to Si Sa Ket Si Sa Ket is a quiet province on the Cambodia border with Khmer ruins scattered throughout the province.Most notable are the two ruined sanctuaries of Wat Sa Kamphaeng Yai and Noi,dating back to the 10 th century.However, the most famous Khmer site is actually in Cambodia. Khao Phra Wihan was built over 10 centuries ago and is one of the most spectacular Angkor-period sites. Built as a Hindu temple, it begins in Thailand and rises to 600 metres with the main sanctuary in Cambodia. After a long period of war, its wonderful craftsmanship,stairways and courts are now being restored. Thi walk to the summit is long and steep, but visitors are sure to be impressed by the size and complexity of its design.Si Sa Ket has an area of 8,840 square kilometres, comprising the following districts: Muang Si Sa Ket, Kanthararom, Kantharalak, Khun Han, Phrai Bung, Khukhan, Prang Ku, Uthumphon Phisai, Rasi Salai, Yang Chum Noi, Huai Thap Than, Non Khun, Si Rattana, Wang Hin, Bueng Bun, Nam Kliang, Phu Sing, Benchalak, Muang Chan, Pho Si Suwan and Sila Lat.Pha Mo I Daeng Half and Quarter MarathonThis sport event is held on the third Sunday of August between Phumisaron village and Pha Mo I Daeng in Amphoe Kantharalak. Runners like this uphill marathon because it goes through a misty area in the rainy seasonSi Phao Thai Si Sa Ket FestivalThis festival is held every March 15-17 at Somdet Phra Si Nakharin Park when the Lamduan flowers in the park are in full bloom. Shows include cultural performances by 4 tribes, which are Khmer, Suai, Lao, and Yo. There are shops selling handicrafts and a light-and-sound show about the city's construction
from : http://www.tourismthailand.org/destinationguide/list.aspx?provinceid=22
|
Website
http://www.sisaket.go.th/sisaket_en/index_en.php
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 8 ก.ย. 2550 (21:21) เคยไปสุรินทร์ เห็นป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน และชื่อสถานที่ต่าง ๆ อ่านยากมาก เพราะเป็นภาษาคล้ายเขมรมั้งคะ ขอบคุณลวงหน้า จะพยายามหยอดกระปุกไว้ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 19 ก.ย. 2550 (21:27) สวัสดีค่ะอ.ชิต ขอบคุณคุณครูที่อบรมสั่งสอน หนูตั้งแต่ ม. 5-ม.6 ขอบคุณคุณครูมากนะคะ
เด็กธรรมศาสตร์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 ก.ย. 2550 (15:40) ขอบคุณ คุณ กระป๋อง เป็นอย่างมากเช่นกัน ครูขอแสดงความยินดีด้วยที่เข้าศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ครูขอแจ้งข่าวว่า ครูได้ลูกสาวแล้ว คลอดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2550 น้ำหนักแรกเกิด 3470 กรัมชื่อเล่น น้อง NASA เป็นพ่อลูกอ่อนเต็มตัว ท้ายสุดขอให้ประสบความสำเร็จ ในการศึกษาต่อไปครับ
รักและห่วงใยเสมอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 22 ก.ย. 2550 (15:52) ว่าแต่พี่คิมหยอดได้กี่กระปุกแล้วครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 2 ธ.ค. 2550 (20:41) เรียนอาจารย์ครับผมขอเบอร์โทร อ. สุทธิศักดิ์ เกตษา หน่อยคับ
ศิษย์เก่า ปี 48
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ธ.ค. 2550 (17:02) อยู่ดีมีสุขหรือเปล่าหนอ คุณ วิสิทธ์ พาที ? เบอร์โทร ครูหนุ่ย คือ (ลบแล้วครับ) แต่ครูโทรทีไร จะมีเสียงหวานๆ ว่า
หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ ครูจำได้ว่าวิชาสุดท้ายที่สอนรุ่นนี้คือ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ) และใบ ปพ 1-3 จะมีชื่อนายทะเบียนคือ ครู...ชิต ตอนนี้เปลี่ยนนายทะเบียนใหม่แล้ว เพราะต้องมาทำงานเกี่ยวกับกลุ่มแผนงานการจัดการศึกษา ท้ายสุดก็อวยพรให้ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาและการงานต่อไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 9 ม.ค. 2551 (15:31) สวัสดีปีใหม่นะคะ
มี email ใหม่หรือยังคะ ที่ให้ไว้ไม่สามารถติดต่อได้เลย ตอนนี้พี่พยายามหัดทำเว็ป จึงขอเรียนเชิญคุณครูชิต ไปสร้างสีสัน ฝากประสบการณ์ ความรู้ บนเว็ปของพี่บ้าง สมาชิกคือครูพวกเราเองค่ะ
ขอให้ครูชิตและครอบครัวมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ โดยเฉพาะหลานสาวคงกำลังน่ารักมาก ๆ
http:www.krukimPbmind.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 11 ม.ค. 2551 (18:42) สวัสดีปีใหม่ครับ พี่คิม
ยินดีกับบ้านครูคิม ด้วยนะครับ ผมว่าดีมากเป็นแบบอย่างสำหรับครูมืออาชีพครับ(ให้กำลังใจครับ) ช่วงนี้ขอจัดการเรื่องเรียน(รอสอบประมวลผล) ผลงานทางวิชาการ(คศ.3) ประกอบกับกำลังเป็นพ่อลูกอ่อน... ขอบคุณสำหรับคำเชิญ เดียวหาของฝากติดไม้ติดมือก่อนนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 13 ก.พ. 2551 (21:36) สวัดดีครับคุณครู หน่าง ที่เคารพ วันนี้คุณครูหน่างดื่มนมหรือยังครับ อย่าลืมนะครับร่างกายจะได้สมบูรณ์
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 พ.ค. 2551 (16:10) สวัสดีค่ะ
ฟ้า กำลังศึกษาในระดับ ป.โท การบริหารการศึกษา
ฟ้าขออนุญาต คุณครู copy ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ไปใช้ประกอบการศึกษา ป.โท นะคะ
ขอบคุณค่ะ