<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/16268" type="text/javascript"></script> |
|
เส้นทางสู่ฝันบ้านของเรา"
เส้นทางการพัฒนาต้นแบบโรงเรียนในฝันประสบการณ์ดี ๆ ของเราใน ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน
post ครั้งแรก: Fri 19 January 2007, 11:00 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 14 February 2008, 8:41 pm
|
ทักษะในการสื่อสารประกอบด้วย ทักษะทางการฟัง ทักษะทางการพูด ทักษะทางการอ่าน และทักษะทางการเขียน โดยเฉพาะทักษะในประเด็นหลังนั้นจะต้องใช้การสังเกต จดจำ และฝึกฝนให้เกิดทักษะ เพื่อจะได้เขียนได้ถูกต้องและรวดเร็ว สื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง สร้างความมั่นใจในตนเอง และสร้างเจตคติที่ดีแก่ผู้อ่านได้ (สุพรรณา สงวนศิลป์) การเขียนก็มีหลายรูปแบบ บทความเป็นงานเขียนประเภทความเรียงมีรูปแบบการเขียนที่กะทัดรัด ใช้เวลาอ่านไม่มากและมีเป้าหมายในการนำเสนอที่ชัดเจนตรงไปตรงมา ที่ต้องการสื่อสารข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเกี่ยวปัญญาอย่างมีสติ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ ฯลฯ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งในลักษณะของบทความ
บทความ (article) คืออะไร
บทความ คือ ข้อเขียนที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงหรือเสนอข้อคิดเห็นต่อเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น(ถวัลย์ มาศจรัส, 2545 : 91)
องค์ประกอบของบทความ
บทความโดยทั่วไปจะมีส่วนประกอบดังนี้ (คูมือประชาสัมพันธ์ สพท.ศก.2, 2548: 9)
1. ชื่อเรื่อง (title) ชื่อเรื่องต้องสื่อความหมายชัดเจนว่า ผู้เขียนต้องการที่จะนำเสนอเรื่องอะไร
2. ส่วนเกริ่นนำ (introduction) หรือคำนำเรื่อง เป็นการนำผู้อ่านเข้าสู่เรื่อง
3. ส่วนเนื้อเรื่อง (body) เป็นส่วนของการดำเนินเรื่องทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็นส่วนย่อย 3 ส่วนได้แก่
ส่วนย่อยที่ 1 ปูพื้นฐานความรู้ผู้อ่านในเรื่องที่จะกล่าวถึง เช่น กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสู่ประเด็นที่ผู้เขียนจะวิเคราะห์ วิพากษ์ แสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ แล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้เขียน
ส่วนย่อยที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูล การโต้แย้งข้อเท็จจริง การถกเถียง ส่วนนี้จะมีการใช้เหตุผลใช้หลักฐานข้อ
อ้างอิงเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน
ส่วนย่อยที่ 3 เสนอความคิดเห็น/จุดยืน/ข้อเสนอแนะของผู้เขียน ต่อประเด็นที่นำเสนอ
4. ส่วนสรุป เป็นส่วนสรุปจุดยืนของผู้เขียนที่มีต่อเรื่องนั้น ๆ
เนื้อหาสำคัญในการเขียนข่าวหรือบทความ
การเขียนข่าวหรือบทความ มีพื้นฐานตามหลักเกณฑ์อยู่ 6 ข้อ คือ ใคร (Who) ทำอะไร (What) เมื่อใด (When) ที่ไหน (Where) ทำไม (Why) และ อย่างไร (How) หรือที่เรียกว่า 5W1H
หลักการเขียนบทความ (คูมือประชาสัมพันธ์ สพท.ศก.2, 2548: 19)
1. ไม่เป็นการเรียบเรียงจากผลงานผู้อื่น
2. ควรเป็นประเด็นที่คนสนใจ ได้ประโยชน์และทันสมัย
3. นำเสนอประเด็นใหม่
4. ควรเป็นประเด็นเดียวเป็นหลัก
5. นำเสนอความคิดเห็น และวิเคราะห์ของผู้เขียนเป็นหลัก
6. ประเด็นที่เป็นมุมมองของผู้เขียน
7. มีความร้อยรัด สอดคล้องกัน
8. บทความที่ดีจะมีคำผิดให้น้อยที่สุด
9. ควรสั้น กะทัดรัด แนะให้จบในขณะนั้น
10. ชี้และวิเคราะห์ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง
11. มีการศึกษา ค้นคว้าให้รู้รายละเอียดในเรื่องที่เขียนและวาง Out line ให้ติดต่อเชื่อมโยงกัน
12. มีเทคนิค
13. มีบทนำ บทวิเคราะห์ เนื้อหา สรุป และเสนอแนะ
14. การเขียนบทความต้องหา Key Word หรือ Focus ให้ได้
15. มีการอ้างอิง
วัฒนพล อนุพันธ์ (2548 : 19) ได้กล่าวถึงข้อควรระวังในการเขียนบทความว่า
1. ควรเขียนบทความอย่างเป็นกลาง เพื่อเผยแพร่ความรู้ หรือสิ่งที่ค้นพบ หรือการแสดงความเป็นอย่างสุจริต ปราศจากอคติ ไม่มุ่งโจมตี ให้ร้ายป้ายสี หรือยกย่องใครบางคน เพื่อหวังผลตอบแทนหรืออประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง
2. ควรระบุชื่อผู้เขียน หรือหน่วยงานที่สังกัด พร้อมทั้งระบุให้ชัดเจนว่าข้อเขียนหรือความคิดเห็นทั้งหมดเป็นของผู้เขียนเอง โดยหน่วยงานที่สังกัดไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
3. ควรใช้ภาษาที่สุภาพและใช้ภาษาที่เขียนที่ได้มาตรฐาน
4. การคัดเลือกหรืออ้างอิง ข้อเขียนความคิดเห็นของผู้อื่น ควรระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนโดยมีเอกสาร อ้างอิง
หรือบรรณานุกรมด้วย
5. ควรแยกส่วนที่เป็นข้อค้นพบ (Findings) หรือข้อเท็จจริงออกจากส่วนที่เป็นความเห็นของผู้เขียนเองให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านแยกแยะได้
6. ถ้าจะเขียนภาษาอังกฤษ ให้ใช้ภาษาไทยก่อน
7. อย่าใช้คำแทนตัวว่า กระผม ดิฉัน ข้าพเจ้า หรือ อาตมา ให้ใช้คำว่า ผู้เขียน
8. อย่าเขียนคำย่อ หรือ ใช้คำหยาบ ให้ใช้ภาษาราชการ
9. ให้ใช้ 1 ความคิด 1 ย่อหน้า
จากประเด็นที่กล่าวมา การเขียนบทความ นับว่าเป็นเครื่องมือในการเขียนเพื่อการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี ถูกต้อง ศรัทธา เกิดการยอมรับและให้ความร่วมมือ สนับสนุนในที่สุด เมื่อการเขียนมีความสำคัญโดยเฉพาะการเขียนบทความ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าในในการเขียนทั้ง ความหมาย องค์ประกอบ หลักการเขียนบทความ ตลอดจนข้อพึงระวังในการเขียน แต่ในขณะเดียวกันการเขียนที่ไม่พิถีพิถัน ขาดความรับผิดชอบก็จะเป็นอันตรายต่อตนเองและสังคมโดยรวม แล้ววันนี้ท่านคิดที่จะเริ่มเขียนบทความหรือยัง เพราะนั้นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนทีดีสู่มืออาชีพต่อไป
![]() welcome to Si Sa Ket Si Sa Ket is a quiet province on the Cambodia border with Khmer ruins scattered throughout the province.Most notable are the two ruined sanctuaries of Wat Sa Kamphaeng Yai and Noi,dating back to the 10 th century.However, the most famous Khmer site is actually in Cambodia. Khao Phra Wihan was built over 10 centuries ago and is one of the most spectacular Angkor-period sites. Built as a Hindu temple, it begins in Thailand and rises to 600 metres with the main sanctuary in Cambodia. After a long period of war, its wonderful craftsmanship,stairways and courts are now being restored. Thi walk to the summit is long and steep, but visitors are sure to be impressed by the size and complexity of its design.Si Sa Ket has an area of 8,840 square kilometres, comprising the following districts: Muang Si Sa Ket, Kanthararom, Kantharalak, Khun Han, Phrai Bung, Khukhan, Prang Ku, Uthumphon Phisai, Rasi Salai, Yang Chum Noi, Huai Thap Than, Non Khun, Si Rattana, Wang Hin, Bueng Bun, Nam Kliang, Phu Sing, Benchalak, Muang Chan, Pho Si Suwan and Sila Lat.Pha Mo I Daeng Half and Quarter MarathonThis sport event is held on the third Sunday of August between Phumisaron village and Pha Mo I Daeng in Amphoe Kantharalak. Runners like this uphill marathon because it goes through a misty area in the rainy seasonSi Phao Thai Si Sa Ket FestivalThis festival is held every March 15-17 at Somdet Phra Si Nakharin Park when the Lamduan flowers in the park are in full bloom. Shows include cultural performances by 4 tribes, which are Khmer, Suai, Lao, and Yo. There are shops selling handicrafts and a light-and-sound show about the city's construction from : http://www.tourismthailand.org/destinationguide/list.aspx?provinceid=22 |

สวัดดีครับคุณครู หน่าง ที่เคารพ วันนี้คุณครูหน่างดื่มนมหรือยังครับ อย่าลืมนะครับร่างกายจะได้สมบูรณ์
สวัสดีค่ะ
ฟ้า กำลังศึกษาในระดับ ป.โท การบริหารการศึกษา
ฟ้าขออนุญาต คุณครู copy ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ไปใช้ประกอบการศึกษา ป.โท นะคะ
ขอบคุณค่ะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |